ทริคการแปลประโยคปฏิเสธภาษาอังกฤษในหัวง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งกูเกิล - Panya
ทริคการแปลประโยคปฏิเสธภาษาอังกฤษในหัวง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งกูเกิล
จงแปลประโยคปฏิเสธต่อไปนี้ให้เป็นภาษาไทย I don't think we have met. one.. two.. three.. time out!
หากแปลเร็ว ๆ ในหัวแล้วได้ว่า "ฉันไม่คิดว่าเราเคยพบกันมาก่อน" เราคือเพื่อนกัน แต่เอ๊ะ คำว่า "ฉันไม่คิดว่า" หากลองพิเคราะห์ดูดี ๆ ถ้าเรา "ไม่คิด" แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเคยพบกันมาก่อนจริง ๆ รึเปล่า
หรือบางที ประโยค "ฉันไม่คิดว่าเราเคยพบกันมาก่อน" อาจใช้สื่อเป็นนัยว่า "ไปไหนก็ไป" ก็เป็นได้ เพราะผู้พูดรำคาญมากจนไม่แม้แต่จะเสียเวลาคิดด้วยซ้ำว่าเคยเจอะกันรึป่าว
อย่างไรก็ตาม in the most cases การแปลลักษณะนี้เรียกว่า "แปลแปร่ง" คือ การแปลที่พออ่านแล้วต้องย้อนกลับมาอ่านอีกรอบเพื่อทำความเข้าใจ
ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงมาแบ่งปันทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การแปลประโยคปฏิเสธง่ายขึ้น และอ่านได้แบบผ่านฉลุย
1. ย้ายที่ปฏิเสธ
ในภาษาอังกฤษ การวางประโยคปฏิเสธไว้ด้านหน้าถือเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อแปลเป็นไทยแล้วมักเกิดความสับสน จึงต้องย้ายที่ปฏิเสธไว้ด้านหลัง I don't think we have met จึงควรแปลว่า "ฉันคิดว่าเราไม่เคยพบกันมาก่อน"
ตัวอย่างเพิ่มเติมเช่น
I don't think we have a choice = "ฉันคิดว่าเราไม่มีทางเลือก"
I don't believe it make any difference = "ฉันว่ามันไม่ต่างกัน"
I don’t believe he can make it = "ฉันว่าเขาทำไม่ได้หรอก"
2. ตัดการปฏิเสธทิ้ง
ประโยคอย่าง Shouldn't we have dinner after work? เมื่อพยายามแปลให้อยู่ในรูปปฏิเสธแล้วไมเกรนแทบกำเริบ แต่ความจริงแล้ว ประโยคลักษณะนี้มักไม่ได้จงใจให้เป็นการปฏิเสธ จึงสามารถละได้ดังนี้
Shouldn't we have dinner after work? = "ไปทานอาหารค่ำหลังเลิกงานกันไหม" ไม่ใช่ "เราควรจะทานอาหารเย็นหลังเลิกงานไม่ใช่หรือ"
ตัวอย่างเพิ่มเติมเช่น
Wouldn’t David be back by tomorrow? = "เดวิดจะกลับมาพรุ่งนี้ใช่ไหม"
Shouldn't he be back by now? = "เขาควรกลับมาตั้งนานแล้ว"
(การพยายามใช้คำว่า "ไม่ใช่หรือ" ในทุกประโยค อาจอ่านแล้วเข้าใจได้ แต่ประโยคจะยาวเกินไป จึงไม่เหมาะสำหรับแปลซับ หรือการแปลที่เน้นความกระชับ)
3. เปลี่ยนปฏิเสธเป็นบอกเล่า
ภาษาอังกฤษมีสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่าการปฏิเสธซ้อนปฏิเสธอยู่ หากไม่ได้อ่านภาษาอังกฤษเป็นกิจวัตร ก็อาจสับสนได้เป็นธรรมดา
ประโยคเช่น I am not unfamiliar with the situation. แปลตรงตัวได้ว่า "ฉันไม่ไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์" เพราะ "un" มีความหมายว่า "ไม่" อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ประโยคนี้สามารถแปลให้ได้ความมากขึ้นด้วยการเปลี่ยนปฏิเสธเป็นบอกเล่าดังนี้ "ฉันคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้"
ตัวอย่างเพิ่มเติมเช่น
I don't disagree with his suggestion = ฉันเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของเขา
He isn't unsatisfied with the product = เขาพอใจกับสินค้า
เมื่อสามารถใช้ทริค ย้ายที่ปฏิเสธ ตัดการปฏิเสธทิ้ง และเปลี่ยนปฏิเสธเป็นบอกเล่าได้คล่องแคล่วแล้ว ผู้อ่านที่ไม่เก่งภาษาก็จะสามารถเข้าใจความหมายที่เจ้าของภาษาต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน และรวดเร็วมากขึ้น