โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

New Toyota Yaris ATIV 2022 สวย หรู คุ้มค่า คุ้มราคา และประหยัดน้ำมัน ช่วงล่างสายซิ่งอาจจะไม่ถูกใจนัก!

Businesstoday

เผยแพร่ 05 ก.ย 2565 เวลา 06.17 น. • Businesstoday

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

การเปิดตัวของ New Toyota Yaris ATIV ครั้งนี้ต้องบอกว่าเมื่อเห็นราคากับออฟชั่นที่ให้มาแล้วต้องร้อง…ว๊าวดังๆ ต้องถือว่าการตั้งราคาแต่ละรุ่นย่อยนั้นทำให้ตลาดกลุ่มนี้ต้องสั่นสะเทือน ในช่วงเปิดตัวทำยอดจองได้มากกว่า 8,000 คันในช่วงเวลาสั้นๆ และไม่กี่วันหลังจากสื่อมวลชนได้ทดสอบอย่างเป็นทางการ เจ้าNew Toyota Yaris ATIV ก็เริ่มเห็นบอกท้องถนนหนาตามากขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากภาพลักษณ์ที่สวยงามหรูหรามากขึ้นอย่างชัดเจน เหนือไปกว่านั้นคือการเพิ่มเติมในเรื่องของระบบความปลอดภภัย การเลือกใช้วัสดุภายในที่มีคุณภาพหรูหรา รวมถึงระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ แบบเกินพิกัด ด้วยราคาเริ่มต้นที่เร้าใจ และในรุ่นท้อปมีราคาต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดเกือบทั้งหมด

SPORT ราคา 539,000 บาท

SMART ราคา 584,000 บาท

PREMIUM ราคา 659,000 บาท

PREMIUM LUXURY ราคา 689,000 บาท

นอกเหนือจากราคาที่เย้ายวนแล้วทางโตโยต้าได้เตรียมแคมเปญเด็ดๆ เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นไว้รอท่าเป็นหมัดเด็ดที่สอง ไม่ว่าจะเป็น ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,499 บาทต่อเดือน (ดาวน์ 25% 84 เดือน) พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดีลดให้” PHYD หรือ รับดอกเบี้ยต่ำสุด0.75% (ดาวน์ 25% 48 เดือน) พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดีลดให้” PHYD อีกหนึ่งทางเลือก เท่านั้นยังไม่พอยังมีแคมเปญPayroll สำหรับพนักงานที่มีเงินเดือนประจำรับข้อเสนอสุดพิเศษ “ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องมีผู้ค้ำ”พร้อมส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.40% มูลค่ากว่า 14,000 บาท และกลัวไม่ครอบคลุมลูกค้าครบทุกกลุ่ม ยังมีแคมเปญ Graduate สำหรับกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ด้วยข้อเสนอพิเศษ ส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.40%มูลค่ากว่า 14,000 บาท ไม่เรียกว่าทำให้ตลาดเดือดตลาดแตกยังไงไหว

ในแง่ของตัวรถนั้นมีการพัฒนาไปไกลกว่าเดิมมากนัก ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม DNGA ที่พัฒนาร่วมกับ Daihatsu เช่นเดียวกับ Toyota Veloz ที่ทำให้ตลาดร้องลั่นสั่นสะเทือนมาก่อนหน้านี้ ตัวรถมีระยะฐานล้อยาวเพิ่มขึ้นอีก 70 มม. ส่งผลโดยตรงให้ภายในห้องโดยสารมีพื้นที่วางขามากขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารตอนหลังที่รับกับการออกแบบแนวเส้นหลังคาที่ลาดยาวสไตล์รถฟาสแบค ทำให้แนวหลังคาด้านหลังยาวมากขึ้น ผู้โดยสารตอนหลังที่มีความสูงระดับ 180 ซม. ก็ยังพอได้รับความสะดวกสบายรวมถึงแนวกระจกที่ห่างจากท้ายทอยมากขึ้น ช่วงกลางวันก็นั่งสบายไม่รู้สึกร้อนต้นคอ ตัวรถจะมีขนาดมิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นในทุกด้าน หลังจากได้ทดลองขับสัมผัสได้ถึงความคล่องตัวเหนือกว่าที่คิด การขับขี่ในสภาพการจราจรที่หนาแน่นมีความคล่องตัวสูง เพราะรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.8 เมตร น้อยกว่ารุ่นเดิมที่มีรัศนมีวงเลี้ยว 5.1 เมตร อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำหนักตัวรถที่เบากว่าเดิม โดยรวมแล้วเรื่องความสวยงามความกว้างขวางสะดวกสบายภายในห้องโดยสารต้องบอกเลยว่าทำได้ดีมากๆ

เมื่อเข้าสู่ภายในห้องโดยสารยิ่งเห็นถึงความชัดเจนว่าต้องการกลับมาเป็นผู้นำในตลาดอย่างจริงจัง คือการออกแบบภายในห้องโดยสาร รวมถึงการเลือกใช้วัสดุภายในห้องโดยสารที่มีความพรีเมี่ยมหรูหรา พร้อมกับออปชั่นในเรื่องของระบบอำนวยความสะดวกที่ให้มาครบเครื่องจริงๆ ตั้งแต่เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Brake Hold, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมกรอง PM 2.5, หน้าจอแสดงผลขนาด 9 นิ้วและชุดเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Pioneer

สิ่งที่จัดเต็มและเป็นจุดขายที่ยากจะปฏิเสธคือเรื่องของระบบความปลอดภัย ทั้ง Active Safety และ Passive safety สิ่งแรกที่น่าสนใจคือระบบเบรกจัดเต็มด้วย ดิสค์เบรก 4 ล้อ ในรุ่นท้อปและรุ่นรองท้อป ถ้าจัดเต็มตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นจะทำให้กลุ่มลูกค้ายิ่งตัดสินใจง่ายขึ้น ในกลุ่มนี้มีเพียงคู่แข่งบางค่ายเท่านั้นที่ให้มาครบทุกรุ่นย่อย ระบบความปลอดภัยขั้นสูง Toyota Safety Sense มีให้ตั้งแต่ในรุ่น Smart ในรุ่นเริ่มต้นอย่างรุ่น Sport ระบบความปลอดภัยพื้นฐานมาให้ครบเพียงพอกับการใช้งาน ในรุ่น Premium ขึ้นไปเพิ่มระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง, ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, กล้องมองรอบคัน 360 องศา และเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางไกลด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบ Stop & Go ในแง่ความปลอดภัยและออฟชั่นต่างๆ โดดเด่นที่สุดในกลุ่มเลยทีเดียว

เรื่องของสมรรถนะของเครื่องยนต์นั้นพูดตรงๆ เลยก็คือเครื่องยนต์บล็อกเดิม ถ้าไม่มีราคาที่ดึงดูดกับออฟชั่นที่เร้าใจเรื่องเครื่องยนต์อาจจะทำให้ต้องลังเลไม่น้อย แต่พอได้ลองขับสมรรถนะที่มีความประหยัดที่ได้ ถึงว่าหยวนๆ กันไปเพราะลูกค้ากลุ่มใหญ่ต้องการรถยนต์ที่ตอบสนองดีระดับหนึ่ง ความทนทานและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเครื่องบล็อกนี้ก็สอบผ่าน มีการปรับเครื่องยนต์เล็กน้อยทำให้ได้พละกำลังขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 94 แรงม้า (จากเดิม 92 แรงม้า) พร้อมแรงบิด 110 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมิติแบบ CVT การตอบสนองเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าเห็นได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการตอบสนอง เครื่องยนต์ตอบสนองทันทีตั้งแต่กดคันเร่งลงไป การตอบสนองของเกียร์กับเครื่องยนต์เข้าขากันดีทำให้รู้สึกถึงความกระฉับกระเฉงคล่องตัวต่างจากรุ่นที่แล้วชัดเจน การเร่งแซงมีการตอบสนองที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ที่น่าสนใจคือเรื่องของความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง การขับขี่ปกติทั่วไปในความเร็วเดินทางปกติ 110-120 กม./ชม. ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองระดับ 19-22 กม./ลิตรเป็นเรื่องที่ไม่เกินเลย นับว่าเป็นจุดเด่นของเครื่องยนต์ในบล็อกนี้

การเซ็ทช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวลสำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ซื้อมาเพื่อใช้งานในครอบครัวใช้ในชีวิตประจำวัน ถือว่าการตอบสนองทำได้ดีตั้งแต่ความเร็วต่ำ ความเร็วปานกลาง และความเร็วเดินทางปกติ 110-120 กม./ชม. แต่ถ้าเร็วกว่านั้นช่วงล่างจะเริ่มออกอาการหวิวๆ ให้รู้สึกต้องเกร็งพวงมาลัยมากขึ้น ถ้าเป็นคนที่ชอบขับรถเร็วหรือชอบฟิลลิ่งแบบหนึบๆ แน่นๆ ก็ควรหาช็อคอัพดีๆ สักชุดก็จะช่วยเปลี่ยนคาร์แร็คเตอร์การตอบสนองย่านความเร็วสูงหรือการเข้าโค้งได้ดีขึ้นมาก ณ เวลานี้ถ้ามองถึงความคุ้มค่าคุ้มราคากับสมรรถนะโดยรวมแล้วก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...