โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บุกกกต.เชียงใหม่จี้รับรอง ส.ส. ชี้ 'เปลี่ยนคำขวัญ' ไม่ช่วยดึงมาตรฐาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 มิ.ย. 2566 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2566 เวลา 05.59 น.
ภาพจากเพจ We, The People

บุก กกต.เชียงใหม่จี้รับรอง ส.ส. ชี้เปลี่ยนคำขวัญไม่ช่วยดึงมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน สืบเนื่องกรณี ชาวเชียงใหม่และอาจารย์นักวิชาการ นัดหมายยื่นหนังสือต่อ กกต.เชียงใหม่ในวันที่ 14 มิถุนายนเพื่อเร่งรัดให้มีการประกาศรับรอง ส.ส. พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสมทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาราว 10.00 น. กลุ่มประชาชนและนักวิชาการรวมตัวกันบริเวณหน้าสำนักงาน กกต.เชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมอาทิ ผศ.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่, ศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มช., นางภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลชื่อดัง, นายชำนาญ จันทร์เรือง แกนนำคณะก้าวหน้า และ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เป็นต้น

ต่อมา นางภัควดี เป็นตัวแทนอ่าน จ.ม.เปิดผนึก ความดังนี้ จดหมายเปิดผนึกจากประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

ถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ประเทศไทย)

ด้วยงบประมาณ 5,945 ล้านบาท และระยะเวลาทำงานถึง 5 ปี หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2561 รวมทั้งมีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 2562 ประชาชนคนไทยทุกคนย่อมคาดหวังว่า องค์กรอิสระที่เราเรียกกันว่า กกต. จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต โปร่งใส มีปัญหาน้อยที่สุดสำหรับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566

แต่การณ์กลับกลายเป็นตรงกันข้าม การเลือกตั้งปี 2566 นับว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีการจัดการอย่างไร้ประสิทธิภาพ ขาดความโปร่งใส ผิดพลาดและเต็มไปด้วยความด้อยพัฒนามากที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศไทย ไม่น่าเชื่อว่ามาจนถึงยุคดิจิทัล 4.0, 5.0 ขนาดนี้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ กกต.จัดการ ราวกับผุดโผล่ออกมาจากยุคสมัย 40-50 ปีที่แล้ว ตั้งแต่การจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง การขนส่งบัตรเลือกตั้ง ไปจนถึงการนับคะแนน

กกต.ชุดนี้ถูกวิจารณ์มาตั้งแต่การแบ่งเขตอย่างไม่สมเหตุสมผล การเลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดข้อผิดพลาดมากมาย เจ้าหน้าที่เขียนเขต หรือรหัสหน้าซองเลือกตั้งล่วงหน้าผิด ทั้งๆ ที่ กกต.มีงบประมาณการเตรียมความพร้อมแก่เจ้าหน้าที่ถึงสามร้อยกว่าล้านบาท แต่ทำไมเจ้าหน้าที่จำนวนมากกลับทำหน้าที่ผิดพลาดราวกับไม่เคยได้รับการอบรมใดๆ มาเลย

การกำหนดเลขผู้สมัครผู้แทนราษฎรเขตกับเลขบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ไม่ตรงกัน จดจำยาก ไม่เอื้ออำนวยความสะดวก แต่ดูเหมือนจงใจสร้างความลำบากแก่ประชาชนมากกว่า ราวกับการไปดูงานต่างประเทศของ กกต.ชุดนี้ ตั้งใจไปดูงานเพื่อกลับมาจัดการเลือกตั้งให้ตรงข้ามกับตัวอย่างการจัดการเลือกตั้งที่ดีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้วยความไร้ประสิทธิภาพและไม่น่าไว้วางใจของ กกต. จึงทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาเป็นอาสาสมัครจับตามองการลงคะแนนเสียงในวันเลือกตั้ง แต่แทนที่ กกต.จะสำนึกสำเหนียกและรีบปรับปรุงการทำงานของตนให้ดีขึ้น กกต.กลับยิ่งแสดงความไร้ประสิทธิภาพด้วยการประกาศผลการเลือกตั้งล่าช้าอย่างไม่มีเหตุผล ปล่อยเวลาไปหลายสัปดาห์กว่าจะประกาศนับคะแนนใหม่ 47 หน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งการมีบัตรเสียมากถึง 3 ล้านใบ โดยที่มีบัตรเสียจำนวนมากกลายเป็นบัตรเสียเพียงแค่ขีดกากบาทไม่สวยถูกใจเจ้าหน้าที่นับคะแนน หรือบังเอิญมีจุดหมึกแต้มขึ้นมานิดหน่อยในรอยลากเส้น เรื่องเหล่านี้ไม่มีคำอธิบายใดๆ จาก กกต. ว่าหลักปฏิบัติที่ขัดกับสามัญสำนึกของคนทั้งโลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

จวบจนวันนี้ 14 มิถุนายน ผ่านไปครบหนึ่งเดือนจากวันเลือกตั้ง กกต. ก็ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเสียที เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 การประกาศรับรองล็อตแรกใช้เวลา 14 วัน กกต.ก็เป็นชุดเดียวกัน แต่ทำไมกลับมีพัฒนาการถอยหลัง ประชาชนคนไทยต้องการให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การที่มีข่าวว่า กกต.จะรับรองผลทั้งหมดภายในวันที่ 27 มิถุนายน เพื่อให้ทันกับสมาชิก กกต. คนหนึ่งจะหมดวาระเพราะอายุครบ 70 ปีนั้น ขอถามว่าประเทศไทยหมุนรอบตัว กกต. หรือถึงได้กำหนดเวลาที่มีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศโดยเอาความสะดวกสบายของตัวเองเป็นที่ตั้ง

ประชาชนรู้ดี กกต.ก็รู้ดี ว่าที่มาของ กกต.ชุดนี้มาจากไหน มาจากใคร มาอย่างไร แม้พวกท่านจะได้รับการแต่งตั้งจากคนนอกกฎหมายที่ฉีกรัฐธรรมนูญทำรัฐประหารล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศนี้ แต่ช่วงเวลา 5 ปีที่พวกท่านได้รับเงินเดือนรวมกันไปหลายร้อยล้านบาท พวกท่านก็ต้องทราบดีเช่นกันว่าเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ของท่านล้วนมาจากภาษีของประชาชน ถ้าหากท่านมีความตระหนักสำนึกในข้อนี้บ้าง ก็ควรทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในบั้นปลายของชีวิต เร่งรัดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และเลิกจ้องจับผิดนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกมาอย่างไร้สาระเสียที

พวกท่านเป็น “ข้า” ของหลวงด้วยยศตำแหน่ง แต่พวกท่านก็เป็น “ข้า” ของราษฎรด้วยการเลี้ยงดู ขอให้ท่านระลึกถึงข้อนี้ไว้

สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนคำขวัญสโลแกนประจำสำนักงานกี่ร้อยครั้ง ก็ไม่ได้ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของท่านได้มาตรฐานขึ้นมา การกระทำย่อมเสียงดังกว่าคำขวัญไร้แก่นสาร อย่าให้ประชาชนต้องตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “กกต.มีไว้ทำไม?”

ด้วยความไม่นับถือ
ประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...