สงคราม ‘ราคารถ EV’ กระทบหุ้น ‘ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์-ชิ้นส่วนยานยนต์’
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 พ.ค. 2566 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2566 เวลา 03.34 น. • The Bangkok Insightหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Car) เคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง สร้างผลตอบแทนด้านราคาระดับสูง จากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่ อย่างยานยนต์ไฟฟ้า
แม้ในปี 2565 หุ้นกลุ่มนี้จะเจอกับความท้าทายหลายอย่าง อาทิ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน การชะลุอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ปัญหาขาดแคลนชิปและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี จากยอดส่งออกยานยนต์ และการผลิตเพื่อขายในประเทศ ที่เติบโตในระดับสูง
มองมาที่แนวโน้มปี 2566 ประเด็นที่น่าสนใจคือ การเกิดสงครามราคาในตลาด EV ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านรายได้ และราคาหุ้นหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า
สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกล่าสุด อาจทำให้ผู้บริโภคเลื่อนการตัดสินใจซื้อ เพราะจะรอเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง จึงส่งผลด้านลบต่อห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้า
สำหรับการผลิตรถยนต์ในเดือนมีนาคม 2566 อยู่ที่ 79,848 คัน เพิ่มขึ้น 4.16% จากช่วงปีก่อน แต่ยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลง -8.37% จากช่วงปีก่อน ในขณะที่การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 4.8% จากช่วงปีก่อน
การจดทะเบียนรถ BEV เดือนมีนาคมค 2566 เพิ่มขึ้น 878.7% จากช่วงปีก่อน ซึ่งการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยคิดเป็น 9.1% ของการจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ประกาศยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ ประจำเดือนมีนาคม 2566 โดย 10 อันดับยอดขายสูงสุด ได้แก่ BYD ATTO, Tesla Model Y, NETA V, Tesla Model 3, MG 4, MG EP, ORA Good Cat, Volvo XC40, MG ZS EV และ Volvo C40
มุมมองนักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย เห็นการเติบโตของการผลิตรถยนต์เริ่มชะลอตัว จากการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักในครึ่งปีหลังของปี 2565 เป็นการเติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียวระดับกลางในไตรมาส 1 ของ ปี 2566
ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว และการชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์รถยนต์ในอนาคต
การผลิตรถยนต์ที่ลดลง จะส่งผลให้ความต้องการชิ้นส่วนรถยนต์ของหุ้น SAT : บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของหุ้น KCE : บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ปรับตัวลดลงได้
ทั้งนี้ แม้อัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย โดยมีอัตราการเข้าถึง (penetration rate) ของรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 9.1% ของจำนวนการจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ อุปสงค์ที่สะสมไว้ และราคาขายที่ลดลง แต่นักลงทุนควรติดตามสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก สงครามราคาอาจเกิดจากอุปสงค์ที่ลดลง (ผลกระทบจากรายได้) หรือความตั้งใจที่จะกระตุ้นอุปสงค์ และเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (ผลกระทบจากราคา)
นอกจากสิ่งนี้ชะลอการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเพื่อรอราคาที่ถูกลงแล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของอุตสาหกรรมรถ EV เช่น ผู้ผลิต EV, แบตเตอรี่ EV, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนรถยนต์, ผู้ให้สินเชื่อ และนายหน้าประกันภัย
ทว่าสุดท้ายแล้ว ส่วนตัวมองว่ายังไง EV ก็ยังเป็นวัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ หรือ New S-curve ของยานยนต์ไทย โดยภาครัฐเร่งผลักดันการส่งเสริมให้มีการผลิตราว 30% ของการผลิตในประเทศทั้งหมด ภายใน 10 ปีข้างหน้า
แต่เชื่อว่าความต้องการรถ EV ในไทยน่าจะมาแบบจริงจังประมาณปี 2567-2568 โดยในระยะแรก ความต้องการส่วนใหญ่จะเป็นรถที่มีราคาระดับปานกลางและสูง หลังจากนั้น ความต้องการจะเร่งตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท หลังจากนั้นถึงจะเริ่มส่งผลบวกต่อการผลิต EV แบบมีนัยยะ
อ่านข่าวเพิ่มเติม