“กองอสังหาฯ-ไทย” แข็งกว่าตลาดหุ้น-ตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยติดลบ -4.25%... “ERWPF” แชมป์กลุ่ม +26.81% ส่วน “CPNREIT” ดิ่งหนักสุด -44.62% !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 08 ก.พ. 2568 เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2566 เวลา 09.49 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงสาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพาไปส่องดูผลงานของกลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT” ในช่วงครึ่งปีแรกกันบ้าง
ในไทยเอง “กองอสังหาฯ/REIT” ทรงดูไม่ดีนักภาพรวมร่วงไปตามตลาดหุ้นไทย ในขณะที่ SET TRI ดิ่งไปแล้วตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน -9.71% ดัชนี PF&REIT ก็ร่วงไป -6.30% มีอัตราเงินปันผลเฉลี่ย 3.11%
มีเพียง 25 กอง จาก 61 กอง คิดเป็น 41% ที่มีผลตอบแทนเป็นบวก ในขณะที่อีก 59% ที่เหลือผลงานติดลบ โดยกองที่มี “ผลงานดีสุด” ได้แก่ “ERWPF” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +26.81%เลยทีเดียว !!!
ส่วน “กองทุนอสังหาฯ ตปท.” (Property Indirect) ก็แดงยกแผง ตั้งแต่ต้นปีติดลบไปเฉลี่ย -2.98% หลังดอกเบี้ยขาขึ้นทำให้ผลตอบแทนของตราสารหนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ผลงานกลุ่ม “กองอสังหาฯ” ในช่วงครึ่งปีแรกเป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้สรุปข้อมูลเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
"กองอสังหาฯ-ไทย" ซบตามตลาดหุ้น-ตั้งแต่ต้นปีติดลบเฉลี่ย -4.25%…“ERWPF” แชมป์กลุ่มผลตอบแทนสูงสุด +26.81%
“กองทุนอสังหาฯ/REIT” เป็นอีกหนึ่งในการลงทุนทางเลือกที่เป็นคำตอบในการสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอกลับมาให้ผู้ลงทุน ด้วย “จุดเด่น” ของกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่าตามสัญญาที่จะส่งมาถึงมือผู้ถือหน่วยในรูปของ “เงินปันผล” เป็นสำคัญ
“โดย ‘เงินปันผล’ ของกองอสังหาฯ ขึ้นกับผลประกอบการเป็นสำคัญ ไม่ใช่การ ‘การันตี’ผลจอบแทนให้แต่ประการใด แต่ก็ถูกจัดให้อยู่ในสินทรัพย์ทางเลือกที่สามารถให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอที่ดีกว่าตราสารหนี้ ในขณะที่ไม่เสี่ยงเท่ากับหุ้น มีบุคลิกคล้ายหุ้น Defensive ซึ่งเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี”
ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กลุ่ม “กองอสังหาฯ/REIT” ในภาพรวมดูไม่สดใสเท่าไรนักผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -4.25% น้อยกว่าตลาดหุ้นไทยที่ร่วงไป -11.33%
โดยมีกองทุนอสังหาฯ 41% ที่มีผลตอบแทนเป็นบวก และ 5อันดับแรกที่มีผลงานดีสุดทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยได้ถึง +18.65% นำมาโดย อันดับ1) “ERWPF”ทำผลตอบแทนได้ +26.81% 2) “M-STOR”ทำได้ +21.60% 3) “MIPF” ทำได้ +17.62% 4) “QHHR” ทำได้ +15.00% และ 5) “LHPF”ทำได้ +12.20%
ส่วน 5 กองทุนอสังหาฯ ที่ดิ่งหนักสุดในช่วงครึ่งปีแรก ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบไป -32.67%ประกอบด้วย “QHPF”ผลตอบแทน -27.83%, “MIT”ติดลบ -28.96%, “TU-PF” ติดลบ -30.93%, “MJLF” ติดลบ -31.03% และ “CPNREIT”ตั้งแต่ต้นปีติดลบไป -44.62%
"กองอสังหาฯ-ตปท." แดงยกแผง-ตั้งแต่ต้นปีติดลบเฉลี่ย -2.98%…“IREITG” แชมป์กลุ่มผลตอบแทน -0.08%
หันมาดูกลุ่ม “กองอสังหาฯ ต่างประเทศ” กันบ้าง ทั้งหมดจะเป็นรูปแบบของ “กองทุนรวม” ที่ไปลงทุนในกองทุนที่เน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเป็นสำคัญ ที่เรียกว่า “Fund of Property Funds” หรือ “Property Indirect” นั่นเอง ภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกก็ไม่สดใสเช่นเดียวกัน ทั้ง 35 กอง ผลตอบแทน ‘ติดลบ’ทุกกกอง โดยผลตอบแทนติดลบตั้งแต่ -9.15% ถึง -0.08% เฉลี่ยกลุ่มติดลบไป -2.98%
“เหตุผลหลักมาจากดอกเบี้ยขาขึ้นที่ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้น่าสนใจมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็เป็นเพียงช่วงวงจรเท่านั้น หลังจากดอกเบี้ยนิ่งและปรับตัวสู่ขาลงอีกครั้ง ก็จะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนใน REIT เองกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ซึ่งนั่นย่อมจะส่งผลดีต่อกองอสังหาฯ ต่างประเทศในภาพรวมด้วยเช่นกัน”
สำหรับ ‘กองอสังหาฯ ต่างประเทศ’ ที่มีผลงาน ‘ดีสุด’ 5อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน) นำมาโดย อันดับ 1)“IREITG”ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ – 0.08%, 2) “TJREIT” ติดลบ -0.39%, 3) “TUSREIT” ติดลบ -0.53%, 4) “SCBGPROPA”ติดลบ -1.38% และ 5) “DAOL-USREIT”ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบไป -1.43%
รู้จัก 3 รูปแบบการลงทุนของ “กองทุนอสังหาฯ” ก่อนลงทุน…ช่วยให้เลือกได้ตรงใจ
สำหรับ “กองทุนอสังหาฯ/REIT” จะเข้าไปลงทุนใน 3 ลักษณะ คือ
1.Free Hold เป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แบบขายขาด โดยผู้ซื้อจะได้ “กรรมสิทธิ์” ไปครอบครองอย่างเต็มตัว ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากการนำทรัพย์สินออกให้เช่า และมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
2.Lease Hold เป็นการเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว โดย “ไม่ได้กรรมสิทธ์” ถึงเวลาก้ต้องคืนสิทธิเจ้าของไปหรือขอต่อสัญญาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อ ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์จนหมดอายุสัญญาเช่า โดยผลตอบแทนที่จ่ายคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยในแต่ละปีจะมีทั้งส่วนที่เป็น “ผลตอบแทน” และ “เงินต้น” รวมอยู่ด้วย
“ดังนั้น ผู้ลงทุนจะต้องไม่ลืมว่า NAV ของกองอสังหาฯ ประเภท Leasehold จะลดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นศูนย์เมื่อครบอายุตามสัญญานั่นเอง ถ้าสัญญาเช่าเหลือน้อยตรงนี้นักลงทุนก็ต้องพิจารณาดูด้วยว่าผลตอบแทนกับความเสี่ยงคุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่”
3.แบบผสมทั้ง Free Hold และ Lease Hold ก็จะผสมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนเข้ามาทั้ง 2 รูปแบบ
“ปัจจุบันมี ‘กองอสังหาฯ/REIT’ 61 กอง มีทั้ง 3 รูปแบบซึ่งนักลงทุนที่สนใจเข้าไปลงทุนควรศึกษาดูให้เข้าใจก่อนที่จะลงทุนด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถลงทุนผ่าน ‘ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย’ได้ เพราะหน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาฯ มีการจดทะเบียนไว้ในตลาดสามารถลงทุนได้เหมือนการลงทุนในหุ้น”
กลุ่ม “กองทุนอสังหาฯ/REIT” เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่สามารถสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอจาก “ค่าเช่า” มาคืนสู่ผู้ลงทุนในรูปของ “เงินปันผล” จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในพอร์ตการลงทุนเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนตัดสินใจลงทุนก็อย่าลืมทำความเข้าใจกองทุนอสังหาฯ นั้นๆ ด้วยว่าเป็นกองทุนอสังหาฯ ประเภทไหน ลงทุนอย่างไร เพื่อจะได้ลงทุนด้วยความเข้าใจนั่นเอง จะดูเพียง “อัตราเงินปันผล” เพียงอย่างเดียวไม่ได้
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน