เปิดไทม์ไลน์ "สุชาดา-สามี" จากข้อสงสัยทุนสีเทาสู่ปมถือหุ้นเว็บพนัน
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรกลับมาร้อนแรงถึงขีดสุด เมื่อประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติและทุนสีเทา ถูกนำมาเปิดแผลกลางสภาผู้แทนราษฎร
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากการอภิปรายของ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้ตั้งคำถามถึงความผิดปกติเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน การถือครองทรัพย์สิน และการประกอบธุรกิจของสามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย
การเปิดเบาะแสในครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การปะทะคารมทางการเมืองทั่วไป แต่กลับกลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งลุกลามใหญ่โตในสภา หากย้อนดูเส้นทางไทม์ไลน์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ลำดับเหตุการณ์สำคัญได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
จุดตั้งต้นเรื่องสินบน 40 ล้านบาท
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เคยเปิดเผยต่อรัฐสภาว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี มีผู้ติดต่อผ่านคนรู้จัก เพื่อเสนอสินบนเดือนละ 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ประเด็นนี้ถูกหยิบมาตั้งคำถามทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อมีการนำเข้าสู่กระทู้ถามในสภาวันที่ 1 ต.ค.2569
1 ต.ค.2569 — "โรม" พาดพิง สส.หญิงหนึ่งเดียวในชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามนายไชยชนกเกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีมีผู้เสนอสินบน 40 ล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงการตรวจสอบบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ และกล่าวพาดพิงถึง สส.หญิง จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับสามี
น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงทันที โดยระบุว่า ตนเป็น สส.หญิง จ.ชัยภูมิ เพียงคนเดียวของพรรค จึงถือว่าคำพูดดังกล่าวพาดพิงถึงตนโดยตรง พร้อมเรียกร้องให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด และระบุว่า การกล่าวหาผู้อื่นต้องมีหลักฐาน
นายรังสิมันต์ยืนยันว่า ไม่ถอนคำพูด โดยระบุว่า จะมีข้อมูลตามมา ขณะที่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ขอให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันไม่ถอน จึงสั่งให้ออกจากห้องประชุม
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสามีของ น.ส.สุชาดา กลายเป็นประเด็นสาธารณะอย่างรวดเร็ว
1–2 ต.ค.2569 — "ไอซ์ รักชนก" ตั้งคำถาม "สามีสุชาดามีอาชีพอะไร"
หลังเหตุการณ์ในสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่เปิดเผยโดยสำนักงาน ป.ป.ช. มาตั้งคำถามเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของครอบครัว น.ส.สุชาดา โดยเฉพาะอาชีพและแหล่งรายได้ของสามี
ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569 ระบุว่า น.ส.สุชาดา และ นายไทหยาง ซาง คู่สมรสสัญชาติออสเตรเลีย และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 1,974,908,877.24 บาท และหนี้สินรวม 454,286.88 บาท
ในจำนวนนี้ น.ส.สุชาดาแจ้งทรัพย์สินส่วนตัวประมาณ 130 ล้านบาท ขณะที่นายไทหยางแจ้งทรัพย์สินประมาณ 1,845.94 ล้านบาท โดยรายการที่ถูกจับตามองคือเงินให้กู้ยืมรวมประมาณ 1,440.47 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเป็นความผิด แต่ทำให้เกิดคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับที่มาของเงิน รายละเอียดของการให้กู้ยืม และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบจากเอกสารและคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง
2 ต.ค.2569 — "สุชาดา" แจ้งความ "รังสิมันต์ โรม"
น.ส.สุชาดาเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เพื่อแจ้งความนายรังสิมันต์ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยให้เหตุผลว่าการอภิปรายในสภามีการถ่ายทอดสด และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตน
น.ส.สุชาดายืนยันว่า ตนและครอบครัวบริสุทธิ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และปฏิเสธว่า สามีเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยระบุว่า สามีเป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถด้านการลงทุนหลายรูปแบบ
เธอยังชี้แจงกรณีข้อมูลทรัพย์สินที่ถูกนำมาเผยแพร่ว่า ได้ยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช. ตามกฎหมาย และตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของเอกสารบางส่วนที่ "นายศิริโชค โสภา" อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ นำมาเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมระบุว่า หากพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องก็อาจดำเนินการทางกฎหมายกลับ
2–7 ต.ค.2569 — กมธ.กฎหมาย เชิญสุชาดา-สามี ชี้แจง
นายรังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญ น.ส.สุชาดาและนายไทหยางเข้าชี้แจงในวันที่ 7 ต.ค. พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ป.ป.ช. ให้ข้อมูลประกอบ
ประเด็นที่ต้องการตรวจสอบครอบคลุมที่มาของทรัพย์สินและรายได้ การให้กู้ยืมเงินแก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับทุนสีเทา
นายรังสิมันต์ตั้งคำถามสำคัญว่า หากพบว่า สามีมีความผิด น.ส.สุชาดารู้หรือควรรู้หรือไม่ การที่เธอเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้เพียงใด และรัฐมนตรีคนปัจจุบันจะปฏิเสธว่าไม่รับรู้เรื่องดังกล่าวได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ย้ำว่า การตรวจสอบของกรรมาธิการ ไม่ได้หมายความว่า มีข้อสรุปความผิดแล้ว และในเวลานั้นยังไม่ได้เป็นการจัดเตรียมข้อมูลเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจโดยตรง เพราะ น.ส.สุชาดาไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
7 ต.ค.2569 — โรมเรียกร้องรัฐบาลอย่ารีบรับรองความบริสุทธิ์
นายรังสิมันต์แสดงความเห็นว่า รัฐบาลไม่ควรรีบออกมารับรองหรือปกป้องบุคคลใดก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวบุคคล แต่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของรัฐในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
พร้อมยังตั้งคำถามถึงการปราบปรามเว็บไซต์ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลประกาศปิดเว็บไซต์จำนวนมาก แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บไซต์บางแห่งได้ ประเด็นนี้จึงเชื่อมโยงกลับไปยังหน้าที่ของกระทรวงดีอีโดยตรง
ตัวละครลับ "ศิริโชค โสภา" โดดร่วมวง
การตรวจสอบเส้นทางการเงินและปมพัวพันธุรกิจสีเทาข้ามชาติของ นายไท หยาง สามีของ น.ส.สุชาดา ทวีความร้อนแรงและมีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นอย่างมากเมื่อ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระโดดเข้ามาเป็นอีกตัวละครสำคัญ ในการเปิดหน้าตักขุดลึกตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ต.ค.
โดยนายศิริโชคสวมบทนักสืบเอกสารทางการเมือง แกะรอยพฤติกรรมความร่ำรวยผิดปกติ จนกระทั่งพบข้อมูลหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงว่านายไทหยาง มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในเว็บไซต์คริปโตและการพนันออนไลน์ Shuffle.com ซึ่งกลายเป็นการเปิดแผลใหญ่ทางการเมืองที่มากกว่าแค่การตั้งข้อสังเกตลอย ๆ ในสภาฯ
ข้อมูลเชิงลึกที่นายศิริโชคนำมาเปิดเผยสู่สาธารณะ ไม่เพียงแต่ชี้เป้าเรื่องการเป็นหุ้นส่วนเว็บพนัน แต่เขายังเดินหน้าตั้งข้อสังเกตและจับพิรุธในตัว น.ส.สุชาดา อีกหลายประเด็น โดยเฉพาะพฤติการณ์เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)
นายศิริโชคระบุว่า แหล่งที่มาของเงินที่นำไปกว้านซื้อทรัพย์สินจำนวนมากนั้น เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการลงทุนเว็บพนันของสามี และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ น.ส.สุชาดา ดำรงตำแหน่งเป็น เลขานุการ รมต.ดีอี ในยุครัฐบาลอนุทิน 1 ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยตรง
นอกจากนี้ นายศิริโชคยังแฉปมลึกเรื่องเครือข่ายสตาร์ตอัป 3 บริษัท และเส้นเงินที่สามี สส. ปล่อยกู้มูลค่าสูงถึง 1,440 ล้านบาท ให้กับบริษัทที่ล้มละลายไปแล้วอย่าง 3AC ซึ่งถูกบล็อกเชนระดับโลกตรวจพบว่า ถูกใช้เป็นสะพานโอนสินทรัพย์ เพื่อฟอกเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ และกลุ่มสแกมเมอร์ข้ามชาติสูงถึง 20,000 ล้านบาท
16 ต.ค.2569 — คลิปหลุดกลางงานบุญ สุชาดา สารภาพ "สามีถือหุ้น 1%"
ต่อมามีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 2 นาที ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะ น.ส.สุชาดา พูดคุยกับชาวบ้านและพระสงฆ์ใน จ.ชัยภูมิ โดยเธอยอมรับว่า สามีถือหุ้นในเว็บไซต์พนันออนไลน์ประมาณ 1% กว่า ๆ แต่ระบุว่า เป็นการลงทุนในประเทศคูราเซา ที่กฎหมายอนุญาตและสามีไม่ใช่เจ้าของเว็บ
สามีหนูมีการลงทุนและถือหุ้นในเว็บไซต์ดังกล่าวจริงประมาณ 1% กว่า ๆ แต่เป็นการลงทุนในต่างประเทศที่ประเทศคูราเซา (Curacao) ซึ่งกฎหมายเขาอนุญาต ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย และสามีหนูไม่ใช่เจ้าของเว็บ เป็นแค่ผู้ถือหุ้นรายย่อย
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ระบุว่า การยอมรับดังกล่าวเทียบเท่ากับคำสารภาพ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.การพนันของไทย การมีส่วนได้ส่วนเสียหรือจัดให้มีการเล่นพนัน ไม่ว่าจะเซิร์ฟเวอร์หรือบริษัทตั้งอยู่ที่ใด หากคนไทยหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้อง ย่อมเข้าข่ายความผิดทันที
18-19 ต.ค.2569 - ล็อกเป้า กมธ.กฎหมายฯ – โรมฉะบิ๊กพรรคสีน้ำเงิน "สองมาตรฐาน"
นายรังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ใช้อำนาจประธานสั่งบรรจุวาระเรื่องตรวจสอบถุงเงินและเส้นทางการเงินของ น.ส.สุชาดา และสามี เข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. ทันที โดยนัดหมายประชุมนัดแรกวันที่ 22 ต.ค.2569
โรมโพสต์ตั้งคำถามเดือดถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงดีอี ว่า เหตุใดจึงยังนิ่งเฉย ไม่มีท่าทีขยับตรวจสอบ พร้อมเปรียบเทียบกับกรณีอดีต สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ที่เคยถูกออกหมายจับและยึดทรัพย์อย่างรวดเร็วในคดีที่พัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ และตั้งข้อสังเกตว่า
หรือเป็นเพราะ สส.รายนี้สังกัดพรรคสีน้ำเงิน และเคยเป็นคนใกล้ชิดของรัฐมนตรีบางคน หน่วยงานรัฐจึงไม่กล้าแตะ ?
20 ต.ค.2569 - สุชาดา-สามีเข้าพบ DSI ปมถือหุ้นเว็บพนันออนไลน์
น.ส.สุชาดาและนายไทหยางเดินทางเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นการถือหุ้นในเว็บไซต์พนันออนไลน์ Shuffle.com โดย น.ส.สุชาดาชี้แจงว่า สามีเคยถือหุ้นในเว็บไซต์ดังกล่าว 1.47% และขายหุ้นออกไปแล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.2569 ก่อนที่เธอจะเข้ารับตำแหน่ง สส. จึงไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.
ในวันเดียวกัน นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ข้อมูลต่อ DSI โดยมองว่า ประเด็นนี้ ไม่ควรตรวจสอบเฉพาะเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากนายไทหยางเคยเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันจริง ความเกี่ยวข้องนั้นอยู่ในช่วงเวลาใด และมีความเชื่อมโยงกับการใช้อำนาจหรือผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่
นายศิริโชคตั้งข้อสังเกตว่า คำชี้แจงเรื่องการขายหุ้นอาจทำให้เกิดคำถามต่อเนื่อง เพราะหาก น.ส.สุชาดารับรู้ว่าสามีเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ก็ต้องพิจารณาต่อว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบทบาทของเธอในช่วงที่เป็นเลขานุการ รมต.ดีอี อย่างไร อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อยืนยันว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว
ล่าสุด DSI เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจไซเบอร์ และ ปปง. เพื่อรวบรวมข้อมูลและแบ่งหน้าที่ตรวจสอบ โดยมีประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบย้อนหลังว่านายไทหยางเคยปรากฏชื่อหรือมีความเกี่ยวข้องกับคดีมูลฐานอื่นหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
ปมนี้จะจบอย่างไร และใครต้องตอบคำถามต่อจากนี้
แม้ชื่อของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ จะไม่ได้ปรากฏอยู่ในโผรายชื่อ 18 รัฐมนตรี ที่พรรคฝ่ายค้านยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ ทว่าเรื่องราวของเธอและสามี จะกลายเป็น "หัวเจาะ" ชิ้นสำคัญที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ในฐานะเจ้ากระทรวงผู้รับผิดชอบโดยตรงและในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จะต้องเป็นผู้ตอบคำถามและรับแรงกระแทกแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เนื่องจากในช่วงเวลาที่นายไทหยาง ถูกกล่าวหาว่า ถือหุ้นในเว็บพนันออนไลน์ Shuffle.com นั้น เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ น.ส.สุชาดา ดำรงตำแหน่งเป็น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ซึ่งมีหน้าที่หลักในการปราบปรามและปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย
ประเด็นนี้จึงเกิดคำถามตัวโตจากฝ่ายค้านถึงเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อนและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ว่าเหตุใดกระทรวงดีอีจึงปล่อยปละละเลยเว็บพนันของคนใกล้ชิด แต่กลับไล่ปิดเว็บอื่นอย่างครึกโครม อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับกรณีปม "สินบน 40 ล้านบาท/เดือน" ที่นายไชยชนกเคยอ้างว่า มีคนมาเสนอให้เพื่อแลกกับการไม่ปราบปรามทุนเทาออนไลน์
เรื่องนี้จึงกลายเป็น "ปมร้อน 4 หน้าปัด" (TH-AI Passport, สินบน 40 ล้าน, หุ้นเว็บพนันสามี สส., และการเอื้อประโยชน์สมัยเป็นเลขาฯ) ที่จะฉุดเรตติงของพรรคสีน้ำเงิน และทำให้ รมว.ดีอี นั่งเก้าอี้ไม่ติดในศึกซักฟอกอย่างแน่นอน
อ่านข่าว :
โปรดสถาปนา "พระพรหมวัชรเมธี" ขึ้นเป็น "สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธีฯ"
"วรศิษฎ์" นั่งหัวโต๊ะสอบงบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งเคลียร์ปมไร้ตัวเลขขนขยะใน 45 วัน
"นรเศรษฐ์" รับหนังสือค้านร่างกฎหมาย 4 ฉบับ หวั่นกระทบความเป็นอิสระขององค์กร