"ปกรณ์" เผย ส.ค.นี้ ชง ครม.คุมอัตราข้าราชการ-ยุบอัตราเกษียณอายุ
วันนี้ (25 ก.ค.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของข้าราชการ (Early Retirement) ว่า ตอนนี้อยู่ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น 15 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 5 ส.ค. โดยจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นช่วง 3 วันแรก ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากมีผู้เข้าไปร่วมแสดงความเห็นมากกว่า 8,000 ความเห็น
โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะสรุปผลข้อเสนอแนะต่าง ๆ เป็นหลักการเพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบในช่วงกลางเดือน ส.ค.
ขณะเดียวกัน ช่วงต้นเดือน ส.ค. จะมีการเสนอ ครม. ในเรื่องการควบคุมอัตรากำลังข้าราชการทั้งหมด อาทิ กลุ่มข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ซึ่งภาพรวมทั้งระบบมีประมาณ 3 ล้านกว่าคน ไม่เพิ่มขึ้นไปกว่านี้ เพราะถ้าสูงขึ้นอีก อาจกระทบกับภาระงบประมาณ และอัตราที่มีอยู่ในปัจจุบันก็มีจำนวนเต็มที่ที่สามารถรองรับได้
รวมถึงจะมีการเสนอให้ยุบอัตราเกษียณอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการปลดออก ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนตำแหน่งสำคัญ ๆ ก็ยังคงอยู่ แต่ยอมรับว่าหลายตำแหน่งก็ไม่จำเป็น
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เป้าหมายของโครงการนี้ คือการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยหากเราลดจำนวนคนลงได้จาก 3 ล้านคนเหลือ 2 ล้านคนภายใต้ฐานงบประมาณก้อนเดิม จะช่วยให้ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการ ที่ยังอยู่ในระบบสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่จะดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงานราชการ และยังเป็นการปรับตัวตามแนวโน้มของบริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลก ที่หันมาลดขนาดองค์กร
อย่างไรก็ตาม กลไกการบริหารจัดการอัตรากำลังใหม่นี้ จะเน้นการยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุราชการ ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อการทำงานในปัจจุบัน แต่จำเป็นต้องทำเพื่อปรับลดขนาดองค์กร ให้มีความคล่องตัวสูงขึ้นตามสภาพสังคม โดยรองนายกฯ ยอมรับว่า ในการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการนั้น หากทุกอย่างเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้ได้ เชื่อว่า การปรับเพิ่มฐานเงินเดือนของราชการทั้งระบบ ก็สามารถปรับขึ้นได้เช่นกัน
ส่วนเกณฑ์มาตรการเกษียณอายุราชการ ที่นำมารับฟังความเห็นซึ่งมีหลายข้อเสนอ เช่น ช่วงอายุ การรับเงินก้อน จะมีการปรับให้ลงตัวอย่างไร นายปกรณ์ ยอมรับว่า เกณฑ์มาตรการเกษียณต้องนำมาปรับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ( ก.พ.ร) กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ จะพิจารณาหลายมิติ
แต่หลักการรัฐจะต้องช่วยเขาจ่ายคือ 1.เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เจ้าที่ข้าราชการร่วมโครงการ 2.บำเหน็จ บำนาญที่ต้องจ่าย ต้องดูงบประมาณว่ามีเท่าไหร่และจะจ่ายแบบไหน ฉะนั้นเมื่อได้ข้อมูลทุกด้านว่าจะต้องนำมาปรับดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพื่อได้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ และภาครัฐ ส่วนเป้าหมายยังไม่ได้มีการกำหนด เพราะต้องดูผู้สนใจร่วมโครงการว่ามีมากน้อยเพียงใดก่อน แต่เท่าที่เห็นจากผู้มาร่วมแสดงความเห็นก็มีจำนวนมากอยู่
อ่านข่าว :
เปิดรับฟังความคิดเห็นมาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด 2 ทางเลือก ถึง 5 ส.ค.
นายกฯ สั่งเอาทุกข์คนเป็นตัวตั้ง ทบทวนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังไม่ผ่านเกณฑ์ 9.3 ล้านคน
“ปกรณ์” เผย คกก.สอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น จบแล้ว จ่อส่งเอกสารให้นายกฯ