เปิดไทม์ไลน์ เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด คาดเข้าครม.กลางเดือน
รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ ควบคู่มาตรการ เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (Early Retirement) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและข้าราชการ ก่อนสรุปผลเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเตรียมเสนอแผนควบคุมอัตรากำลังข้าราชการทั้งระบบไม่ให้เกิน 3 ล้านคนในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
เปิดรับฟังความเห็น Early Retirement ถึง 5 สิงหาคม 2569
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า มาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (Early Retirement) อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 5 สิงหาคม 2569
ในช่วง 3 วันแรก มีผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นแล้วกว่า 8,000 ความเห็น สะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก
หลังสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรวบรวมข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อจัดทำหลักการและเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบในช่วง กลางเดือนสิงหาคม 2569
ต้นเดือนสิงหาคม เตรียมเสนอ ครม. คุมอัตราข้าราชการทั้งระบบ
นอกจากมาตรการ Early Retirement แล้ว รัฐบาลเตรียมเสนอ ครม. ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เพื่อพิจารณามาตรการ ควบคุมอัตรากำลังข้าราชการทั้งระบบ
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมข้าราชการทุกกลุ่ม ทั้ง
- ข้าราชการพลเรือน
- ข้าราชการทหาร
- ข้าราชการตำรวจ
ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวมกว่า 3 ล้านคน โดยรัฐบาลตั้งเป้าไม่ให้จำนวนข้าราชการเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาระงบประมาณของประเทศ
เตรียมยุบตำแหน่งที่ว่างหลังเกษียณ ลดขนาดระบบราชการ
นายปกรณ์ระบุว่า รัฐบาลยังเตรียมเสนอแนวทาง ยุบอัตราตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ไม่มีความจำเป็น ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งสำคัญที่จำเป็นต่อการบริหารราชการจะยังคงไว้ ขณะที่ตำแหน่งที่ไม่จำเป็นอาจถูกยุบเพื่อลดขนาดองค์กรภาครัฐ
เป้าหมายลดข้าราชการเหลือ 2 ล้านคน
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป้าหมายระยะยาวคือการปรับโครงสร้างราชการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
หากสามารถลดจำนวนข้าราชการจากประมาณ 3 ล้านคน เหลือ 2 ล้านคน ภายใต้งบประมาณเดิม จะทำให้เงินเดือนและสวัสดิการเฉลี่ยของข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบเพิ่มสูงขึ้น เป็นแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่และบุคลากรที่มีศักยภาพเข้ารับราชการมากขึ้น
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับตัวขององค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกที่ลดขนาดองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ยุบตำแหน่งแบบค่อยเป็นค่อยไป ลดผลกระทบ
รัฐบาลยืนยันว่าการบริหารอัตรากำลังรูปแบบใหม่จะใช้วิธี ยุบตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าหากสามารถดำเนินการตามแผนได้ ก็มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบในอนาคต
เกณฑ์ Early Retirement ยังเปิดรับข้อเสนอ
สำหรับหลักเกณฑ์ของมาตรการ Early Retirement เช่น
- ช่วงอายุผู้เข้าร่วมโครงการ
- เงินชดเชยหรือเงินก้อน
- สิทธิประโยชน์ด้านบำเหน็จบำนาญ
ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ก.พ., ก.พ.ร., กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ
หลักการสำคัญคือ
- รัฐต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการเข้าร่วมโครงการ
- การจ่ายบำเหน็จบำนาญต้องสอดคล้องกับกรอบงบประมาณของรัฐ
ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากต้องรอประเมินความสนใจหลังสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็น แต่จากจำนวนผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นในช่วงแรก ถือว่าได้รับการตอบรับในระดับสูง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ยืนยันรัฐบาลมีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ
- นายกฯ ไทย-จีน เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจแห่งอนาคต ความมั่นคง
- รัฐบาลจัดใหญ่ “THAILAND²” ยกระดับทักษะอนาคต ดันเศรษฐกิจโตยกกำลังสอง
- นายกฯ หารือนักธุรกิจยุโรปกว่า 40 บริษัท ย้ำไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- เปิดทาง 5.4 ล้านคน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่ ดึงกลุ่มตกหล่นเข้าถึงสิทธิ