โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระทึก! รถนักท่องเที่ยวไหลลงแม่น้ำนครนายก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 15 เม.ย. 2565 เวลา 00.19 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2565 เวลา 00.19 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นครนายก 15 เม.ย. - นักท่องเที่ยวจอดรถดึกเบรกมือ แต่เข้าเกียร์เดินหน้าไว้ แล้วลงจากรถ รถไหลลงแม่น้ำนครนายก ก่อนจะจมลงใต้น้ำ ด้าน นายก อบต.สาริกา ช่วยนำรถเครื่องจักรขนาดกลางช่วยกู้ซากรถขึ้นจากน้ำ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chanapan Ngamsujarit ได้โพสต์คลิปและภาพเหตุการณ์รถตู้สีขาว ไหลตามกระแสน้ำ โดยในคลิปจะเห็นภาพมีชายเสื้อขาวพยายามวิ่งตามรถ ก่อนที่จะทราบว่าเป็นเจ้าของรถ ที่พยายามใช้เชือกผูกตัวรถไว้กับต้นไม้ ไม่ให้ไหลไปไกล

เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวได้ขับรถตู้มาจาก กทม. เพื่อเข้าพักรีสอร์ต โดยจอดรถไว้บริเวณท่าน้ำของรีสอร์ต จากนั้นได้ลงรถมาพูคุยกับเจ้าของรีสอร์ต ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรตกน้ำ เมื่อหันไปดูก็พบว่ารถตู้ของตนที่จอดติดเครื่องเอาไว้ลอยอยู่ในน้ำแล้ว ด้วยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว รถจึงไหลตามกระแสน้ำ ไกลจากจุดเกิดเหตุ ถึง 150 เมตร โดยตนใช้เชือกผูกตัวรถแล้วผูกกับต้นไม้ใหญ่ก่อนจะประสานขอความช่วยเหลือจากกู้ภัย โดยสาเหตุที่รถไหลลงน้ำนั้น มาจากเจ้าของรถเข้าเกียร์เดินหน้าไว้ แต่ดึกเบรกมือ แล้วลงจากรถ

จนกระทั่งช่วงค่ำ นายชุมพลภัทร์ เลาหะพาพิช นายก อบต.สาริกา ได้เดินทางมายังจุดที่รถจม ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดต่อระหว่างตำบลหินตั้งและตำบลสาริกา โดยได้นำรถเครื่องจักรขนาดกลางมาช่วยนำรถนักท่องเที่ยวขึ้นจากน้ำ โดยใช้วิธีการใช้ถังน้ำสอดใต้รถแล้วให้ถังน้ำนั้นพยุงตัวรถให้ลอยขึ้น จากนั้นใช้เชือกผูกตัวรถนักท่องเที่ยวและรถเครื่องจักรเพื่อให้รถเครื่องจักรลากขึ้นมายังฝั่ง ฝั่งตำบลสาริกา ซึ่งมีลักษณะเป็นตลิ่งชายหาด ง่ายต่อการนำขึ้นมา.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...