นิทรรศการ Vanishing Point พุทธศาสนา ความเรียบง่าย กับศิลปินรุ่นใหม่
นิทรรศการศิลปะ Vanishing Point โดย “ซิน ไชยกุล” และ “วรสิทธิ์ ขี้เหล็กสี” พุทธศาสนาที่ถูกตีความใหม่ผ่านความเรียบง่ายโดยศิลปินรุ่นใหม่ 12 ส.ค.-30 ก.ย.นี้ ที่สมาคมฝรั่งเศส เชียงใหม่
นิทรรศการประติมากรรม Vanishing Point งานจัดแสดงผลงานศิลปะของ “ซิน ไชยกุล” และ “วรสิทธิ์ ขี้เหล็กสี” ศิลปินรุ่นเยาว์ที่นำเอาศีลในพระพุทธศาสนามาตีความใหม่และถ่ายทอดออกมาด้วยวัสดุรีไซเคิล
โดยทั้งคู่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย รูปทรง ทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการได้ระลึกถึงแก่นแท้รวมทั้งเตือนใจถึงสถานะที่แสนจะเรียบง่ายและธรรมดาของมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้
สำหรับซิน ไชยกุล เกิดเมื่อปี 2543 ที่จังหวัดพะเยา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาประติมากรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ งานของเจ้าตัวได้รับแรงบันดาลใจมาจากพุทธสุภาษิต โดยเฉพาะเรื่องความไม่เที่ยงที่ถูกนำมาเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์ผลงาน
ไม่ว่าจะเป็นไม้สักที่ใช้เวลาแกะสลักนับเดือน หรือเป็นเพียงผักผลไม้ธรรมดาที่มีการสลักพุทธวจนะ ล้วนถ่ายทอดเรื่องราวของการเวลาผ่านผลงานได้อย่างลึกซึ้ง
โดยงานประติมากรรมของซิน ต้องการให้ผู้ชมตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิต สำนึกถึงความสำคัญของเวลาทุกวินาที โดยนิทรรศการ Vanishing Point ครั้งนี้มาพร้อมกับการจัดแสดงผักผลไม้สลักชุดใหม่ และผลงานชิ้นเอก คือ “Beginner’s Mind” หรือ “จิตใจของผู้เริ่มต้น” ที่ประกอบไปด้วยไม้สักแกะสลักกว่า 16 ชิ้น
“วรสิทธิ์ ขี้เหล็กสี” อีกหนึ่งศิลปินรุ่นใหม่ในงานนี้ เจ้าตัวเกิดเมื่อปี 2531 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ คณะศิลปวิจิตร สาขาวิชาทัศนศิลป์ วิชาเอกเครื่องเคลือบดินเผา
งานของวรสิทธิ์ มีลักษณะเรียบง่าย โดดเด่นด้วยการใช้วัตถุดิบรีไซเคิล หรือการสร้างเครื่องปั้นดินเผาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เทคนิคดังกล่าวจะทำให้ผู้เข้าชมนิทรรศการนึกถึงงานศิลปะเกี่ยวกับพุทธศาสนาของคนพื้นบ้านในยุคโบราณ
ดินเหนียวที่มีสภาพอ่อนนุ่มยามเปียกชุ่ม และแข็งกร้าวยามแห้งและถูกเผา ถูกสื่อถึงเรื่องธาตุทั้ง 4 และแก่นของพุทธศาสนาได้อย่างเข้าใจง่ายและลึกซึ้ง และในนิทรรศการนี้ วรสิทธิ์ก็จะจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาชุดใหม่ของเขาและพระพุทธรูปซึ่งถูกสร้างจากวัตถุดิบรีไซเคิล
นิทรรศการประติมากรรม VANISHING POINT โดยซิน ไชยกุล และวรสิทธิ์ ขี้เหล็กสี จะจัดขึ้นที่สมาคมฝรั่งเศส เชียงใหม่ วันที่ 12 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2566