ไม่ได้ทะลุมิติมาเป็นหญิงชาวบ้านที่เก็บโสมขายจนรวยหรอกรึ
ข้อมูลเบื้องต้น
☁︎ คำเตือนเนื้อหา : เรื่องนี้เป็นแนวทะลุมิติ ขำขัน ฟีลกู๊ด ฮีลใจ ผสมแฟนตาซี (มีการอิงเรื่องเทพ/เซียน/ปิศาจนิดๆ กำลังภายในหน่อยๆ คือมีกรุบกริบพอเป็นสีสัน) นางเอกเป็นคนตลก น่ารัก น่าเอ็นดู พระเอกเทพทรู หล่อล่ำ ใจถึง พึ่งพาได้ ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใดๆ ถอดสมองอ่านได้สบายๆ ไม่มีดราม่า ไม่มีปมอะไรมากมาย และจบแบบสุขนิยมค่ะ ꈍ◡ꈍ
☁︎ ซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างหญิงสาวยากจนในหมู่บ้านชนบทยุคจีนโบราณ ถ้ามาทรงนี้ตามสเต็ปของนางเอกนิยาย 99% ก็ต้องเข้าป่าขุดเจอโสมหรือเห็ดหลินจือแล้วเอาไปขายทำเงินและสร้างกิจการจนรวยสินะ… อ้าว! ไม่ใช่เรอะ!
☁︎ นอกจากจะไม่เจอโสมหรือเห็ดหลินจือแล้ว ยังเจอคนไล่ฆ่าด้วย แต่เดชะบุญที่มีจอมยุทธ์มาช่วยเอาไว้ได้ทัน แถมเขายังบอกว่าจะพาเธอไปเมืองหลวงด้วย มาทรงนี้ก็ต้องไปทำการค้าใหญ่โตจนร่ำรวยสินะ อ้าว! ไม่ใช่อีกแล้วเรอะ!
☁︎ ☁︎ ☁︎ ☁︎ ☁︎ ตัวอย่างเนื้อหาบางส่วนจากบทที่ 4 ☁︎ ☁︎ ☁︎ ☁︎ ☁︎
“จับเสื้อข้าไว้ให้แน่นๆ จะได้ไม่ตกลงไป” เอ่ยจบเขาก็กระตุกบังเหียน ทำให้ม้าเริ่มออกวิ่ง ซือซือจึงต้องรีบกำเข้าไปที่เสื้อบริเวณเอวของเขาไว้แน่น
‘หวังว่าเสื้อของอีตาคนนี้จะไม่หลุดออกมาทั้งยวงแล้วทำให้เธอหงายหลังตกม้าไปหรอกนะ!’
เมื่อพ้นจากเขตหมู่บ้าน ม้าตัวที่เธอนั่งก็วิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ … จนเธอรู้สึกเหมือนจะบินได้อยู่แล้ว!
ชีวิตก่อนซือซือเคยนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ (วิน) เป็นประจำ แต่ไม่เคยนั่งซ้อนท้ายพวกบิ๊กไบค์ที่ซิ่งแข่งกับรถยนต์บนถนนเส้นยาวอย่างเป็นกิจจะลักษณะมาก่อน ไม่รู้ว่าบิ๊กไบค์กับม้าตัวนี้อะไรจะซิ่งกว่ากัน และไม่ใช่ซิ่งธรรมดา แต่มันทั้งกระเด้งกระดอน กระแทกกระทั้น กระทุ้งกระเทือนจนตับไตไส้พุงของเธอเขย่าไปมาจนมันไปกองรวมกันหมดแล้วมั้ง!
ประสบการณ์ในการนั่งซ้อนท้ายม้าครั้งแรกของเธอ เรียกได้ว่า ‘ลืมตาย’ ส่วนคนที่ลืมตายน่าจะเป็นหยางเฉวียนหมิงที่ซิ่งม้าราวกับจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว ไม่ทันได้ร้องเรียนอะไรกับใครท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี และเมื่อฟ้าเริ่มมืด ฝีเท้าของม้าก็ชะลอลงด้วยเช่นกัน
ซือซือที่หลับตากำเสื้อของอีตาจ๊อกกี้มาตั้งแต่แรก รู้สึกมือชา ก้นชา และขาชามาสักพักใหญ่ๆ แล้ว กว่าจะรู้ตัวว่าม้าหยุดวิ่งก็ตอนที่ได้ยินเสียงของผู้ชายคนเดียวที่เธอรู้จักแถวนี้ดังขึ้นข้างๆ
“ถึงโรงเตี๊ยมแล้ว เราจะพักที่นี่คืนหนึ่ง พรุ่งนี้จะออกเดินทางเวลาเดิม”
เสียงนั้นทำให้เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ก็เห็นว่าหยางเฉวียนหมิงลงไปเดินจูงม้าอยู่ ส่วนเธอก็ยังอยู่ในท่านั่งยื่นมือ 2 ข้างออกไปเกาะอากาศอันว่างเปล่า เบื้องหน้าที่เธอเห็นคือโรงเตี๊ยมในอำเภอเล็กๆ สภาพคล้ายๆ โรงแรมจิ้งหรีดในชีวิตก่อน คือเล็ก เก่า โทรม และมืดสลัว ให้ความรู้สึกไม่น่าเข้าพักโดยสิ้นเชิง
“เอ้า! เหตุใดยังไม่ลงมาอีก!”
ซือซืออยากจะแยกเขี้ยวใส่อีตาคนนี้เหลือเกิน ตอนขึ้นเธอก็ไม่ได้ขึ้นเอง คิดว่าตอนลงเธอจะลงเองได้เหรอ!
หยางเฉวียนหมิงหันมาถอนหายใจใส่เธอเฮือกหนึ่ง ก่อนจะตะปบไหล่เธอแล้วหิ้วเธอลงมาราวกับหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งลงจากหลังม้า จากนั้นเขาก็เดินนำเข้าโรงเตี๊ยมไปก่อน
หลังจากพูดคุยและจ่ายเงินค่าห้องเรียบร้อยแล้ว หยางเฉวียนหมิงถึงได้หันกลับมาสนใจสัมภาระ… เอ่อ… เพื่อนร่วมทางอีกคนหนึ่งที่เขาทิ้งเอาไว้หน้าโรงเตี๊ยม แต่เขาก็ต้องผงะไปครึ่งก้าว เมื่อเห็นเด็กสาวกำลังเดินกระย่องกระแย่งขาถ่างเสมือนท่านั่งม้าไม่มีผิด
“เจ้า!! เดินอย่างไรให้เหมือนวานรเยี่ยงนี้!”
ซือซือปากยื่นน้ำตาคลอเบ้า เธออยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ เพราะตอนนี้เธอไม่สามารถยืดขาให้ตรงได้ มันทั้งแข็ง ทั้งชา ทั้งปวดและร้าวไปหมดแล้ว!
“ก็เพราะม้าของท่านน่ะแหละ! ข้าต้องนั่งม้ามาทั้งวัน ถ้ายังเดินเหมือนคนได้ก็แปลกแล้ว!”
หยางเฉวียนหมิงยกมือขึ้นมากุมขมับ หากเขาให้นางนั่งม้าต่อไปจนถึงเมืองหลวง คนแซ่หานจะไม่คิดว่าเขาพาวานรไปส่งพวกเขาหรอกหรือ ไม่ได้การ… ต่อไปคงต้องนั่งรถม้า อาจจะถึงช้าหน่อย แต่ก็ดีกว่าที่นางจะต้องกลายเป็นสตรีขาโก่งเดินไม่ตรงเช่นนี้
☁︎ ☁︎ ☁︎ ☁︎ ☁︎
ꕥ การลงนิยาย : จะลงจนจบเรื่องไปจนถึงตอนพิเศษเลยนะคะ
❊ บทที่ 1-15 ลงทุกวัน วันละ 2 ตอนย่อย เวลา 08:45 น. และ 20:15 น.
❊ บทที่ 16 เป็นต้นไป จะพยายามลงให้ได้ทุกวัน วันละ 1 ตอนย่อย เวลา 20:15 น. นะคะ
ꕥ การติดเหรียญรายตอน
❊ บทที่ 1-10 เปิดให้อ่านฟรีตลอดกาล
❊ บทที่ 11-15 เปิดให้อ่านฟรีจนกระทั่งลงถึงตอนที่ 25 แล้วจะทยอยติดเหรียญถาวร
❊ บทที่ 16 เป็นต้นไป เปิดให้อ่านฟรี 3 วัน แล้วค่อยติดเหรียญถาวร
❊ 5 บทสุดท้ายและตอนพิเศษจะติดเหรียญถาวรทันทีที่ลงค่ะ
*** หมายเหตุ : ราคาเหรียญรายตอนแต่ละตอนย่อยทุกตอนรวมกัน จะมีราคาใกล้เคียงกับราคา E-book (บวกลบไม่กี่บาท) นะคะ เพื่อให้คุณรี้ดสามารถเลือกอ่านได้ตามสะดวกหรือตามถนัดค่ะ
ꕥ E-book
❊ วางขายแล้ววันนี้ที่ MEB จิ้ม Link นี้เพื่อซื้ออ่านได้เลยจ้าา >> https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzgyMDAzIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjU3NTI0Ijt9
ꕥ ฝากนิยายเรื่องก่อน ๆ ของไรท์ไว้ด้วยนะคะ
ไม่อยากเป็นแล้ว อนุท้ายจวนที่ท่านไม่ต้องการ Link : https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2449890
ตำแหน่งพระชายาเนี่ย ขอลาออกได้ไหม Link : https://writer.dek-d.com/alysanannette/writer/view.php?id=2321030
มนตร์สรัญดา Link : https://writer.dek-d.com/alysanannette/writer/view.php?id=2283751
✉ เผื่อใครอยากติดต่อไรท์นะคะ สามารถติดต่อโดยตรงที่อีเมล alysanannette@gmail.com หรือทาง LINE@ : @970iairx (อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะคะ) เนื่องจากช่องทางติดต่ออื่น ๆ อย่างเช่น Dm / Inbox หลังไมค์อะไรมันไม่แจ้งเตือน หรือไม่ได้โชว์ขึ้นมาที่หน้าหลัก ทำให้ไรท์ไม่เห็นว่ามีข้อความของใครส่งมาบ้าง บางทีข้อความส่งมาแล้วหลายเดือนแต่ไรท์ไม่เห็นเลย! ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะ (╥﹏╥)
☼ สำหรับคุณรี้ดที่อยากรู้ข่าวอัปเดตหรือประกาศต่าง ๆ จิ้มที่ link นี้ได้เลยค่ะ ⇨ https://alysanannette.com/ ไรท์จะแจ้งไว้ที่หน้าแรกเลย (จะไม่ได้แจ้งหรือประกาศทางหน้า Twitter หรือเพจนะคะ เพราะ…มันร้างค่ะ ผ่าม ผ่าม! 55555)
✪ สำหรับคุณรี้ดที่ไม่อยากพลาดนิยายเรื่องต่อไปของไรท์ ก็สามารถกดติดตามไรท์ได้ที่หน้าโปรไฟล์ของไรท์ หรือกดติดตามนิยายเรื่องนี้เอาไว้นะคะ เวลาไรท์เปิดนิยายเรื่องใหม่ คุณรี้ดก็จะได้รับการแจ้งเตือนจากทางระบบค่ะ
++++
ꕥ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของนักเขียนนามปากกา Alysa Nannette เท่านั้น
ไม่อนุญาต : ให้คัดลอก เลียนแบบ ดัดแปลง เนื้อหาของงานเขียนไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด แล้วนำไปเผยแพร่ที่เว็บไซต์อื่น ๆ แอปฯอื่น ๆ หรือสื่ออื่นใด ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบข้อความหรือตัวอักษร / รูปภาพ (ตัวหนังสือในรูปแบบไฟล์ภาพ) / ไฟล์เสียง / หนังสือเสียง หรือวิดีโอ (เช่น อัปโหลดเป็นรูปภาพ หรือเป็นเสียงแล้วอัปโหลดขึ้น Youtube) หรือ Podcast ใด ๆ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้คัดลอก (เช่น เพื่อหวังยอดวิว ยอดฟัง ยอดอ่าน ยอดดาวน์โหลด ยอดเหรียญ ยอดเงิน ยอดขาย ฯลฯ)
แต่อนุญาต : ให้นำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยาย ‘ตามสมควร’ (แปลว่า เอาไปใช้แค่พอหอมปากหอมคอ อย่าให้ถึงขั้นยกไปทั้งเรื่อง หรือครึ่งเรื่อง หรือทั้งบททุกตัวอักษรอะไรขนาดนั้นเลยนะคะ แหม่ ????) ไปใช้ในกรณีต่อไปนี้ 1. เพื่อทำเป็นมีม 2. เพื่อการรีวิว/เม้าท์มอย/วิพากษ์วิจารณ์ 3. เพื่อการแนะนำ/โปรโมท/โฆษณานิยายเรื่องนี้
ส่วนท่านใดที่อยากแบ่งปันงานเขียนเรื่องนี้ ให้ใช้วิธี ‘แชร์ Link’ หรือ ‘โพสต์ Link’ หรือ ‘แปะ Link’ ของหน้านิยายเรื่องนี้ แล้วให้ผู้อื่นคลิก Link เข้ามาอ่านงานเขียนที่หน้านี้โดยตรงนะคะ
[ภาพปกโดย: bookcover.lnwshop.com]
[ไทโปโดย: YUELIAN (X : @mhxxgiveualuv)]
บทที่ 1.1 เหตุใดจึงใจเสาะเยี่ยงนี้
ในหมู่บ้านเล็กๆ ติดชายป่า ห่างจากเมืองหลวงของแคว้นสุยนับพันๆ ลี้ ที่ท้ายหมู่บ้านมีบ้านไม้หลังเล็กดูเก่าโทรมหลังหนึ่ง ซึ่งบัดนี้เจ้าของบ้านเป็นเพียงเด็กสาววัย 14 ย่าง 15 ปี
ก่อนหน้านี้ เซียวหว่านซือ อาศัยอยู่กับท่านยายเซียว ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของท่านหมอเซียว หมอชาวบ้านในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ท่านยายไม่ได้สืบทอดการเป็นหมอจากบิดา เพียงแต่มีความรู้เรื่องสมุนไพรจนสามารถเลี้ยงชีพได้จากการเก็บสมุนไพรไปขายให้ร้านยาในตัวตำบลและอำเภอ รวมทั้งคอยให้คำแนะนำเรื่องการรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ของคนในหมู่บ้านด้วย แต่หลังจากที่ท่านยายจากไปเมื่อปีก่อน เด็กสาวผู้ซึ่งไม่เหลือญาติมิตรที่ใดอีกก็กลายเป็นกำพร้า และอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นเพียงลำพัง
เรื่องราวคงจะดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่ายไม่มีสะดุด หากไม่ใช่เพราะหลังจากที่ท่านยายเสียชีวิตไปได้ไม่ถึงเดือน วิญญาณของหญิงสาวอายุ 25 ปีจากโลกอนาคต ซึ่งมีชื่อเล่นว่า ‘ซือซือ’ ได้ข้ามกาลเวลาแล้วมาตกลงไปในร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวนามว่าเซียวหว่านซือคนนั้น
ซือซือที่เคยใช้ชีวิตในโลกใบเก่าอย่างสะดวกสบายมาตั้งแต่เกิด ย่อมต้องใช้เวลาและพลังใจอย่างมากในการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ที่เกินคำว่า ‘สโลว์ไลฟ์’ ไปไกลโข มันไม่ใช่แค่ไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำประปาใช้เท่านั้น แต่ต้องเรียกว่าอยู่ห่างจากความร่ำรวยและความเจริญในทุกรูปแบบถึงขีดสุด
ชีวิตก่อนเธอเกิดและโตในเมืองหลวง เวลาไปต่างจังหวัดก็ได้ไปแค่ในเมืองใหญ่ๆ ไม่เคยมีโอกาสออกนอกตัวเมืองไปใช้ชีวิตในบ้านที่มีลักษณะคล้ายกระท่อมกลางป่าที่แทบจะไม่มีเพื่อนบ้านขนาดนี้
หมู่บ้านพู่ปู้ ที่เธอจำต้องมาอาศัยอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นหมู่บ้านที่มีเพียงไม่กี่สิบครัวเรือน ทุกคนเหมือนจะอยู่กันอย่างสงบสุขและถ้อยทีถ้อยอาศัย และส่วนมากมักจะเป็นผู้สูงวัย เพราะหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยเลือกเข้าไปหางานทำในตัวตำบลหรือตัวอำเภอเพื่อความก้าวหน้าและรายได้ที่มากกว่า
เหล่าผู้อาวุโสในหมู่บ้านซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับยายเซียวมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวด ย่อมมีเมตตาและเผื่อแผ่น้ำใจให้เด็กสาวผู้ไร้ญาติขาดมิตรอย่างเซียวหว่านซือ ทำให้เธอยังสามารถอาศัยอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างไม่ยากลำบากจนเกินไป แม้จะไม่มีเงินทองมากมาย (นับดูแล้วมีก้อนเงินอยู่แค่ไม่กี่ก้อน) แต่ก็สามารถ(จำใจ)เลี้ยงชีพได้ด้วยการปลูกผัก เลี้ยงไก่ เก็บสมุนไพร ผลไม้ และล่าสัตว์เล็กๆ จากในป่าไปพลางๆ
แม้ว่าวันแรกๆ เธอจะนั่งทึ้งผมและก่นด่าฟ้าสวรรค์ว่าทำไมไม่รู้จักส่งเธอไปเข้าร่างของคุณหนูอะไรสักตระกูลที่อยู่สบายๆ มีสาวใช้ล้อมหน้าล้อมหลังเหมือนนิยายเรื่องอื่นๆ บ้าง
แต่หลังจากใช้เวลาปรับตัวอยู่ 1 เดือน ซือซือก็เริ่มทำใจรับสภาพชีวิตใหม่ได้ จะว่าไปแล้วชีวิตที่ไม่ต้องวุ่นวายแข่งขันกับเวลาและผู้คนมันก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว จะตื่นเช้าก็ได้ ตื่นสายก็ไม่มีใครบ่น จะนอนเล่นไม่ทำอะไรทั้งวันเลยก็ยังได้ ไม่ต้องแหกขี้ตาลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวขึ้นรถเมล์เบียดเสียดกับคนอื่นๆ เป็นปลากระป๋อง ไม่ต้องอยู่บนถนนเป็นชั่วโมงๆ ทั้งขาไปและขากลับจนสูบพลังและเวลาของเธอจนหมดอีกต่อไป
ช่วงเช้าวันนี้ หลังจากรดน้ำผักที่ปลูกไว้หลังบ้านและให้อาหารไก่เรียบร้อยแล้ว ซือซือก็แบกตะกร้าขึ้นหลังและเดินเข้าป่าเพื่อเก็บสมุนไพรกับผลไม้ ซึ่งเป็นกิจวัตรปกติจากความทรงจำของร่างเดิมที่เธอได้รับมา
“ถ้าวันนี้เจอไก่หรือกระต่ายสักตัวก็คงจะดีนะ” ซือซือรำพึงรำพันกับตัวเองระหว่างที่ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า พลางมองสำรวจซ้ายขวาเผื่อว่าจะพบอะไรที่น่าจะเก็บกลับไปได้ เนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ นอกจากจะเก็บไว้กินเองแล้ว ถ้ามันมีมากพอก็ยังสามารถฝากคนในหมู่บ้านไปขายเพื่อแลกเป็นเงิน หรือข้าวสาร เกลือ และแป้งได้ด้วย
♛ นิยายเรื่องใหม่มาแล้วจ้าาาาา เรื่องนี้เป็นนิยายสั้น อะไรๆ มันก็เลยดูสั้นๆ ไปสักหน่อยนะคะ แต่อีกสักพักอาจจะยาวขึ้นนิดนึงค่ะ ≧◡≦
บทที่ 1.2 เหตุใดจึงใจเสาะเยี่ยงนี้
ระหว่างที่เธอเดินไปตามเส้นทางปกติที่คุ้นเคยอยู่นั้น ก็ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าบัดนี้มีเงาดำหลายสายกำลังพุ่งตัววูบวาบไปมาบนต้นไม้รอบๆ ตัวเธอ
นอกจากเงาดำหลายสายแล้ว ยังมีเงาร่างหนึ่งที่กำลังซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหลายบนต้นไม้ใหญ่อยู่อีกทอดหนึ่งอย่างเงียบเชียบเช่นกัน
ซือซือยังคงเดินเข้าป่าตามปกติ เมื่อพบสมุนไพรที่คิดว่าสามารถนำไปใช้ทำเป็นยา หรือพบเห็ดที่สามารถทำเป็นอาหารได้ เธอก็จะแวะเก็บเข้าตะกร้า ทำให้การติดตามเธอเป็นไปอย่างง่ายดาย และการจะลงมือตะครุบหรือจัดการด้วยวิธีการอื่นๆ ก็ดูง่ายพอๆ กับการใช้นิ้วเด็ดใบโหระพาที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านเลยทีเดียว
เงาดำหลายสายที่คอยจ้องมองอยู่เตรียมเงื้อดาบจะพุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กสาวที่ดูไร้พิษภัยอยู่รอมร่อ แต่กลับช้ากว่าบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำ ที่พุ่งตัวตัดหน้าพวกเขาไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาวก่อนแล้ว
“ว้าย! ตาเถร! ผู้ชายตกลงมาจากฟ้าค่ะแม่!” ซือซือที่กำลังก้มเก็บเห็ดอยู่ถึงกับผงะหงายหลังไปด้วยความตกใจ
ร่างที่ยืนจังก้าอยู่นั้นสูงตระหง่านให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองดูภูเขาลูกหนึ่ง หากเทียบดูแล้วความสูงของเธอน่าจะอยู่เพียงช่วงอกของเขาเท่านั้น
บุรุษผู้นั้นกล่าวถ้อยคำด้วยน้ำเสียงยานคางที่ชวนให้สับสนงงงวย โดยไร้ซึ่งการทักทายไต่ถามหรือกระทั่งดูสีหน้าของเธอ
“ข้ามีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก ข่าวร้ายคือมีคนกำลังตามฆ่าเจ้าอยู่ ส่วนข่าวดีคือมีคนส่งข้ามาคุ้มครองเจ้า”
พูดยังไม่ทันขาดคำ บุรุษผู้นั้นก็ใช้มือขวาตวัดดาบเล่มใหญ่ไปมาหลายครั้งด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่ว ส่วนมือซ้ายก็หยิบหน้าไม้ลักษณะแปลกตาขึ้นมายิงคล้ายจะสะเปะสะปะไร้ทิศทาง ในขณะที่ดวงตาของเขายังจดจ้องมาที่เธอ สีหน้าของเขาดูเกียจคร้านเหนื่อยหน่ายเสียเต็มประดา
แต่ทุกๆ การตวัดดาบและการยิงหน้าไม้ออกไป ซือซือกลับได้ยินเสียงร้อง ‘อ๊าก!’ หรือ ‘โอ๊ย!’ ด้วยความเจ็บปวดจากทิศทางต่างๆ ตามด้วยเสียงวัตถุหนักตกกระทบพื้นดิน ดัง ‘ตุ้บ’ ‘ตุ้บ’ ‘ตุ้บ’ ติดต่อกันอยู่หลายครั้ง ใช้เวลาเพียงพริบตาเดียว ทุกอย่างรอบกายก็กลับมาเงียบสงัดดั่งเดิม
ซือซือทำได้เพียงนั่งก้นจ้ำเบ้า อ้าปากค้าง มองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่สามารถเปล่งเสียงใดออกมาได้ หลังจากหายตกตะลึงแล้ว เธอก็ค่อยๆ คลานกระดืบๆ ไปทางด้านข้าง เพื่อชะเง้อคอมองทัศนียภาพเบื้องหลังของชายหนุ่มแปลกหน้า ซึ่งยังยืนปักหลักไม่ได้ขยับเท้าออกแม้แต่ครึ่งก้าวตั้งแต่ครั้งที่เขากระโจนลงมา
ภาพที่เธอเห็นคือร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำราวสิบคนที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง หลายร่างมีลูกศรปักอยู่บริเวณหัวอย่างแม่นยำ และเมื่อเธอเอี้ยวตัวหันกลับไปมองด้านหลังของตัวเอง ก็เห็นภาพแบบเดียวกัน
“ทีนี้เจ้าคงเข้าใจสถานการณ์แล้ว เช่นนั้นก็ไปกับข้าเสียโดยดี…” ชายหนุ่มแปลกหน้าเอ่ยได้เพียงเท่านั้น ก็เห็นร่างเล็กของหญิงสาวที่อยู่ในท่าบิดตัวหันหลังคลาน อยู่ๆ ก็ฟุบลงกับพื้นกะทันหัน เขาจึงย่อตัวลงไปดูใกล้ๆ
สิ่งที่เขาเห็นคือสตรีร่างเล็กที่กำลังนอนตาเหลือกน้ำลายฟูมปากหมดสติไปแล้ว
“เจ้า! … เหตุใดจึงใจเสาะเยี่ยงนี้!”
หยางเฉวียนหมิง พ่นลมออกมาด้วยความหน่ายใจ แต่ก็จัดการรวบร่างเล็กๆ นั้นขึ้นพาดบ่า แล้วกระโจนตัวออกจากสถานที่เกิดเหตุ มุ่งตรงไปยังบ้านหลังเล็กของเด็กสาวนั่นเอง
♛ คนเราเวลาตกใจ ก็ตาเหลือกน้ำลายฟูมปากกันทั้งนั้นแหละ Ꙩ⌵Ꙩ
บทที่ 2.1 มีคนจ้างให้ข้าพาเจ้ากลับเมืองหลวง
ซือซือที่หมดสติไปนานหลายเค่อค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา และสิ่งแรกที่เห็นก็คือเพดานห้องนอนในบ้านหลังเดิมที่เธอเริ่มรู้สึกคุ้นเคยแล้วนั่นเอง
“เฮ้อ… ที่แท้ก็ฝันไปนี่เอง ฝันร้ายซะด้วย” เธอค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบอกปลอบขวัญตัวเอง
“ฟื้นแล้วหรือ”
เสียงทุ้มห้าวที่ฟังดูยานคางคล้ายกับว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนดังขึ้นจากด้านหนึ่ง ทำให้เธอหันขวับไปมองจนคอแทบเคล็ด
“ฆะ… ฆะ… ฆาตกร…”
หลังจากทบทวนความทรงจำล่าสุดที่คิดไปเองว่าเป็นความฝัน เธอก็จำได้ทันทีว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ได้ลงมือทำอะไรลงไปบ้าง ภาพคนมากมายที่ล้มตายราวใบไม้ร่วงด้วยฝีมือของเขาผุดขึ้นมาอีกครั้ง ซือซือไม่รู้ว่าควรจะกรีดร้องหรือวิ่งหนีก่อนดี แต่ชายหนุ่มแปลกหน้าก็ยังยืนกอดอกพิงประตูห้องมองเธอด้วยท่าทางเฉื่อยชา
“ข้าคือคนที่สังหารฆาตกรที่จะมาฆ่าเจ้าต่างหาก ไม่รู้จักบุญคุณเอาเสียเลย”
“ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาๆ ไม่มีศัตรูที่ไหน จะมีคนอยากฆ่าข้าได้ยังไง” ยิ่งดูจากชุดที่พวกมันสวมใส่ด้วยแล้ว เหมือนพวกกลุ่มที่รับจ้างฆ่าคนแบบที่เคยเห็นในซีรีส์จีนซะมากกว่า
หยางเฉวียนหมิงมองเด็กสาวอย่างพิจารณา สิ่งที่เขาเห็นคือใบหน้าจิ้มลิ้มหมดจด ดวงตากลมโตสุกใส ผิวพรรณแม้จะไม่ได้ขาวผุดผ่องดุจน้ำนมเหมือนเหล่าคุณหนูในเมืองใหญ่ อาจเป็นเพราะต้องทำงานกลางแจ้ง แต่ก็ขาวกว่าชาวบ้านทั่วไป และดูนวลเนียนไม่ได้หยาบกร้านราวคนทำงานหนัก ท่าทางของนางดูไร้พิษภัย จะว่ากลมกลืนกับเหล่าชาวบ้าน ก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก
“เจ้าอยู่ที่นี่คนเดียวหรือ บิดามารดา ญาติพี่น้องของเจ้าเล่า”
ซือซือย่นคิ้วให้กับคำถามเปลี่ยนประเด็นของคนตรงหน้า ที่จริงแล้วคนที่ควรโดนสอบสวนคือคนแปลกหน้าอย่างเขาไม่ใช่หรือไง
“ข้า… ทำไมข้าต้องบอกท่านด้วย! ท่านต่างหาก เป็นใคร มาทำอะไรที่นี่ แล้วพวกนั้นเป็นใคร ทำไมท่านถึงบอกว่าพวกมันมาเพื่อฆ่าข้า”
ซือซือเห็นชายหนุ่มตรงหน้ากระตุกยิ้มมุมปากราวกับคำถามของเธอเป็นเรื่องน่าขัน แม้จะมีหนวดเคราบดบังอยู่แต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจน เธอจึงย่นคิ้วอย่างไม่พอใจ
“หากจะสอบสวนข้าก็ลุกออกมา ข้าหิว! ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน!” จากนั้นเขาก็เดินหันหลังออกไป ทิ้งให้เธอนั่งมึนงงอยู่คนเดียว
“จะออกมาหรือไม่ หาไม่ ข้าจะกินเนื้อกวางพวกนี้ให้หมด ไม่มีเหลือให้เจ้าหรอกนะ”
เสียงตะโกนจากด้านนอกที่มาพร้อมกับคำว่า ‘เนื้อกวาง’ ทำให้หูของเธอกระดิก น้ำลายของเธอไหลออกมาเต็มปาก ซือซือโยนคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบทิ้งไป แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปยังโต๊ะไม้หนึ่งเดียวกลางบ้านในทันที
บัดนี้บนโต๊ะไม้เก่าๆ ของเธอเต็มไปด้วยส่วนต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่เคยเป็นกวางมาก่อน มันถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และถูกย่างจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว น้ำลายที่สออยู่เต็มปากของเธอแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว
ซรู้ดดดดดดดดด
หยางเฉวียนหมิงมองดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับที่จับจ้องอยู่บนกองเนื้อย่างอย่างขบขัน ก่อนจะใช้มือหยิบเนื้อย่างชิ้นใหญ่เข้าปากและเคี้ยวโดยไม่สนใจนางอีก
♛ อยู่ดีๆ ก็มีคนล่าสัตว์ให้กินด้วยล่ะ ꈍꈊꈍ