โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลคดีทุจริต สั่งจำคุกตลอดชีวิต 8 ตำรวจ-พวก ฮั้วประมูลสร้างเเฟลตตำรวจ

Khaosod

อัพเดต 30 มี.ค. 2566 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 07.47 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งคุกตลอดชีวิต เเก๊งตำรวจกับพวก ทุจริตจัดสร้างเเฟลตตำรวจ ให้การเป็นประโยชน์เหลือ 33 ปี 4 เดือน ส่วนพวกโดนลดหลั่นลงมา

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำที่ อท.96,131/2564 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ คณะกรรมการประกวดราคาจัดสร้างโครงการ กับพวกประกอบด้วย

พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พล.ต.ต.สมาน สุดใจ, พ.ต.อ.ปัทเมฆ สุนทรานุยุตกิจ, พ.ต.อ.จิรวุฒิ จันทร์เพ็ง, พ.ต.ต.สิทธิไพบูลย์ คำนิล, พ.ต.ท.คมคริบ นุดาลัย, ด.ต.สายัณ อบเชย, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-9 คน เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำเเหน่งหน้าที่

โจทก์ฟ้องว่า จําเลยที่ 1-6 เป็นเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการ ประกวดราคาจ้างโครงการก่อสร้าง อาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รายการอาคารที่พักอาศัย (แฟลต) ขนาด 30 ครอบครัว สูง 5 ชั้น จำนวน 163 หลัง วงเงิน 3,709,880,000บาท ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีเจตนาแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบ ด้วยกฎหมายและเอื้อประโยชน์แก่ บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด จำเลยที่ 9

โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 9 ให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญา โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ 7 เป็นเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจการจ้าง ได้อาศัยโอกาสที่ตนมีอำนาจหน้าที่ เรียกรับเงินจากจําเลยที่ 9 จํานวน 60,000 บาท เพื่อช่วยเหลือจําเลยที่ 9 ด้วยการอำนวยความสะดวก ในการดำเนินการก่อสร้าง การตรวจการจ้าง การตั้งเรื่องเบิกจ่าย และการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง

โดยจําเลยที่ 9 ยินยอมจ่ายเงินให้แก่จําเลยที่ 7 เพื่อแลกกับการตอบแทนช่วยเหลือ ในการตรวจการจ้าง จำเลยที่ 8 เป็นเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ควบคุมงานได้อาศัยโอกาสที่ตน มีอำนาจหน้าที่เรียก รับทรัพย์สินจากจำเลยที่ 9 จำนวน 91,618,000 บาท

เพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 9 ด้วยการอำนวยความสะดวกในการดำเนินการก่อสร้าง การตรวจการจ้าง การตั้งเรื่องเบิกจ่าย และ การดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง โดยจําเลยที่ 9 ยินยอมจ่ายเงินให้แก่จําเลยที่ 8 เพื่อแลกกับการตอบแทนช่วยเหลือดังกล่าว ขอให้ลงโทษจําเลยที่ 1-6 ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 151, 157 และพรบ.ว่า ด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 12 จำเลยที่ 7, 8 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157

จําเลยที่ 9 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 86 และพรบ.ว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางการไต่สวนประกอบสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ของโจทก์และพยานหลักฐานของจำเลยทั้งเก้าแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-6 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตๆ อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 151, 157

และเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้ มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออำนวยแก่จำเลยที่ 9 ให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐ และเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐซึ่งมีอำนาจหรือหน้าที่ในการพิจารณาหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคา รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้น

มีการกระทำผิด ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10, 12 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 เป็นบทเฉพาะย่อมไม่ต้อง ปรับบทความผิดตาม มาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก

ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการ อย่างใดในตำแหน่งว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 157 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นบทเฉพาะย่อมไม่ต้อง ปรับบทความผิดตาม มาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก

จําเลยที่ 7 เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 157 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นบทเฉพาะย่อมไม่ต้องปรับบทความผิดตาม มาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก ทรัพย์สินหรือประโยชน์อันอาจคำนวณราคา เป็นเงินได้กรณีจําเลยที่ 7 จํานวน 60,000 บาท

กรณีจําเลยที่ 8 จํานวน 91,618,000 บาท ที่ได้มาจากการกระทําความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการให้รับตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559มาตรา 32 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไป รวมกับทรัพย์สินอื่นหรือมีการจําหน่ายจ่ายโอนเป็นทรัพย์สินอื่นโดยสภาพไม่สามารถส่งมอบได้หรือ การติดตามเอาคืนจะกระทําได้โดยยากเกินสมควร จึงให้จําเลยที่ 7, 8 ส่งสิ่งที่ศาลสั่งริบชำระ เป็นเงินจำนวนดังกล่าวแทนตามมูลค่าภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา

จำเลยที่ 9 เป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1-6 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

พิพากษาว่า จําเลยที่ 1-6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 (เดิม) และพรบ.ว่า ด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จําเลยที่ 7, 8 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147(เดิม) จําเลยที่ 9 มีความผิดตาม พรบ.ว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ฯมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 1-6 เป็นการกระทำกรรมเดียวอันเป็นความผิดต่อ กฎหมายหลายบท

ให้ลงโทษฐานร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตาม พรบ.ว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐฯ มาตรา 12 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มี โทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำเลยที่ 1-6 จำคุกคนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 3.9 เเสนบาท จำเลยที่ 7 จำคุก 5 ปี จำเลยที่ 8 จำคุก 19 ปี จำเลยที่ 9 ปรับ 2.6 เเสนบาท

ทางนำสืบของจำเลยที่ 1-8 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 จําเลยที 1-6 คงจำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 2.6 เเสนบาท จำเลยที่ 7 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน

จำเลยที่ 8 คงจำคุก 12 ปี 8 เดือน นับโทษของจำเลยที่ 2ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อท 28512561 ของศาลนี้ โดยให้จำเลยที่ 7, 8 ส่งสิ่งที่ศาลสั่งริบ เป็นเงินแทนตามมูลค่าดังกล่าวภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษา

หากจำเลยที่ 1-6 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีต้องกักขัง แทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ได้ จำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นนิติบุคคลไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 29/1 ยกฟ้องจำเลยที่ 9 สำหรับฐานเป็นผู้สนับสนุน การกระทําความผิดของจําเลยที่ 7 และที่ 8

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ปปช.ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 13 ก.ค.64 ศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณานัดสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และสืบพยานโจทก์และจำเลย 29 นัด รวมระยะตั้งแต่วันฟ้องถึงวันอ่านคําพิพากษาเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน 17 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...