โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัยภูมิเดินหน้าเรียนรู้ระบบพลังงานทดแทนโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ

77kaoded

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 08.09 น. • 77 ข่าวเด็ด

-แบตเตอรี่พลังน้ำขนาดใหญ่ อีกหนึ่งทางเลือกพลังงานสีเขียวเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าไทย

วันนี้จะพาไปดูระบบการการศึกษาเรียนรู้ในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี 2593 ของประเทศและของโลก ถือเป็นความท้าทายที่หน่วยงานด้านพลังงานอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการแสวงหาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบหรือระบบที่สามารถกักเก็บพลังงานด้วยพลังน้ำขนาดใหญ่ (Energy Storage System: ESS) จึงเป็นทางออกสำคัญด้านพลังงานที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อลดความไม่แน่นอนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

ซึ่งทาง กฟผ. จึงเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมศักยภาพให้กับโครงข่ายระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองในกรณีที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงได้อีกด้วย

โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเป็นระบบกักเก็บพลังงานประเภทหนึ่งที่มีต้นทุนต่ำ ที่ถูกคิดค้นเพื่อบริหารจัดการกระแสไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยหรือในช่วงเวลากลางคืนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับจะมีอ่างเก็บน้ำสองอ่าง คืออ่างเก็บน้ำตอนบน (Upper Reservoir) และอ่างเก็บน้ำตอนล่าง (Lower Reservoir) โดยจะนำพลังงานไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนล่าง ขึ้นไปกักเก็บไว้ยังอ่างเก็บน้ำตอนบน และเมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าหรือต้องการผลิตไฟฟ้าเสริมเข้าระบบในกรณีเร่งด่วน สามารถปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนบน ลงมาหมุนกังหัน (Turbine) และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ที่สามารถตอบสนองการผลิตไฟฟ้าได้ทันที ในขณะที่โรงไฟฟ้าทั่วไปต้องใช้เวลาเริ่มเดินเครื่องกว่า 2-4 ชั่วโมง

และในปัจจุบัน กฟผ. มี โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ 3 แห่ง ได้แก่ 1) เขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4 และ 5 จังหวัดกาญจนบุรี กำลังผลิต 360 เมกะวัตต์ 2) เขื่อนภูมิพล เครื่องที่ 8 จังหวัดตาก กำลังผลิต 171 เมกะวัตต์ และ 3) โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ กฟผ. มีการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ มีแผนจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2577 ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้วเสร็จเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ตามลำดับต่อไป

แม้ปัจจุบันเทรนด์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกำลังมาแรง เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่พลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับจึงเป็นอีกทางเลือกสำคัญในปัจจุบัน ที่สามารถทำให้เหมือนเป็นแบตเตอรี่ที่ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและเป็นแหล่งไฟฟ้าสำรองพร้อมรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน ให้ประเทศไทยและโลกก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...