โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

จั๊มแบตเตอรี่บ่อย ๆ ต้องระวังสิ่งนี้!!!

Car2day

อัพเดต 21 เม.ย. 2566 เวลา 19.14 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2566 เวลา 04.12 น. • Car2Day

หากคุณเกิดเหตุฉุกเฉินแบตเตอรี่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์หมดกลางทาง สตาร์ทรถไม่ติดระหว่างทาง สิ่งที่ต้องแก้ไขเฉพาะหน้านั้นก็คือการพ่วงแบตหรือจั้มแบตเตอรี่จากรถคันอื่น เพื่อให้รถของคุณสามารถสตาร์ทได้และไปต่อเพื่อซ่อมแซมหรือกลับไปยังจุดหมายปลายทาง แต่รู้หรือไม่ว่าการจั๊มหรือพ่วงแบตเตอรี่บ่อยนั้นก็มีข้อความระวังเช่นกัน มาดูกันว่าต้องระวังอะไรบ้าง

สิ่งแรกหากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์จนต้องมาศึกษาวิธีจั๊มแบตก็ต้องรู้จักการดูแลรักษาเพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพสูงสุดตามความเหมาะสมของอุปกรณ์

  • เปิดกระโปรงหน้ารถเพื่อตรวจสอบแบตเตอรี่เป็นประจำ อย่าให้เกิดรอยแตกร้าวเนื่องจากรอยดังกล่าวจะส่งผลต่อเรื่องการกักเก็บประจุไฟฟ้าภายในแบตที่อาจลดลงเร็วกว่าปกติ
  • สำหรับแบตเตอรี่รุ่นที่ใช้น้ำกลั่นให้ตรวจสอบระดับของน้ำกลั่นเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และเติมตามระดับที่กำหนดไม่มากหรือน้อยเกินไป
  • เปิดดูขั้วแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขั้วต้องสะอาด กรณีเปิดดูแล้วพบคราบสกปรกให้รีบทำความสะอาดทันที
  • ให้ดูการชาร์จไฟของอัลเตอร์เนเตอร์ว่าสูงหรือต่ำเกินไป เพราะถ้าสูงไปจะทำให้น้ำกลั่นกับน้ำกรดเดือดและระเหยเร็วกว่าปกติ แต่ถ้าต่ำไปส่งผลให้กำลังไฟไม่เพียงพอขณะสตาร์ทรถ ดังนั้นระดับการชาร์จไฟต้องพอดี
  • ใช้งานระบบไฟฟ้าภายในรถอย่างเหมาะสมกับตัวแบตเตอรี่และไดชาร์จเพื่อไม่ให้แบตหมดเร็วเกินไป

วิธีต้องตรวจสอบแบตเตอรี่เมื่อรู้สึกว่ามีปัญหา

เวลาเราขับรถไปตามต่างจังหวัดหรือสถานที่ห่างไกลจากผู้คนแม้ก่อนออกเดินทางเราจะตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของรถดีอยู่แล้ว ทว่าพอขับไปเรื่อย ๆ หากรถมีอาการแบบเดียวกับที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้บอกได้เลยว่าสิ่งที่ต้องทำคือ หากไม่หาร้านแบตเตอรี่ก็ต้องเตรียมจั๊มแบตด้วยตนเอง

  • ขับไปในช่วงเวลากลางคืนแล้วรู้สึกว่าไฟหน้าไม่สว่างเหมือนที่เคยขับมาก่อนหน้านี้
  • พอจอดพักรถแล้วจะสตาร์ทเพื่อขับไปต่อปรากฏว่ารถสตาร์ทไม่ค่อยติดหรือติดยากกว่าเดิม
  • ระบบไฟภายในรถทำงานผิดปกติ เช่น ไฟหน้าจอวิทยุดูมัวกว่าเดิม, ไฟภายในรถติด ๆ ดับ ๆ , ใช้เวลานานกว่าวิทยุจะติด หรือไฟเลี้ยวกระพริบช้ากว่าเดิมมาก ฯลฯ
  • กรณีรถเป็นระบบกระจกไฟฟ้า (ซึ่งรถสมัยใหม่ก็เป็นแบบนี้หมด) เมื่อกดเปิด – ปิดกระจกจะพบว่าเลื่อนช้ากว่าปกติ

อย่างไรก็ตามอาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นอาจไม่จำเป็นต้องเกิดทันทีหรือครบทุกอาการ บางครั้งเวลาใช้รถประจำวัน หากเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งดังที่กล่าวไป ก็ควรรีบให้ช่างตรวจสอบแบตเตอรี่ทันที

แบตเตอรี่

วิธีจั๊มแบตเตอรี่ด้วยตัวเอง

คราวนี้ก็มาถึงเรื่องหลักที่อยากจะให้ทุกคนได้รู้วิธีจั๊มแบตหรือการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์อย่างถูกต้อง ขอบอกเลยว่าขั้นตอนที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้เป็นการตอนการพ่วงแบตที่สามารถทำด้วยตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่างให้เสียเงินเพียงแค่ต้องระวังให้มากเท่านั้นเอง

  • ขั้นตอนแรกทำการปิดระบบอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าภายในรถให้หมด อาทิ ไฟหน้า, ไฟท้าย, ที่ปัดน้ำฝน, วิทยุ ฯลฯ เนื่องจากหากยังเปิดไว้กระแสไฟที่วิ่งอยู่อาจทำให้เกิดประกายไฟหรือแบตระเบิดเอาง่าย ๆ
  • ใช้รถอีกคันที่แบตยังเต็มอยู่ให้เข้ามาจอดใกล้กับตัวรถสำหรับการต่อสายพ่วง ทำการดับเครื่องยนต์พร้อมปิดระบบไฟฟ้าของรถคันที่มาพ่วงให้หมดด้วยเหมือนกัน
  • นำสายจั๊มขั้วบวก (สีแดง) ต่อเข้ากับขั้วบวกของรถคันแบตหมดก่อน จากนั้นค่อยไปต่อที่ขั้วบวกของคันที่มาช่วย แล้วนำสายจั๊มขั้วลบ (สีดำ) ให้หนีบกับขั้วลบของคันที่มาช่วย แล้วไปหนีบกับตัวโครงรถหรือส่วนที่เป็นโลหะของคันที่แบตหมด เพื่อเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้กับแบต สำคัญมาก ๆ คือขั้วลบห้ามหนีบกับฝั่งขั้วลบของคันที่แบตหมดเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจทำให้ระเบิดได้
  • เมื่อพ่วงตามที่บอกเรียบร้อยให้สตาร์ทรถคันที่มาช่วยไว้ประมาณ 2-3 นาที เร่งเครื่องนิดหน่อยเพื่อให้ประจุไฟฟ้าเกิดการไหลเวียน
  • สตาร์ทเครื่องคันที่แบตหมดแล้วเร่งเครื่องให้ถึงประมาณ 2,000 รอบ/นาที เพื่อทดสอบว่าไฟฟ้าเข้ามายังแบตหรือไม่
  • เมื่อรถสตาร์ทติดมีกำลังไฟแล้วให้ถอดสายจั๊มออก โดยเริ่มถอดจากสายสีดำที่หนีบกับโครงรถของคันที่แบตหมดก่อนตามด้วยขั้วลบคันที่มาช่วย จากนั้นถอดขั้วบวกคันที่มาช่วยปิดท้ายด้วยการถอดขั้วบวกคันที่แบตหมดออกเท่านี้ก็เรียบร้อย

แบตเตอรี่

ข้อควรระวังในการจั๊มแบตเตอรี่

เมื่อรู้วิธีจั๊มอย่างถูกต้องแล้วอีกสิ่งทีต้องรู้ด้วยคือข้อควรระวังเกี่ยวกับการจั๊มแบตจะมีอะไรบ้างมาดูกัน

  • อย่าจั๊มผิดขั้วเพราะจะทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหายและแบตอาจระเบิด
  • อย่าให้รถยนต์ 2 คันสัมผัสกัน รวมถึงตัวคนทำก็อย่าสัมผัสกับโลหะของรถ
  • เช็คให้เรียบร้อยว่าระบบไฟทุกส่วนของรถทั้ง 2 คันปิดหมดแล้ว
  • ระยะของรถยนต์ 2 คันต้องอยู่ในระดับที่สายพ่วงต่อถึงพอดีแต่ไม่ชนกัน

ต้องบอกว่าเรื่องการจั๊มแบตเป็นเรื่องใกล้ตัวของผู้ขับขี่ทุก ๆ คน ดังนั้นการศึกษาวิธีเอาไว้นับเป็นเรื่องดี หากเกิดขึ้นกับตนเองจริง ๆ จะได้แก้ปัญหาอย่างถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...