สรุปข้อมูลสำคัญ ''กลุ่ม SAMART'' จาก Company Visit
สรุปข้อมูลสำคัญ กลุ่ม SAMART จาก Company Visit
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ธ.ค. 67 14:40 น.
สรุปข้อมูลสำคัญ " กลุ่ม บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART " จากการเยี่ยมชมกิจการ(Company Visit) วันที่ 10 ธ.ค.67 โดย "สมาคมนักลงทุนประเทศไทย"
*** ปัจจุบันประกอบไปด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ
1.Digital ICT Solution ( Samtel ) Listed ประกอบธุรกิจด้าน Network Solution / Technology Solution / Business Appliccation โดยเน้นงาน Project ภาครัฐเป็นหลัก
2.Digital Communication ( เมื่อก่อนคือ i-mobile ) = SDC Listed ปัจจุบันธุรกิจหลักคือ Digital Trunked Radio / Digital Content / Mobile Application
3.Utility & Transportation ประกอบธุรกิจ Utility Solutions (U-Trans) / Aviation Service (SAV) / Power Transmission Line & Substations (TEDA) / Direct Coding Solution
***SDC
- SDC ต้องเท้าความก่อนว่า เดิมได้ร่วมกับทาง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ที่เดิมคือ CAT ( บริษัท กสท โทรคมนาคมแห่งชาติ ) ทำ Project Digital Trunked Radio
- Digital Trunked Radio System (DTRS) เป็นบริการวิทยุสื่อสารในระบบดิจิตอล บนคลื่นความถี่ 800 MHz. ที่ CAT ได้รับอนุญาตจาก กสทช เพียงรายเดียวในประเทศไทย เป็นระบบสื่อสารที่มีความปลอดภัยสูง โดยการรับส่งข้อมูลต่างๆ จะมีการกำหนดช่องสัญญาณเฉพาะและสามารถเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น ให้ความสะดวกในการใช้งานได้แบบ One to Many
โดยสามารถจัดกลุ่มสื่อสารทั้งกลุ่มใหญ่ หรือกลุ่มย่อย หรือแม้การจัดช่องเพื่อการสื่อสารเฉพาะบุคคล โครงข่ายระบบ DTRS นอกจากนำมาใช้งานทั่วๆ ไปในสภาวะปกติแล้ว ยังสามารถนำมาใช้งานได้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและจากภัยพิบัติต่างๆ อีกด้วย
สำหรับตัวเครื่องวิทยุยังมีคุณสมบัติที่มีความทนทานสูงและบางรุ่นเป็นแบบป้องกันการเกิดประกายไฟจึงเหมาะสมกับการใช้งานภาคสนาม หรือในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ต้องมีระบบสื่อสารที่ปลอดภัยต่อการใช้งาน นอกจากนั้น DTRS ยังมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ส่งข้อมูลแยกเฉพาะกลุ่ม มี GPS แจ้งระบุตำแหน่งและความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวเครื่องแบบ Real Time เพื่อใช้ในการควบคุมและแจ้งเตือน รวมถึงคุณสมบัติ Man Down เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ที่ปฏิบัติงานในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจ เป็นต้น
- CAT มั่นใจว่ามีผู้ต้องการใช้บริการ DTRS อีกเป็นจำนวนมากเมื่อขยายโครงข่ายเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึงกว่า 200,000 ราย
- สำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการระบบ DTRS ที่ CAT ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง ซึ่งมีทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน ขนส่ง หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย สนามกีฬา(บุรีรัมย์) และการเช่าใช้งานเป็นครั้งคราวในภารกิจต่างๆ เป็นต้น
หลังจาก CAT ขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว จะทำให้การขยายการใช้บริการ DTRS จะทำได้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการทั้งองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจเอกชน กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจบริการต่างๆ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติก นิคมอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ศูนย์กู้ภัยและบริษัทรักษาความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่ง CAT มั่นใจว่าองค์กรเหล่านี้ยังมีความต้องการและจำเป็นต้องใช้งานวิทยุสื่อสารระบบ DTRS อีกเป็นจำนวนมาก
- ปัญหาเดิมของ SDC คือไม่สามารถส่งมอบอุปกรณ์ Digital Trunk Radio ได้ (ลงทุน 3,000 ล้านบาท)
โดยเป้าหมายแรกคือการขายเครื่องให้กับ กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้า + รายได้ค่าเช่าใช้เป็นรายเดือน ( 700 บาท แบ่งให้ SDC 437 บาท ) สัญญา 3 ปี
ต่อมาเกิดปัญหา Covid / Chip Shortage และปัญหาเรื่องสัญญาที่จะหมดในปี 2026 ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามประมาณการที่ให้ไว้กับ Auditor (Ey) -> จึงต้องมีการตั้ง Impairment Loss เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ที่เกิดขึ้นจริง โดยได้ตั้ง Impairment Loss ไป ที่สมมติฐาน ว่า SDC สามารถขายเครื่องได้ 120,000 Sub
และมามีปัญหาเรื่องคดีแพ้ให้กับ ToT 200 ล้าน ทำให้โดนตั้งสำรองเพิ่มอีกในปี 2022
2023 ตั้งรัฐบาลล่าช้า โดนตั้งสำรองอีก 300+ ล้าน ( EY ประเมิน Impairment ใหม่ที่ 85,000 เครื่อง ) ซึ่งต่อไปจะไม่โดนสำรองแล้ว
จากปัญหาดังกล่าวปัจจุบันแนวโน้มแก้ไขได้เแล้วเพราะจำนวนเครื่องที่ขายไปแล้วในปัจจุบันมากจนไม่ต้อง Impairment และ จากสัญญาค่าเช่ารายเดือนที่ได้รับมา ทำให้ตั้งแต่ Q1 กำไรแล้ว ถ้าไม่นับที่โดนเรื่องดอกเบี้ย
ประกอบกับ Q3/24 เริ่มส่งมอบเครื่อง กำไร core 10 ล้านและมี เรื่องค่าบริการที่เลื่อนจาก Q1 Q2 มาเริ่มรับรู้ใน Q3 รวม Q3 จึงมีกำไรได้ประมาณ 27 ล้าน
ณ สิ้นปี 2024 มีเครื่อง trunk แล้วทั้งหมด 78,973 เครื่อง (กำไรเดือนละ 3 ล้านบาท)
ปีหน้ากำหนดส่งอีก 8,041 ตัว + มีงบ USO อีก 5,555 เครื่อง กำลังอยู่ระหว่างพิจารณา (รวม 92,514 เครื่อง)
ปีหน้าคาดว่าจะกำไรแน่นอน
สัญญาที่มีแล้ว
กระทรวงหมาดไทย 68,050 เครื่อง / การไฟฟ้า 8,868 เครื่อง / อื่นๆ 2,000 เครื่อง
กำลังอยู่ระหว่างเตรียมส่งมอบ 8,041 เครื่อง
และมี Inquiry กับ ตำรวจ กรมทางหลวง กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ถ้ายอดถึง 120,000 จะได้ reverse ที่ตั้งสำรอง 800 กลับมาทั้งหมด
สมมติได้ 5,000 เครื่อง ก็จะทยอยได้ reverse กลับมา ไม่จำเป็นต้องรอครบทั้งหมด ( ประมาณ 800 ล้าน จาก 40,000 เครื่อง > ประมาณ 100 ล้าน )
ส่วนของการรับรู้ค่าเช่ารายเดือน project 2025 ที่จะหมดสัญญาของกระทรวงมหาดไทยมีโอกาสสูงที่น่าจะได้ต่อ
(รายได้ 80,000 เครื่อง * 437 บาท *3 = 104.88 ล้านบาทต่อ Q)
***SAMTEL
งบภาครัฐที่ชะลอตัวในปีงบประมาณ 2567 ทำให้รายได้ของ SAMTEL น้อยกว่าที่ควรจะเป็น (9M23 = 3,205 / 9M24 = 2,479)
ในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมางยรัฐบาลเริ่มมีการเบิกใช้ค่อนข้างสูงทำให้ Samtel เริ่มทำยอยเซ็นต์งานเข้ามาเยอะขึ้นในไตรมาส 4
โดยในปีนี้ เซนต์งานไปทั้งหมด 4,621ล้านบาท มากที่สุดในรอบ 5 ปี
ปีหน้าจะมี project งาน 3,000 ล้าน / งาน Recurring ลดลง แต่ เชิงจำนวนเพิ่มขึ้น
ในเชิงรายได้รวมของ SAMTEL คาดเป้าหมายรายได้ Y2024 4,297 ล้านบาท เป็นงาน Recurring 64%
กลุ่ม Utility & Transportation
Revenue 9M24 3,670m +27.6% YoY
มี Backlog 8,681m
พิจารณาที่ SAV 9M23 - 9M24
Revenue 1,110 - 1,282.9 +15.6% YoY
No. of Flights 69,340 - 74,713 +7.7% YoY
โดยรับเงินเป็น USD / Dollar swing กระทบ top line แต่ต้นทุนก็เป็น usd เหมือนกันทำให้มี Natural Hedge
มีประเด็นเรื่อง Withholding tax 10% ที่ต้องจ่ายให้รัฐบาลกัมพูชา ซึ่งเมื่อต้นปี Q1/23 ก่อนเข้าตลาด และปลายปี Q4/23 มีการจ่ายปันผลก้อนใหญ่ พอโดน withholding tax เลย ต่ำกว่าความเป็นจริง
ปัจจุบันเปลี่ยนนโยบายเป็นปันผลทุก Q ทำให้งบดู smooth ขึ้น
Growth Driver คือสนามบินที่จะเปิดใหม่อีก 2 แห่ง คือดาราสากร (2024) และเตโช (Airport Capacity 27M by2030 - 10/7/25)
ปีหน้ามีสายการบินที่จะมาเพิ่ม เช่น India go / Vietnam airline 100-200 flight ต่อเดือน
X กับ Dan thai equipment เป็น Sole distributor ของระบบ Radar ( Foreign Object Debis - FOD ) เป็นระบบที่ใช้ตรวจสอบวัตถุบนรันเวย์มูลค่า Project 1500ล้าน
Technology FOD มี 3 เจ้าในโลกที่ใช้
สิงคโปร์ > เจ๊งแล้ว
จีน > ทำแล้วไม่ feasibility เพราะเป็นหลังเต่า
ของเราดีที่สุดในตลาด
ประมาณ 1Q25 ร่าง TOR
***Laos
เดิม 2016-2017 มีปัญหาการเก็บเงิน
มีการ delay เรื่องการเซนต์สัญญา ไปถึง Q1/25 >
นายกจะหมดวาระไปเป็นรองประธานประเทศ > แต่งตั้งคนอื่นแทน
ทางรองนายกตั้งทีมทำงานอยู่ เพื่ออนุมัติ
สายสัมพันธ์ที่ดี คาดว่า จะได้เซนต์ ต้นปี
ค่าสัญญาสัมปทาน 60 ล้านเหรียญ จ่ายให้ก่อน
พนักงานที่ลาว น้อยเกินไป ต้องเพิ่มทีมขึ้นอีก
ตาม timeline mou แล้วจะใช้เวลาในการศึกษาอีก 1 เดือน
Process เราอีก 3-4 เดือน เซนต์ PPP หลังจากนั้น 6 เดือนเริ่มได้ หรือได้ Q3 ปีหน้า
Project finance 60 ล้าน บันทึก เป็นเจ้าหนี้ แล้วทยอยตัด
***TEDA
Revenue 9M24 1,464m +70.6% YoY มี Backlog 2,559m
Project ใหญ่คือที่บริษัทได้รับสัญญาจ้างให้เป็นผู้นำเทคโนโลยี Direct Coding System หรือ ระบบพิมพ์รหัสควบคุมบนบรรจุภัณฑ์ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การเก็บภาษีสินค้าประเภทสุราชนิดเบียร์ ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศ มูลค่าโครงการรวมกว่า 8,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 7 ปี เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี May 2022
( หรือรับรู้รายได้ 25 สตางค์ต่อกระป๋อง หรือประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท - 9M24 โต 8% )เหลือสัมปทาน 4.5 ปีโดยจนถึงปัจจุบันรับรู้รายได้ไปแล้ว 2,205ล้าน ยังขาดอีก 5,344ล้านที่รอรับรู้
- จุดเด่นของ Direct Coding System เป็นเทคโนโลยีการพิมพ์รหัสสองมิติแบบไม่ซ้ำกัน ลงบนบรรจุภัณฑ์ (บนฝาขวดและใต้กระป๋องเบียร์) ด้วยหมึกพิเศษป้องกันการปลอมแปลง เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ประชาชนสามารถใช้ตรวจสอบความเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายได้โดยใช้ไฟฉายยูวีส่องไปที่รหัสดังกล่าว
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ สามารถใช้อุปกรณ์เฉพาะ (Handheld Tool) ในการอ่านและถอดรหัสข้อมูล เพื่อตรวจสอบข้อมูลสินค้า ข้อมูลการผลิต ข้อมูลภาษี ได้จากระบบฐานข้อมูลส่วนกลางที่กรมสรรพสามิต (Data Management System : DMS) ซึ่งนอกจากจะยืนยันความเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังใช้ข้อมูลในระบบไปวางแผนการบริหารจัดการจัดเก็บภาษีได้อีกด้วยPartner กับบริษัท Swiss โอกาสได้ต่อสูง เป็นการลงทุนเพื่อขอสัมปทาน
มี Project สามารถนำไปต่อยอดระบบ Scan สำหรับกล่องยาเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าเป็นยาของแท้ ( อยู่ระหว่างเสนอทางอย. )
***SAMART
การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากทุกกลุ่ม ( SAMTEL SAV TEDA SDC )
1Q24 - 2Q24 - 3Q24 : 55m - 100m - 110m หรือรวม 265m ( ไม่นับ Impairment )
3Q23 - 2Q24 - 3Q24
Revenue 2,812 - 2,083 - 2,307
Gross Profit 455 - 523 - 503
GPM 15.8% - 25.1% - 21.8%
Ebitda 34 - 236 - 519
Ebitda Margin 1.2% - 11.2% - 22.1%
Net Profit -383 - -149 - 137
NPM -13.5% - -7.1% - 5.8%
DE Ratio ลดลงเหลือ 1.6x / IDBE 0.5
***SAMART Outlook
Rev + 10.2% CAGR (2024 - 2029F)
Key Driver จาก
SAV : การเติบโตของกัมพูชาต่อเนื่อง 10-15% / Project เกี่ยวกับการบินใหม่ๆ / สัมปทานที่ลาว 30 ปี
SDC : DTRS จะมีการขยายอายุสัญญา 15 ปี / ค่าเสื่อมที่ลดลง / เป้าหมายเครื่อง 120,000 เครื่อง
SAMTEL : Backlog สูงถึง 3,800m / New Project in Pipeline
SAMART : Backlog 13,500m คงเหลือ ณ 9M2024
***Other New Projects
Project ใหญ่ 20,000 ล้าน แต่เป็นการรับรายได้ระยะยาว ( เรื่องเงินทุนมีคุยกับ bank ไว้แล้ว )
Samtel มีออก warrant จะแจกในปีนี้
Samtel ยังมีโปรเจ็ค ยาควบคุม อย ทำ stamp scan ได้
ช่วงต้นปี มกราคมจะมีประมูล 3,000 ล้านอีก
Project AOT ระบบ network 500 ล้าน ทำกับ AIT (กลับมารับงาน AOT แล้ว)
SAV: FOD Project จับมือกับ แดนไทย จับมือกับเราเจ้าเดียว
มี งาน update อุปกรณ์อีก 1000 ล้าน ให้ SAV ดูแล
ต่อไปดูเรื่อง ไทย เขมร ลาว พม่า
คู่แข่ง samtel คือใคร : Sky AIT TKC
แต่เราจะเน้นงานที่ได้ recurring 50% up
ปีหน้า น่าจะเซนต์ backlog มากสุดตั้งแต่ทำมา
ที่ samtel ถ้าได้หมดน่าจะ 3-4หมื่นล้าน
มี project กับ ditto เยอะมาก > เกี่ยวกับที่ดิน
ปี 69 งบจะเยอะกว่า 68 อีก ( ปิดงบ ปี 69 อีก 2 เดือนต้องสรุปรายละเอียด )
เรื่องคดีความฟ้องร้อง ปีหน้าน่าจะจบหลายตัว
TEDA มีแผนจะทำธุรกิจเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม ( energy and environment )
Samart ปีหน้าคาดว่าจะสามารถจ่ายปันผลได้
**************
ข้อมูลของ สมาคมนักลงทุนประเทศไทย คลิก!
**************
“ข้อมูลที่ปรากฏนี้ได้รับจาก"สมาคมนักลงทุนประเทศไทย" โดยได้รับการตรวจสอบจากทีมงานของบริษัทที่ไป Company Visit แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลข่าวสารทั่วไป ทาง efinanceThai ไม่ได้แก้ไขหรือปรับปรุงเนื้อหาดังกล่าว และมิได้ยืนยันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ได้รับ ทั้งนี้ ขอให้ผู้รับข้อมูลข่าวสารพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้ตามความเหมาะสม”
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ