โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2567 เวลา 03.00 น.
  • อาการนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • การรักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัญหาคาใจ นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

นิ่วคือการตกตะกอนของแร่ธาตุต่างๆ ที่จับตัวกันเกิดเป็นผลึกเล็กๆในน้ำปัสสาวะ ซึ่งเมื่อผลึกเล็กๆเหล่านี้เกาะตัวรวมกัน จะเกิดเป็นชิ้นส่วนหรือก้อนเล็กๆ ที่เรียกว่านิ่ว

นิ่วเกิดที่บริเวณใดได้บ้างและพบตรงจุดใดมากที่สุด

นิ่วมักเกิดขึ้นในไตเป็นหลัก แต่นิ่วสามารถเคลื่อนที่ตกลงมาในระบบทางเดินปัสสาวะได้ทุกส่วน เช่น ในท่อไต กระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ

ลักษณะของนิ่วและองค์ประกอบของนิ่วมีอะไรบ้าง

นิ่วโดยส่วนใหญ่มีลักษณะค่อนไปทางแข็ง นิ่วที่มีลักษณะนิ่มมักเป็นนิ่วที่เกิดจากการตกตะกอนของยาบางประเภทหรือนิ่วที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบติดเชื้อทางเดินปัสสาวะแบบเรื้อรัง นิ่วมีองค์ประกอบเป็นแคลเซียมมากที่สุดถึง 60-70% โดยแคลเซียมมักจับตัวกับผลึกอื่นๆ เช่น ออกซาเลต ฟอสเฟตหรือกรดยูริก

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการเกิดนิ่ว

  • ผู้ที่ดื่มน้ำน้อย อยู่ในภาวะขาดน้ำอยู่ตลอดเวลาเป็นเวลานานๆ ทำให้สารต่างๆที่อยู่ในน้ำปัสสาวะ เกิดการตกผลึกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • ผู้ที่ดื่มน้ำปริมาณพอเหมาะ แต่สารต่างๆที่ก่อให้เกิดผลึก มีปริมาณเข้มข้นมากเกินไป สารเหล่านั้นก็สามารถจับตัวตกผลึกเป็นนิ่วได้

นิ่วในไตกับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะแตกต่างกันอย่างไร

แตกต่างกันที่อาการ ตัวของนิ่วเองไม่ได้ทำให้เกิดอาการ แต่จะเกิดอาการเมื่อนิ่วมีการเคลื่อนที่แล้วทำให้เกิดการอุดตัน นิ่วในไตมีการอุดตันค่อนข้างน้อยเนื่องจากพื้นที่ข้างในเยอะ แต่หากนิ่วตกลงมาอยู่ในท่อไต ซึ่งมีขนาดเล็กประมาณ 3 มม. จะสามารถสร้างอาการปวดที่รุนแรงได้ หรือหากนิ่วตกลงมาในกระเพาะปัสสาวะ อาจทำให้เกิดการระคายเคือง อยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆและถ้านิ่วกลิ้งลงมาอุดที่ท่อปัสสาวะ จะทำให้รู้สึกปัสสาวะสะดุดหรือปัสสาวะขัดแบบฉับพลัน บางรายอาจถึงขั้นปัสสาวะไม่ออกแบบฉับพลันได้

อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนว่าเป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

นิ่วในไตมักไม่ทำให้เกิดอาการ แต่หากนิ่วตกลงมาหรือเคลื่อนที่ลงมาแล้วอุดอยู่ในท่อไต จะทำให้เกิดอาการปวดบีบๆเฉพาะด้านที่นิ่วตกลงมา เช่น หากนิ่วตกลงมาที่ท่อไตข้างขวาก็จะปวดเอวข้างขวา สำหรับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาจทำให้ปัสสาวะบ่อย แสบขัดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะเป็นเลือด หากนิ่วในกระเพาะปัสสาวะตกลงมาในท่อปัสสาวะ อาจทำให้ลำของปัสสาวะออกมาแบบขาดตอนหรือหยุดชะงัก

มีวิธีการวินิจฉัยนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะอย่างไร

การตรวจวินิจฉัยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  • การพิสูจน์ว่ามีนิ่วอยู่จริงหรือไม่ ทำได้โดยการเอกซเรย์ธรรมดา การทำอัลตร้าซาวด์หรือการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบไม่ฉีดสารทึบรังสี ซึ่งสามารถดูถึงความแข็ง / อ่อน ของก้อนนิ่วที่อาจส่งผลต่อการพิจารณาเลือกวิธีรักษา
  • การตรวจเพื่อหาองค์ประกอบข้อมูลโดยรวมที่มีผลต่อการรักษา เช่น การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดดูการทำงานของไต

รักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้ด้วยวิธีใดบ้าง

  • ติดตามอาการ หากผู้ป่วยยังไม่มีอาการและมีนิ่วในไตที่มีขนาดน้อยกว่า 1 ซม.ไม่มีการอุดตัน ทางเลือกอาจเป็นการติดตามอาการและปรับเรื่องปริมาณน้ำดื่ม รวมถึงควบคุมอาหารบางอย่างที่อาจทำให้เกิดนิ่ว แล้วติดตามประเมินในอีก 4-6 เดือน
  • การใช้ยา หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า ยาละลายนิ่วซึ่งมีซิเตรทเป็นส่วนประกอบ เหมาะกับนิ่วที่มีองค์ประกอบเป็นกรดยูริก ในกรณีนิ่งในท่อไตที่ปวดไม่มาก มีขนาดเล็ก อาจใช้ยาบางกลุ่มเพื่อคลายกล้ามเนื้อตามแนวท่อไตเพื่อเพิ่มโอกาสในการเลื่อนหลุดของก้อนนิ่วได้
  • การสลายนิ่วด้วยการใช้คลื่นกระแทก เป็นการใช้คลื่นเสียงให้เกิดการสั่นสะเทือนให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อเพิ่มโอกาสให้น้ำปัสสาวะได้พัดพานิ่วที่แตกไปแล้วให้หลุดตามธรรมชาติ
  • การส่องกล้องผ่านท่อไต เป็นการส่องกล้องย้อนทิศทางจากท่อปัสสาวะผ่านเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะเพื่อที่จะขึ้นไปที่ท่อไตหรือในไต แล้วทำให้นิ่วแตกด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ใช้คลื่นกระแทก พลังงานลมหรือเลเซอร์ แล้วใช้อุปกรณ์หนีบชิ้นของนิ่วออกมา หากใช้เลเซอร์จะสามารถระเหิดตัวนิ่วให้กลายเป็นฝุ่น ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์คีบออกมา
  • การผ่าตัดโดยการเจาะผ่านผิวหนัง เป็นการเจาะรูเข้าไปถึงตัวไตและใช้กล้องขนาดเล็กสอดไปตามรูที่เจาะเพื่อเข้าไปกรอนิ่วข้างในไตด้วยอุปกรณ์กรอนิ่ว เช่น พลังงานลม คลื่นกระแทกนิ่วหรือเลเซอร์
  • การผ่าตัดแผลใหญ่ ปัจจุบันไม่นิยมใช้วิธีนี้แล้ว นอกจากนิ่วมีขนาดใหญ่มากหรือเป็นนิ่งชนิดเขากวางที่มีอยู่ทุกซอกทุกมุมของไต

ดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หากออกกำลังกายเป็นประจำหรือทำงานที่เสียเหงื่อเยอะ ควรดื่มอย่างน้อย 2.5 ลิตรหรือมากกว่านั้น
  • รับประทานอาหารให้สมดุล ลดอาหารที่กระตุ้นให้เกิดนิ่ว เช่น อาหารที่มีโปรตีนสูงมากจากเนื้อสัตว์ อาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักรูบาร์บ อะโวคาโด อาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น สัตว์ปีกบางชนิด พวกยอดใบผักต่างๆ
  • รับประทานอาหารที่มีซิเตรทเป็นประจำมากขึ้นเพื่อช่วยป้องกันการตกตะกอนของแคลเซียมมักได้จาก ผลไม้รสเปรี้ยว อย่างน้ำส้มหรือมะนาวศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ให้การรักษาแบบเฉพาะบุคคลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษามีความแม่นยำ ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...