โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ดองกิ มอลล์’ ปรับแผน ทบทวนกลยุทธ์-การตลาดในไทย 3 ปีหน้าครบ 10 สาขาพร้อมออกหัวเมืองท่องเที่ยว

The Better

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2567 เวลา 09.31 น. • THE BETTER
ดองกิ มอลล์ สู่ปีที่6 ในไทยปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ ทบทวนไซส์สาขา-เติมแฟล็กชิป ครบ 10 แห่งเข้าเมืองท่องเที่ยวเชียงใหม่-ภูเก็ตใน 3 ปี รับตลาดไทยยอดขายสูง ‘ท็อปทรี’ ในอาเซียน

ฮิโรชิ ทานากะ กรรมการผู้บริหาร บริษัท ทีโอเอ-พีพีไอเอช ผู้บริหารศูนย์การค้าดองกิ (DONKI MALL) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นและบริษัทฯ อยู่ระหว่างทบทวนแผนการทำธุรกิจและการทำตลาดศูนย์การค้าดองกิ (Donki Mall) ในประเทศไทยใหม่ครอบคลุมทั้ง 4Ps ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค่าต่างๆ (Product) ราคา (Price) ทำเลสถานที่ (Place) และกิจกรรมการตลาด (Promotion) เพื่อทำตลาดค้าปลีกสินค้าของกินของใช้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นให้ครองใจกำลังซื้อท้องถิ่นในประเทศ ได้มากยิ่งขึ้น

โดยในเบื้องต้น บริษัทฯ จะปรับแผนการขยายสาขาศูนย์ฯ ดองกิ ใหม่ทั้ง รูปแบบและขนาด (Size) สาขาที่อาจมีขนาดเล็กลง หรือ สาขาร้านต้นแบบ (Flagship) เพิ่มขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาทำเลที่มีโอกาสทั้งในกรุงเทพฯ และ มีแผนขยายสาขาใหม่ไปยังทำเลต่างจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น

สำหรับการขยายสาขาศูนย์ฯดองกิ คาดใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อสาขาใหม่ที่เตรียมเปิดให้บริการ จะเห็นความชัดเจนใน3 ปีข้างหน้าจะมีดองกิ มอลล์ เปิดได้ครบ 10 แห่ง ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดได้ตามแผนเดิม 5 ปี (2562-2567) ที่บริษัทวางไว้ก่อนหน้านี้ แต่ชะลอแผนขยายสาขาไปช่วงหนึ่งจากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ดองกิ มอลล์ ในไทยเปิดให้บริการ 7 สาขา ประกอบด้วย

  • ดองกิ มอลล์ สาขาทองหล่อ
  • ดองกิ มอลล์ สาขาศูนย์การค้าเอ็มบีเค
  • ดองกิ มอลล์ สาขาธนิยะ พลาซ่า
  • ดองกิ มอลล์ สาขาศูนย์การค้าซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์
  • ดองกิ มอลล์ สาขาศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ บางแค
  • ดองกิ มอลล์ สาขาศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
  • ดองกิ มอลล์ สาขาเจพาร์ค

ทั้งนี้ หลังจากดองกิ มอลล์ เข้ามาให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 ถึงในปัจจุบัน ได้การตอบรับในทุกทำเลในปัจจุบัน โดยมียอดขายสูงสุดใน 3 อันดับแรก คือ ทองหล่อ และ เอ็มบีเค รองลงมาเป็นสาขาแฟชั่นฯ ธนิยะ และ ซีคอนศรีนครินทร์ ซึ่งจะครองตำแหน่งสลับกันในแต่ละช่วงขึ้นอยู่กับการทำตลาด โปรโมชั่นตามเทศกาลต่างๆ” ทานากะ กล่าวพร้อมเสริมว่า

ขณะที่สินค้า (Product) ที่จำหน่ายในดองกิ มอลล์ ปัจจุบันมีสินค้ามากกว่า12,000 รายการ (SKUs) คิดเป็นสัดส่วนนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 95% โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูงสุดใน 3 อันดับแรก จะเป็น อาหาร ขนมขบเคี้ยว และ เครื่องสำอาง ซึ่งแตกต่างไปจากดองกิ มอลล์ ในประเทศญี่ปุ่น ที่กลุ่มสินค้าของใช้ในบ้านมียอดขายสูงสุด

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแผนทบทวนราคาสินค้าใหม่ซึ่งอาจมีแนวโน้มปรับลงมาให้ได้ใกล้เคียงกับสินค้าที่จำหน่ายในดองกิ มอลล์ ประเทศญี่ปุ่น ตามแนวคิดสินค้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ จากปัจจุบันสินค้าที่นำเข้ามาทำตลาดในดองกิ ประเทศไทย มีส่วนต่างสูงกว่าราว 10% เทียบกับสินค้าประเภศเดียวกันในดองกิ ญี่ปุ่น

“การปรับแผนธุรกิจใหญ่ครั้งนี้เพื่อรักษาฐานกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคในตลาดประเทศไทย และขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวเพิ่มจากสาขาใหม่ในหัวเมืองต่างจังหวัดในอนาคต” ทานากะ กล่าว

พร้อมเสริมว่า ล่าสุด ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ (DONKI MALL THONGLOR) จัดงาน ‘NIHON-ICHI- BY TAITO-KU’ นำประสบการณ์วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ทรงคุณค่าจากเขตไทโต ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดในโตเกียว โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อย่าง อุเอโนะ และ อาซากุสะ มาให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยให้ไปเยือนสถานที่เหล่านี้เมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังได้นำผู้ประกอบการธุรกิจจากชาวญี่ปุ่นจำนวน 15 ราย ในเขตฯดังกล่าว มาร่วมแสดงสินค้าในงานฯ เพื่อเปิดโอกาสการจับคู่ธุรกิจนระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจชาวไทยที่สนใจทำตลาดร่วมกันด้วย โดยงานฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-29 ธ.ค.2567 ณ ศูนย์การค้าดองกิมอลล์ ทองหล่อ

ทานากะ กล่าวว่า “ปัจจุบัน ดองกิ มอลล์ มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียน (Traffic)ในแต่ละสาขาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับทำเลโดยสาขาเอ็มบีเคมีทราฟฟิกสูงกว่าสาขาทองหล่อ 2 เท่าตัว” พร้อมเสริมว่า "จากแผนธุรกิจดังกล่าว บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโต10% ต่อเนื่อง พร้อมแผนเพิ่มอัตรากำไร ได้ในระดับ 5-10% จากการเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆให้ลูกค้าชาวไทยนับจากนี้ไป”

นอกจากนี้ยังวางแผนขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ โดยขยายตลาดจากช่องทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซดองกิ มอลล์ ซึ่งมีดองกิ สิงคโปร์ เป็นผู้ดูแล พร้อมวางเป้าหมายรายได้ออนไลน์เพิ่มจากอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ 5-10%

ปัจจุบันธุรกิจดองกิมอลล์ ประเทศไทยยังมีผลดำเนินการรายได้สูงสุดติดอันดับหนึ่งในสาม ของดองกิ มอลล์ที่อยู่ในตลาดภูมิภาคเอเชีย ประกอบด้วย สิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย ฮ่องกง และ มาเก๊า พร้อมกับที่บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น จะมุ่งทำตลาดเชิงรุกในประเทศสหรัฐอเมริกา มากขึ้นเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...