โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2568 เวลา 04.01 น.
  • โรคไวรัสตับอักเสบบี มีอาการอย่างไร
  • วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีโรคตับอักเสบบีเกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (hepatitis B virus) ซึ่งสามารถติดต่อทางเลือด น้ำเชื้อ และน้ำคัดหลั่ง โดยติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสใกล้ชิดระหว่างบุคคล การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การใช้แปรงสีฟัน มีดโกน ที่ตัดเล็บร่วมกัน การใช้เข็มสักตามตัวหรือสีที่ใช้สักตามตัวร่วมกัน การเจาะหู และการติดเชื้อขณะคลอดจากมารดาที่มีเชื้อสู่ทารก โดยในปัจจุบันวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อคือการได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี

ผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีจะมีอาการอย่างไร

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบบี แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะเฉียบพลัน: ผู้ป่วยส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 50 รวมถึงทารกที่ได้รับเชื้อจากมารดามักไม่มีอาการป่วย แต่ในบางรายอาจมีอาการแสดงดังนี้ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะมีสีคล้ำ ปวดข้อ โดยทั่วไปจะเริ่มมีอาการภายใน 6 เดือนหลังได้รับเชื้อ โดยจะหายเป็นปกติเมื่อร่างกายสามารถกำจัดและควบคุมเชื้อไวรัสตับอักเสบได้
  • ระยะเรื้อรัง: ผู้ป่วยที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อออกได้หมดจะทำให้ผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคตับอักเสบบีระยะเรื้อรังมักไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่หากปล่อยไว้อาจมีการดำเนินไปของโรคเป็นโรคตับที่รุนแรงได้ เช่น โรคตับแข็ง และมะเร็งตับ โดยในบางรายก็อาจยังไม่มีอาการแสดงของโรคอยู่ดี แต่เมื่อตรวจเลือดจะพบว่าค่าการทำงานของตับนั้นผิดปกติไป

ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี

เด็กและวัยรุ่น:

  • เด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีตั้งแต่แรกเกิด และควรฉีดให้ครบภายใน 6-18 เดือน

  • เด็กหรือวัยรุ่นที่อายุไม่เกิน 19 ปี และยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีมาก่อนผู้ใหญ่: บุคคลดังต่อไปนี้ควรได้รับวัคซีน

  • มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

  • มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป

  • เป็นโรคตับหรือไตเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยที่กำลังล้างไต

  • ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบี

  • มีเพศสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ

  • บุคคลทั่วไปที่ต้องการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน

  • ติดเชื้อเอชไอวี

  • เป็นโรคเบาหวาน

  • มีหน้าที่ต้องสัมผัสกับเลือดของผู้อื่น

  • มีประวัติฉีดยาเสพติดหรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

  • ต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีอุบัติการณ์ของโรคตับอักเสบบีสูง

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีมีวิธีการฉีดอย่างไร

ปกติแล้ววัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีเข้าทางกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนหรือต้นขา ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ดังตาราง

เข็มที่ 1

เข็มที่ 2 เข็มที่ 3 เข็มแรกเริ่มต้นนับเป็นเดือนที่ 0 1 เดือน หลังจากเข็มแรก 6 เดือน หลังจากเข็มแรก
พบว่ามากกว่าร้อยละ 95 ของผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสามเข็มจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันจนถึงระดับที่สามารถป้องกันโรคได้ และไม่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิซ้ำ ยกเว้นในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือผู้ป่วยที่กำลังล้างไต

ควรทำอย่างไรหากไม่สามารถมาฉีดวัคซีนตามกำหนดนัด

หากผู้ป่วยไม่สามารถมารับการฉีดวัคซีนได้ตามเวลานัด โดยมาช้ากว่ากำหนด ผู้ป่วยสามารถฉีดวัคซีนเข็มต่อไปได้เลยโดยไม่มีความจำเป็นต้องให้วัคซีนเพิ่มหรือเริ่มฉีดเข็มแรกใหม่

ใครไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี หรือควรชะลอไว้ก่อน

  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยีสต์ทำขนมปังหรือส่วนประกอบของวัคซีนไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี
  • ผู้ที่มีอาการแพ้วัคซีนโรคตับอักเสบบีหลังจากฉีดเข็มแรก เช่น มีอาการไข้สูง หายใจลำบาก ผื่นลมพิษ อ่อนเพลีย
    หัวใจเต้นเร็ว ไม่ควรได้รับการฉีดวัคซีนตับอักเสบบีเข็มที่สอง
  • ผู้ที่มีอาการป่วยปานกลางหรือป่วยมากควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าจะหายเป็นปกติ

อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดจากวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีมีอะไรบ้าง

  • อาการส่วนใหญ่ที่พบหลังฉีดวัคซีน คือ อาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดยาซึ่งอาการดังกล่าวสามารถหายได้เอง
  • ร้อยละ 10 ของผู้ที่ได้รับวัคซีนอาจมีอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่ไม่รุนแรง เช่น ไข้ อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะหลังจากฉีดวัคซีน
  • มักเริ่มมีอาการ 3-4 ชั่วโมงหลังฉีด และอาการจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง
  • อาการแพ้ที่รุนแรงนั้นพบได้น้อยมาก

อันตรกิริยาระหว่างยา (ผลต่อยาอื่น)

ยาบางตัวอาจมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่รับประทานยาในกลุ่มนี้หรือกลุ่มอื่นๆ อยู่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนที่จะรับการฉีดวัคซีนตับอักเสบบี
เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention. Hepatitis B. Available from: https://www.cdc.gov/hepatitis/hbv/ [Accessed 8 September 2021].
  • Full prescribing information for Engerix-B. Research Triangle Park, NC: GlaxoSmithKline group of companies (US); 2021 Jun.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...