SET ดิ่ง 24.75 จุด กังวลนโยบาย`ทรัมป์`-กำไรบจ.โตต่ำ-แรงขาย LTF ฉุด ให้แนวรับ 1,350-1,330 จุด
SET ดิ่ง 24.75 จุด กังวลนโยบายทรัมป์-กำไรบจ.โตต่ำ-แรงขาย LTF ฉุด ให้แนวรับ 1,350-1,330 จุด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ม.ค. 68 16:54 น.
หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(9 ม.ค.) ร่วงแรง 24.75 จุด โบรกฯ ชี้นักลงทุนกังวลนโยบายศก.ทรัมป์ หลังเตรียมเข้ารับตำแหน่ง ปธน. 20 ม.ค.นี้ พ่วงกังวลเศรษฐกิจไทยและกำไรบจ.โตต่่ำ ดอกเบี้ยลงช้า รวมถึงมีแรงขายจากกองทุน LTF กดดัน มองแนวรับแรก 1,350 - 1,330 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ (9 ม.ค.) ปิดตลาดที่ 1,362.97 จุด ปรับตัวลดลง 24.75 จุด หรือ -1.78% มูลค่าการซื้อขาย 46,848.34 ล้านบาท ซึ่งระหว่างการซื้อขายปรับตัวลดลงมากกว่า 27 จุด โดยโบรกฯเกอร์ ประสานเสียงหุ้นไทยร่วงแรงหลังนักลงทุนเทขาย รอดูแนวทางศก.ทรัมป์ หลังเข้ารับตำแหน่ง 20 ม.ค.นี้ กังวลเศรษฐกิจไทยและกำไรบจ.โตต่่ำ ทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับลงช้า รวมถึงมีแรงขายจากกองทุน LTF กดดัน
*** บล.ไอร่า ประเมินแนวรับแรก 1,360-1,330 จุด แนะทยอยสะสมกลุ่มโรงพยาบาล ชู BDMS, BH
นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ไอร่า เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ภาพรวมหุ้นไทยปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นภูมิภาค โดยปัจจัยหลักมาจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ระยะยาว 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ รวมถึงนักลงทุนทั่วโลกต่างรอดูท่าทีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังเตรียมเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.นี้
ด้าน P/E หุ้นไทยยังอยู่ในระดับสูงที่ 15 เท่า เมื่อเทียบกับตลาดภูมิภาค เช่น เวียดนาม 11 เท่า, ฮั่งเส็ง 9 เท่า อีกทั้ง จีดีพีไทยโตช้ากว่าประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้วันนี้เกิดแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมา โดยวันนี้มีโอกาสที่หุ้นไทยจะปรับตัวลดลงสู่แนวรับที่ 1,360 จุด ซึ่งหากสัปดาห์หน้าตลาดตอบรับนโยบายทรัมป์ในเชิงลบ มีโอกาสปรับตัวลดลงต่ำกว่าแนวรับดังกล่าว ประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,330 - 1,300 จุด แต่หากไม่มีประเด็นกระทบร้ายแรงออกมา คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังทรงตัวเนื่องจากปัญหาในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกหุ้นบางกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ หรือนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีน เช่นกลุ่มโรงพยาบาล หลัง P/E ปรับตัวลดลงมาก และไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่าง BDMS, BH ซึ่งมองว่าในช่วงนี้ที่ราคาหุ้นปรับตัวลง เป็นจังหวะทยอยสะสมโดยพิจารณาสัญญาณเทคนิคประกอบกัน ทั้งนี้ประเมินเป้าหมายหุ้นไทยปีนี้ไว้ที่ 1,560 จุด ให้ EPS ที่ 97 บาท
*** บล.กสิกรไทย แนะ Wait & See มองแนวรับแรก 1,350 จุด
นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากค่าเงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่อยู่ระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจเหลือเพียง 2 ครั้งในปีนี้
นอกจากนี้ในวันที่ 20 ม.ค. 68 โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้นักลงทุนติดตามแนวทางการดำเนินงานและนโยบายต่างๆ ในช่วง 100 วันแรก ของทรัมป์ ว่าจะมีนโยบายที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการลงทุนอย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเม็ดเงินลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ลงทุนตั้งแต่ปี 62 จะครบกำหนดและสามารถขายเงินลงทุนได้ในช่วงต้นปี 68 ซึ่งตามสถิติที่ผ่านมาพบว่านักลงทุนกองทุน LTF มักขายออกมาในช่วงไตรมาส 1 ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงกระแสการลงทุนกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยในเชิงอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) กับตัวเลขจีดีพี มีทิศทางปรับตัวลง
ดังนั้น จึงประเมินว่าหุ้นไทยในช่วงนี้ยังซึม โดยให้แนวรับแรกไว้ที่ 1,350 จุด ซึ่งระยะสั้นมองว่ายังไม่หลุดระดับดังกล่าว แต่หากหลุดประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,310 จุด โดยกลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทยแนะนำให้ Wait&See เนื่องจากในช่วงนี้ไม่มีปัจจัยบวกใหม่ โดยรอหลังจากทรัมป์รับตำแหน่งในช่วงสัปดาห์แรก สะท้อนทิศทางการลงทุนในช่วงนั้น ทั้งนี้ประเมินเป้าหมายหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,520 จุด
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ