โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

Thailand Property Market Outlook 2025

DDproperty

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2567 เวลา 21.51 น.
Thailand Property Market Outlook 2025

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2024 เป็นอีกปีที่ชะลอตัวลง เนื่องจากผู้ซื้อยังคงไม่มีความพร้อมทางด้านการเงิน โดยเฉพาะในการซื้อที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง และต้องมีภาระในการผ่อนชำระยาวนาน

สอดคล้องกับรายงานของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร พบว่า ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2024 (Q3 2024) หนี้ครัวเรือนในระบบเครดิตบูโรอยู่ที่ 13.6 ล้านล้านบาท (หนี้ครัวเรือนไทยทั้งหมด 16.3 ล้านล้านบาท) เติบโต 0.5% จากปีก่อนหน้า (YoY)

โดยระดับของหนี้เสีย (Non-Performing Loan: NPL) อยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.8% ของหนี้รวม 13.6 ล้านล้านบาท เติบโต 3.4% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และเติบโต 14.1% YoY สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (จาก Q4 2012)

คนยังให้ความสนใจซื้อบ้าน แม้ยังไม่พร้อม

จากแบบสอบถามฯ Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถาม อยากซื้อบ้านในอีก 1 ปีข้างหน้า แม้ว่าจะมีผู้บริโภคเพียง 33% เท่านั้นที่เก็บเงินเพียงพอที่จะซื้อบ้านแล้ว ที่เหลือเก็บเงินได้เพียงครึ่งทาง (48%) และไม่ได้เก็บเงินเลย (18%)

แต่ข้อมูลจาก DataSense by PropertyGuru for Business พบว่า รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุดเป็นรูปแบบคอนโดมิเนียม ทั้งความต้องการซื้อทั่วประเทศ มีสัดส่วน 44% ของรูปแบบที่อยู่อาศัยทั้งหมด และกรุงเทพฯ มีสัดส่วน 58% ของรูปแบบที่อยู่อาศัยทั้งหมด

ความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นทุกรูปแบบที่อยู่อาศัยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมได้รับความสนใจมากที่สุด ( 19% YoY) รองลงมาคือ บ้านเดี่ยว ( 10% YoY) และทาวน์เฮ้าส์ ( 10% YoY)

โดยระดับราคาที่มีความต้องการซื้อมากที่สุดทั่วประเทศ มีดังนี้

  • คอนโดมิเนียมอยู่ที่ระดับราคา 1,000,001-2,000,000 บาท ( 7% YoY)
  • บ้านเดี่ยวอยู่ที่ระดับราคา 3,000,001-4,000,000 บาท ( 14% YoY) และ 10,000,001-20,000,000 บาท ( 9% YoY)
  • ทาวน์เฮ้าส์อยู่ที่ระดับราคา 1,000,001-2,000,000 บาท ( 11% YoY)

กรุงเทพฯ มีทิศทางสอดคล้องกับความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของทั่วประเทศ มีความสนใจซื้อเพิ่มขึ้นทุกรูปแบบที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมได้รับความสนใจมากที่สุด ( 16% YoY) รองลงมาคือ บ้านเดี่ยว ( 9% YoY) และทาวน์เฮ้าส์ ( 6% YoY)

โดยระดับราคาที่มีความต้องการซื้อมากที่สุดในกรุงเทพฯ มีดังนี้

  • คอนโดมิเนียม อยู่ที่ระดับราคา 1,000,001-2,000,000 บาท ( 1% YoY)
  • บ้านเดี่ยว อยู่ที่ระดับราคา 10,000,001-20,000,000 บาท ( 11% YoY)
  • ทาวน์เฮ้าส์ อยู่ที่ระดับราคา 2,000,001-3,000,000 บาท (ทรงตัวจากปีก่อนหน้า)

ความต้องการเช่าเติบโต โดยเฉพาะคอนโด

จากความไม่พร้อมทางด้านการเงิน ทำให้ตลาดเช่ามีแนวโน้มเติบโต สังเกตได้จากความต้องการเช่าทั่วประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมได้รับความสนใจมากที่สุด ( 12% YoY) รองลงมาคือ บ้านเดี่ยว ( 25% YoY) และทาวน์เฮ้าส์ ( 24% YoY)

โดยความต้องการเช่าทั่วประเทศแบ่งตามระดับค่าเช่า พบว่า

  • คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับค่าเช่า 7,501-10,000 บาท/เดือน (-12% YoY)
  • บ้านเดี่ยว อยู่ที่ระดับค่าเช่า 12,501-15,000 บาท/เดือน ( 8% YoY)
  • ทาวน์เฮ้าส์ อยู่ที่ระดับค่าเช่า 12,501-15,000 บาท/เดือน ( 5% YoY)

สำหรับตลาดเช่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ยังคงมีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน โดยคอนโดมิเนียม มีความต้องการเช่าเพิ่มขึ้น 10% YoY ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 23% YoY และบ้านเดี่ยว เพิ่มขึ้น 30% YoY

เช่นเดียวกับภาพรวมทั้งประเทศ คอนโดฯ ยังคงมีความสัดส่วนความต้องการเช่าสูงสุด สูงถึง 84% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดในกรุงเทพฯ ส่วนบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ อยู่ที่ 8% เท่ากัน

โดยความต้องการเช่าในกรุงเทพฯ แบ่งตามระดับค่าเช่า พบว่า

  • คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับค่าเช่า 7,501-10,000 บาท/เดือน (-18% YoY)
  • บ้านเดี่ยว อยู่ที่ระดับค่าเช่า 100,001-200,000 บาท/เดือน ( 38% YoY)
  • ทาวน์เฮ้าส์ อยู่ที่ระดับค่าเช่า 12,501-15,000 บาท/เดือน (-11% YoY)

ปี 2025 กับความท้าทายของตลาดอสังหาฯ (อีกครั้ง)

ความไม่พร้อมทางด้านการเงินของผู้บริโภคถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ทำให้ตลาดอสังหาฯ ในปี 2025 ยังมีแนวโน้มที่จะทรงตัว สะท้อนจากแบบสอบถามฯ Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด แม้ว่าผู้บริโภคยังคงต้องการซื้อที่อยู่อาศัย แต่อุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้การขอสินเชื่อบ้านเป็นเรื่องยากซึ่งต้องระมัดระวัง อย่างหน้าที่การงานที่ไม่มั่นคง (56%) และประวัติหนี้เสียในเครดิตบูโร (41%)

สอดคล้องกับข้อมูลของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ พบว่า ในช่วง Q3 2024 มีแนวโน้มการผิดชำระหนี้บ้านที่เร่งตัวขึ้น

ทั้งการขยายตัวของมูลค่าหนี้เสียที่สูงถึง 23.2% จาก 18.2% ของไตรมาสก่อนหน้า และสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 4.34% จาก 3.98% ของไตรมาสก่อนหน้า การเลือกผิดนัดชำระหนี้บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ พบว่า ลูกหนี้ที่มีการก่อหนี้หลายประเภทเกือบ 1 ใน 3 เลือกที่จะผิดนัด หรือหยุดชำระสินเชื่อบ้านก่อนสินเชื่อบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล จึงทำให้การผิดชำระหนี้บ้านปรับตัวเพิ่มขึ้น

จากความไม่พร้อมทางด้านการเงินของผู้บริโภค ทำให้จำนวนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มเหลือขายมากขึ้น สังเกตได้จากจำนวนที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว

ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยระดับ Upper Class ส่งสัญญาณที่อยู่อาศัยเหลือขายเพิ่มขึ้น สวนทางกับความต้องการซื้อที่เติบโตน้อยกว่า เช่น บ้านเดี่ยวระดับราคา 9,000,001-10,000,000 บาท ( 24% YoY) และทาวน์เฮ้าส์ระดับราคา ตั้งแต่ 5,000,001-6,000,000 บาท ( 17% YoY)

ด้านตลาดเช่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตดีในปี 2025 หากโฟกัสไปที่กรุงเทพฯ ความต้องการเช่ายังคงมีอยู่สูงโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม

อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 2.8-3% จากภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตเพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มฟื้นตัว

นอกจากนี้ ปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ คือมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุด ซึ่งควรเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันทางการเงินเพื่อจัดสรรมาตรการที่เหมาะสมกับสภาพตลาดในปัจจุบัน

เนื่องจากหลายธนาคารยังคงมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวด จึงทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ไม่เอื้อให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ตามที่หวัง หากได้มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ตรงจุดประกอบในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวก็จะส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...