โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โร่คืนบัญชีเงินบริจาค 'น้องกุ้งนาง' เด็กกตัญญูดูแลแม่ป่วย คนเก็บอ้างไม่รู้น้องอายุครบ18แล้ว!

MATICHON ONLINE

เผยแพร่ 14 ส.ค. 2560 เวลา 13.55 น.

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนางคำผง ทองเล็ก อายุ 76 ปี บ้านเลขที่ 37 หมู่ 7 ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี อายุ 76 ปี สภาพตาข้างซ้ายบอด ตาขวาฝ้าฟาง ต้องคอยดูแลลูกสาว คือนางวันเพ็ญ ทองเล็ก วัย 50 ปี ที่ล้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นคนไข้ติดเตียง และมีหลานสาวคือน้องกุ้งนาง น่าชม อายุ 18 ปี เด็กหญิงยอดกตัญญู ที่เคยเป็นข่าวโด่งดังทั่วประเทศในปี 2557 เพราะเฝ้าดูแลแม่ คือนางวันเพ็ญ โดยป้อนข้าวป้อนยา ทำความสะอาดร่างกายให้ก่อนไปโรงเรียน พร้อมช่วยพ่อที่พิการขาด้วนจากอุบัติเหตุเก็บของเก่าเลี้ยงชีพ จนคนทั้งประเทศร่วมบริจาคช่วยเหลือกว่า 2 ล้านบาท แต่ได้แยกบัญชีเงินฝากธนาคารไว้ 2 บัญชี บัญชีแรก มีนายชณภัทร ยอดดี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโพธิ์งาม (ส.ท.) อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ดูแล และอีกบัญชีหนึ่ง ยอดเงินรวมประมาณ 1 ล้านบาท มีนักข่าวท้องถิ่นจ.ปราจีนบุรี ดูแลและไม่ยอมให้บัญชีคืน อ้างว่ารอให้น้องกุ้งนางอายุครบ 18 ปีก่อน ปัจจุบันเงินในบัญชีที่นายชณภัทรเก็บรักษาไว้เพื่อจ่ายค่ารักษานางวันเพ็ญใกล้หมดแล้ว ทางนางคำผงและน้องกุ้งนางจึงทวงถามเงินในบัญชีจากนักข่าวคนนั้นเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายดูแลนางวัญเพ็ญตามวัตถุประสงค์ แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง นอกจากนี้ ยังมีนักข่าวท้องถิ่น จ.นครนายก ได้เสนอให้พ่อของน้องกุ้งนางทำขาเทียม โดยเบิกเงินสดไปก่อนกว่า 1 แสนบาท แต่ภายหลังบอกว่าร้านขาเทียมปิดร้านหนีไปแล้ว และคืนเงินมา 3 หมื่นบาท เมื่อไม่มีเงินจึงได้โทรหานักข่าวคนนั้น และได้เงินคืนอีกราว 3-4 พันบาท ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.วันเดียวกัน ยายคำผงกับน้องกุ้งนาง ได้เข้าพบ ร.ต.อ.จุมพล ฤษฎีสุข ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อขอลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งกับทางธนาคารในการทำสมุดบัญชีใหม่ ต่อมานายทิวา วัชรกาฬ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เข้ามาสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยแจ้งว่าได้รับคำสั่งจาก ผวจ.ปราจีนบุรี ซึ่งรับคำสั่งมาจากกระทรวงมหาดไทยให้ติดตามเรื่องนี้เร่งด่วน
ต่อมานักข่าวที่เก็บสมุดบัญชีไว้ได้เดินทางมาที่ สภ.ศรีมหาโพธิ และพบกับรองผู้ว่าฯปราจีนบุรี พร้อมนำสมุดเงินฝากมาคืน โดยบอกว่า ไม่มีเจตนาที่จะเอาเงินหรือโกงเงินของน้องกุ้งนางแต่อย่างใด มันมีขั้นตอนอยู่ และเงินยังอยู่ครบ 1 ล้านบาท ส่วนนักข่าวท้องถิ่น จ.นครนายกยังได้ประสานมาบอกว่าจะเอาเงินมาคืนให้ แต่ก็ไม่มาตามนัด ปล่อยให้รอเกือบ 2 ชั่วโมง โดยบอกว่ารถเสียระหว่างทาง

นักข่าวท้องถิ่นคนดังกล่าว ยังกล่าวด้วยว่า ตนบริสุทธิ์ใจไม่ได้เอาเงินน้องมาใช้ ไม่รู้ว่าน้องกุ้งนางอายุ 18 ปีเมื่อไร เพราะไม่สนใจ จนมีเรื่องเกิดขึ้น ได้ค้นสมุดบัญชีในรถออกมา ก่อนหน้าน้องกุ้งนางเคยโทรคุย เพื่อขอเงินไปซื้อยาให้แม่ สาเหตุที่เก็บสมุดเงินฝากนี้ไว้ ตอนนั้นได้หารือกับพ่อและญาติน้องกุ้งนาง ไม่มีใครกล้าเก็บสมุดเงินฝากไว้ ตนจึงต้องเก็บไว้เองตลอด สามารถตรวจสอบเงินที่อยู่ในบัญชีนี้ได้ ไม่ได้คิดที่จะเอาเงินก้อนนี้ไปใช้แต่อย่างใด

ด้านน้องกุ้งนางกล่าวว่า บัญชีเงินฝากนักข่าวเก็บสมุดไป แต่ตอนนี้เอามาคืน ก่อนหน้า 4-5 เดือน เคยโทรทวงถามแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง จึงพายายมาลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งความ แต่นักข่าวเอามาคืน ก็ไม่ติดใจเอาความ

นายทิวากล่าวว่า ช่วงเช้ารองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ไลน์มาหา ผวจ.ปราจีนบุรี ว่าน้องกุ้งนางเป็นเด็กดูแลพ่อแม่ มีผู้บริจาคเงิน 2 บัญชี อยู่กับ ส.ท. 1 บัญชี และนักข่าวอีก 1 บัญชี ทางจังหวัดทราบข่าวว่าน้องกุ้งนางจะมาลงบันทึกแจ้งความที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ว่าสมุดบัญชีหาย ก็โทรหาผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ทราบว่า นักข่าวคนนี้เก็บบัญชีเงินฝากไว้ 1 ล้านบาท ไม่เคยถอน เป็นชื่อของน้องกุ้งนาง จึงขอให้นำสมุดเงินฝากนั้นมามอบให้น้องกุ้งนาง และพุดคุยกัน และลงบันทึกประจำวัน เพื่อนำมาใช้ในการรักษาพยาบาลแม่ต่อไป ส่วนเรื่องขาเทียมยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ทราบจากน้องกุ้งนางว่ามีนักข่าวอีกคนหนึ่ง รับไปทำขาเทียมกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่สำเร็จ ทราบว่าเขาผ่อนใช้กันอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเดือนละเท่าไร คนรับไปทำคงต้องรับใช้ แต่ยังไม่เจอกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...