โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การค้าด่านแม่สอดคึกคัก ปัญหาลักลอบลดลง

[invalid]

อัพเดต 20 ก.พ. 2560 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2560 เวลา 04.18 น. • tnnthailand.com
สศก.เผยปริมาณการค้าผ่านด่านแม่สอดปี 59 มีมูลค่ากว่า 6.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปัญหาลักลอบน้อยลง

สศก.เผยปริมาณการค้าผ่านด่านแม่สอดปี 59 มีมูลค่ากว่า 6.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปัญหาลักลอบน้อยลง

วันนี้ (20 ก.พ.60 ) นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยผลการศึกษาแนวทางพัฒนาการเกษตรจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ของเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พบว่า ปริมาณการค้าผ่านด่านศุลกากรแม่สอดจังหวัดตากในปี 2559 มีมูลค่าทั้งสิ้น 68,313 ล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าการส่งออก 64,240 ล้านบาท และมูลค่านำเข้า 4,073 ล้านบาท ซึ่งการนำเข้าสินค้าจะดำเนินการแบบมีข้อตกลงซื้อขายระหว่างกันของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยร้อยละ 70 นำเข้าและส่งออกผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายด้านการส่งเสริมการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศ

สำหรับรูปแบบการบริหารจัดการด้านการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ พบว่า มีสหกรณ์การเกษตรที่ดำเนินธุรกิจการค้ากับประเทศเมียนมาร์ 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัด, สหกรณ์นิคมแม่ระมาด จำกัด, สหกรณ์การเกษตรแม่ระมาด จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพบพระ จำกัด ตามนโยบายของรัฐบาลด้านการส่งเสริมการค้าชายแดนที่มีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักภายใต้กรอบ AFTA ซึ่งอนุญาตให้นำเข้าผลผลิตได้ในช่วง 1 ก.พ.-31 ส.ค.ของทุกปี เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรภายในประเทศ โดยปริมาณการนำเข้าขึ้นอยู่กับปริมาณการจัดสรรโควตาให้แก่สหกรณ์

ขณะที่ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) เห็นว่า ปัญหาการลักลอบค้าขายในบริเวณชายแดนน้อยลงและเปลี่ยนเป็นรูปแบบการซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาด้านโลจิสติกส์ และการพัฒนาคลังสินค้าเริ่มมีมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งขันทางการค้าในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย และปัญหาการลับลอบนำเข้าสินค้าเกษตรอยู่บ้าง

ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาการเกษตรในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก ควรเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) เน้นการทำงานร่วมกันระหว่าง Stakeholders ในพื้นที่ เช่น จัดเวทีเพื่อเจรจาให้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตรดำเนินการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อป้อนอุตสาหกรรม เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น 2) ประสานการทำงานเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐของไทย - เมียนมาร์ เช่น จัดให้มีการเจรจาการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับประเด็นปัญหาสถานการณ์การนำเข้า - ส่งออกผ่านด่านชายแดนแม่สอด 3) ส่งเสริม สนับสนุน เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ เช่น สนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร/ผู้ประกอบการภาคเอกชนสร้างคลังสินค้า (แก้มลิง) สนับสนุนอุปกรณ์การตลาด เช่น ไซโล เครื่องอบ ลานตาก ให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการผลผลิตในพื้นที่ และ 4) พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ตลอดจนจัดสรรและกำหนดกรอบอัตรากำลัง/บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐให้สามารถปฏิบัติงานประจำตามภารกิจของแต่ละหน่วยงานเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...