เรื่องเล่าชวนหัว ว่าด้วยหัวของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ - เพจพื้นที่ให้เล่า
บุคคลสำคัญหลายท่านมีชื่อและบทความเกี่ยวกับตัวเองบนวิกิพีเดีย แต่จะมีสักกี่ท่านที่เรื่องราวเกี่ยวกับ “หัว” (ที่ปราศจากร่าง) มีบทความเป็นของตัวเองและได้รับความสนใจไม่แพ้วีรกรรมของตัวบุคคล
โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ผู้นำทางการทหารและผู้ชนะจากสงครามกลางเมืองอังกฤษกระทำการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินด้วยการนำกษัตริย์ชาร์ลที่ 1 ผู้ปกครองจากราชวงศ์สจ๊วตมาทำการตัดหัวต่อหน้าประชาชน เรื่องที่ว่าเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 17 เมื่อความขัดแย้งระหว่างรัฐสภาและพระมหากษัตริย์ระเบิดเป็นสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่หลังพระเจ้าชาร์ลที่ 1 ต้องการนำพระราชอำนาจกลับคืนสู่พระองค์โดยไม่ผ่านรัฐสภา ทรงเชื่อว่าอำนาจของพระองค์นั้นมาจากพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นจึงไม่ควรถูกควบคุมโดยตรวจสอบ ความคิดนี้สร้างความไม่พอจนนำไปสู่สงคราม ทรงปฎิเสธข้อเรียกร้องหลายครั้งให้ปรับสถาณะกลับมาเป็นกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญจนทำให้ในภายหลังเมื่อกองทัพของพระองค์พ่ายแพ้ พระเจ้าชาร์ถูกจับในข้อหากบฎ พระเศียรของพระองค์ถูกฟันขาดต่อหน้าผู้คนมากมาย
ครอบครัวของพระเจ้าชาร์ลที่ 1 ลี้ภัยไปฝรั่งเศส ในขณะที่อังกฤษเปลี่ยนการปกครองเป็นระบบสาธารณรัฐโดยมีโอลิเวอร์ ครอมเวลล์เป็นเจ้าผู้อารักขา (Lord Protector) ช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 5 ปีภายใต้การปกครองของครอมเวลล์ ถือเป็นช่วงเวลาแสนอึดอัดของชาวอังกฤษ แนวคิดแบบพิวริตันเคร่งศาสนาของเขาเปลี่ยนอังกฤษให้กลายเป็นรัฐที่เคร่งครึม ไม่มีบ่อนการพนัน ไม่มีโรงละคร ไม่มีซ่องโสเภณี แต่การกระทำที่หักหาญน้ำใจคนอังกฤษมากที่สุดคือการประกาศยกเลิกคริสต์มาส รัฐสภาของครอมเวลล์ประกาศให้วันอาทิตย์เป็นวันศักสิทธิ์เพียงวันเดียวโดยยกเลิกวันสำคัญทางศาสนาอื่นๆ ทั้งหมด
ตามกฎหมาย คำว่า ’คริสต์มาส’ ต้องถูกห้ามใช้เพราะสื่อถึงพิธีมิสซาแบบคาทอลิก ในขณะที่กลุ่มพิวริตันของครอมเวลล์มองว่าคริสตจักรแห่งอังกฤษ (Church of England) มีการจัดพิธีไม่จำเป็นที่ดูคล้ายกับทางโรมันคาทอลิกมากเกินไป ครอมเวลล์ต้องการให้ 25 ธันวาคม เป็นวันประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อระลึกถึงการเกิดของพระเยซูล้วนๆ ไม่ควรกินดื่มมากเกินควรเพราะมองเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยไร้สาระ ในลอนดอน ทหารได้รับคำสั่งให้เดินตรวจตราบนท้องถนนและยึดอาหารที่ปรุงขึ้นสำหรับงานคริสต์มาส (สามารถใช้กำลังหากจำเป็น) การประดับสถานที่ด้วยช่อฮอลลี อาหารประจำงานเช่นมินช์พายหรือคริสต์มาสพุดดิ้งกลายเป็นของต้องห้าม
แน่นอนว่าชาวอังกฤษทรมานกับแนวคิดสุดโต่งของครอมเวลล์และเริ่มนึกถึงช่วงเวลาดีๆ สมัยยังมีกษัตริย์ ครอมเวลล์ปกครองอังกฤษเพียง 5 ปีก็เสียชีวิตจากการป่วย เขามีอายุเพียง 59 ปี พิธีศพของครอมเวลล์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ (ซึ่งเป็นอะไรที่เขาเกลียดนักหนาขณะยังมีชีวิต) มีการสร้างหน้ากากคนตายเพื่อจำลองใบหน้าของครอมเวลล์ขณะยังมีชีวิต ศพของเขาตั้งใจนำไปรักษาสภาพเพื่อทำการตั้งศพไว้ให้ชาวอังกฤษได้มาแสดงความเคารพ อย่างไรก็ดีศพของเขาเน่าเสียอย่างเร็วทำให้คณะผู้จัดงานเปลี่ยนใจทำหุ่นจำลองจากไม้และขี้ผึ้งขึ้นแทน ครอมเวลล์ได้รับการฝังที่วิหารเวสมินสเตอร์เช่นเดียวกับกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์คนสำคัญ ว่ากันว่าในงานศพของเขา โลงศพของครอมเวลล์ก็ได้รับการแห่แหนโดยมีมงกุฎวางอยู่ด้านบน
ช่วงเวลาของของตระกูลครอมเวลล์สิ้นสุดลงไม่ช้าเมื่อลูกชายของเขา - ริชาร์ด ครอมเวลล์ ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนและอังกฤษตัดสินใจนำระบบกษัตริย์กลับมาใหม่โดยเลือกเอาเจ้าชายชาร์ล - พระโอรสองค์ใหญ่ของอดีตกษัตริย์ที่ถูกบั่นพระเศียรกลับมาเป็นครองราชย์เป็นพระเจ้าชาร์ลที่ 2 แน่นอนว่ากษัตริย์อังกฤษพระองค์ใหม่ไม่ยอมปล่อยครอมเวลล์ไปง่ายๆ พระองค์ทำการขุดศพครอมเวลล์ขึ้นมา ตัดหัวออกแล้วนำหัวที่เน่าแล้วของเขาไปปักเสียบประจานไว้นอกพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หัวของอดีตเจ้าผู้อารักขาถูกปักไว้ตรงนั้นเป็นเวลานานร่วม 24 ปี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าหัวของครอมเวลล์ถูกปลดลงตอนไหน ตำนานเล่าว่าหลังหมดรัชสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่ 2 หัวของครอมเวลล์ถูกพัดตกจากที่ตั้งเนื่องจากสภาพอากาศและลมแรง ทหารคนหนึ่งเก็บได้หัวไว้ได้ จึงนำกลับบ้านไป วันต่อมามีข่าวประกาศจับหัวโขมยลักหัว ตัวทหารเกิดกลัวขึ้นมาจึงซ่อนหัวนี้ไว้เป็นเวลาหลายปี เรื่องเล่าต่อจากนี้ยิ่งเป็นปริศนากว่าเก่า หัวของครอมเวลล์หายไปนาน ก่อนปรากฎอีกครั้งในราวปี 1738 เมื่อนาย Samuel Russell พยายามขายหัวของครอมเวลล์ให้กับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ครอมเวลล์เคยเข้าเรียนเมื่อเป็นวัยรุ่น)
ไม่เป็นที่แน่ชัดว่านาย Russell มีหัวของครอมเวลล์ในครอบครองได้อย่างไร เสียงหนึ่งบอกว่าเขาได้มันมาจากนักธุรกิจชาวสวิส-ฝรั่งเศส ผู้ซื้อหัวนี้มาและเคยนำไปตั้งโชว์ไว้ที่พิพิธภัณฑ์ส่วยบุคคล อีกเสียงเล่าว่าครอบครัวของเขาได้รับหัวมาจากลูกสาวของนายทหารที่เคยซ่อนหัวไว้ในอดีต อย่างไรก็ดีทางมหาวิทยาลัยปฎิเสธการซื้อขาย เขาจึงนำหัวนี้ไปขายต่อให้นักทำเครื่องประดับในกรุงลอนดอนนามว่า James Cox ราคาที่ทำการซื้อขายคือประมาณ 100 ปอนด์ (ราว 7,700 ปอนด์ตามมูลค่าเงินในปัจจุบัน หรือประมาณสามแสนบาท) ว่ากันว่า Russell มอบหัวให้ Rox แทนการใช้หนี้ Rox ขายหัวนี้ต่อให้พี่น้องตระกูล Hughes ในราคา 230 ปอนด์ (ราว 10,100 ปอนด์ตามค่าเงินปัจจุบัน หรือประมาณสี่แสนบาท) พวกเขานำหัวไปจัดแสดงในนิทรรศการเกี่ยวกับครอมเวลล์โดยเก็บค่าเข้าชม
ในปี 1815 ลูกสาวตระกูล Hughes ขายหัวต่อให้เจ้าของรายใหม่ หัวที่ว่าผ่านมือไปมาจนมาจบที่นาย Canon Horace Wilkinson ในปี 1934 ลูกชายของเขาไม่สบายใจกับหัวแสนประหลาดจึงทำการมอบหัวของครอมเวลล์ให้มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์หลังบิดาของเขาเสียชีวิตโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ว่ากันว่ามหาวิทยาลัยได้ทำการฝังหัวของครอมเวลล์ไว้อย่างเป็นความลับในปี 1960 นับเป็นเวลาถึง 299 หลังจากหัวของบุรุษผู้นี้ถูกขุดขึ้นจากหลุมศพ
ปัจจุบันหัวของครอมเวลล์ถูกฝังไว้ใต้พื้นโบสถ์ของ Sidney Sussex College ในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ถ้าว่ากันตามเวลา หัวของเขามีโอกาสโลดแล่นในประวัติศาสตร์ มากกว่าช่วงเวลาที่เจ้าของหัวยังมีชีวิตเสียอีก
.
อ้างอิง
.