เงินบาทอ่อนค่าลงที่ 30.31 บาท/ดอลลาร์ จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐตลอดสัปดาห์
เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (30 พ.ย.) ที่ 30.31 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.28 บาทต่อดอลลาร์ โดยคาดการณ์เคลื่อนไหวระหว่างวันในกรอบ 30.20-30.40 บาทต่อดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS CIO) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (30 พ.ย.) ที่ 30.31 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.28 บาทต่อดอลลาร์ โดยคาดการณ์เคลื่อนไหวระหว่างวันในกรอบ 30.20-30.40 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนในสัปดาห์นี้ (30 พ.ย.-4 ธ.ค.) เชื่อว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพื่อรอดูการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐ โดยคาดกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ที่ 30.00-30.50 บาทต่อดอลลาร์
โดยในวันอังคาร (1 ธ.ค.) จะมีการรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI) คาดว่าจะปรับตัวลงมาที่ระดับ 57.0 จุด จากเดิม 59.3 จุด เนื่องจากการลงทุนชะลอตัวลง แต่โดยรวมถือว่าฟื้นตัวได้ดีจากยอดสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ต่อด้วยในวันพุธ (2 ธ.ค.) รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP Employment) คาดว่าจะฟื้นตัวที่ระดับ 4.2 แสนตำแหน่ง และในวันพฤหัส (3 ธ.ค.) คาดตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ในสหรัฐ (Initial Jobless Claims) จะลดลงมาที่ระดับ 7.65 แสนตำแหน่ง
ส่วนวันศุกร์ (4 ธ.ค.) คาดว่าเงินเฟ้อไทย (Thailand CPI) จะรายงานหดตัว 0.4% จากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่ขยายตัวต่ำเพียง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ไฮไลต์อยู่ที่การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (US Nonfarm Payrolls) ในคืนวันศุกร์ คาดว่าจะขยายตัว 5.0 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้ตัวเลขการว่างงานปรับตัวมาที่ 6.8% อย่างไรก็ดีตัวเลขในตลาดแรงงานดังกล่าวชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐพื้นตัวช้าลงกว่าในช่วงไตรมาสที่สามมาก
ส่วนในตลาดเงิน ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่องในสัปดาห์ก่อนล่าสุดแต่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2561 ในสัปดาห์นี้ มีความเสี่ยงจากตัวเลขเศรษฐกิจที่สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ชะลอลงหลังการระบาดของไวรัสมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงต้องระวังว่าถ้าช่วงปลายปีไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ตลาดอาจปิดรับความเสี่ยงลงซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์พลิกแข็งค่ากลับได้
กรอบดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) สัปดาห์นี้ 91.0-93.0 จุด ระดับปัจจุบัน 91.8 จุด
“ฝั่งเงินบาท หลังจากแข่งค่าเร็วในช่วงต้นเดือน พ.ย. ก็ทรงตัวมาตลอดเช่นเดียวกันกับสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ สัปดาห์นี้ต้องจับตาการปรับสถานะของนักลงทุนในช่วงสิ้นปี แม้มุมมองหลักยังคงเห็นว่าสินทรัพย์ทางการเงินในฝั่งเอเชียมีความน่าสนใจเพราะมีกระแสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคไปจนถึงช่วงไตรมาสที่ 1 ปีหน้า แต่ถ้าตลาดเริ่มระวังตัวว่าเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกจะยังไม่ฟื้นตัวดี ก็อาจเกิดแรงขายทำกำไรในเอเชียด้วยเช่นกัน” ดร.จิติพลกล่าว