โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เข้าสวน ดูลำไยดี...ที่บ้านแพ้ว

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 27 ก.พ. 2562 เวลา 17.29 น.

อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ใครๆ ก็รู้ว่า เป็นแหล่งปลูกลำไยคุณภาพดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของพื้นที่ภาคกลาง หนึ่งในลำไยสายพันธุ์ดีของอำเภอบ้านแพ้ว คือ “ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว” เจ้าของสายพันธุ์คือ คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 42/2 หมู่ที่ 5+1 ตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว เล่าว่า ผมได้ซื้อสายพันธุ์ลำไยพวงทองจากจังหวัดกำแพงเพชร และลำไยพันธุ์เพชรน้ำเอก จากจังหวัดอุตรดิตถ์ มาปลูกที่อำเภอบ้านแพ้ว ก็ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ผมได้ปลูกขยายพันธุ์เรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อ 10 ปีก่อน ได้ลำไยพันธุ์ลูกผสมที่เติบโตเร็ว แตกช่อยาว เปลือกผิวบาง ลักษณะผิวเนียน เนื้อแน่นมีกลิ่นหอม เนื้อสีชมพู รสหวานฉ่ำ เหมาะสำหรับรับประทานผลสด

คุณวิรัชเคยส่งลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วเข้าประกวดในงานพืชสวนดีเด่นของจังหวัดสมุทรสาคร ปี 2555 ก็ได้รางวัลชนะเลิศมาครอง ปีต่อมาส่งประกวดอีกรอบ ก็ประสบความสำเร็จ กวาดรางวัลที่ 1-2-3 มาครองได้ทุกรางวัล ทุกวันนี้ ลำไยพันธุ์พวงเพชรบ้านแพ้ว กลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของจังหวัดสมุทรสาคร ชาวสวนลำไยในอำเภอบ้านแพ้วหันมาปลูกลำไยพันธุ์เพิ่มขึ้นกว่าหมื่นต้นแล้ว

ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว กลายเป็นหนึ่งในสินค้าดีของเด่นประจำจังหวัดสมุทรสาครไปแล้ว กิ่งพันธุ์ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วเป็นที่ต้องการของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดจันทบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ลำพูน ฯลฯ โดยติดต่อขอซื้อกิ่งพันธุ์ลำไยจากคุณวิรัชไปปลูกขยายเชิงการค้าในอนาคต ปัจจุบัน สวนลำไยของคุณวิรัชผ่านการรับรองมาตรฐาน จีเอพี จากกรมวิชาการเกษตร และได้รับการยกย่องให้เป็นสวนลำไยตัวอย่างของจังหวัดสมุทรสาคร มีหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกรแวะเวียนเข้าเยี่ยมชมสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงที่มีผลผลิตลำไยเข้าสู่ตลาด

เคล็ดลับการขยายพันธุ์

คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว กับลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว ผลงานที่เขาภาคภูมิใจ

คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว กับลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว ผลงานที่เขาภาคภูมิใจคุณวิรัชขยายพันธุ์ลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว โดยใช้วิธีการตอนกิ่ง เพราะเป็นวิธียอดนิยมที่ทำง่ายและได้ลักษณะต้นลำไยตรงตามพันธุ์ แต่การตอนกิ่งของคุณวิรัชมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะใช้ “กะปิ” เป็นตัวช่วย คุณวิรัชบอกว่า กะปิมีธาตุแคลเซียมในปริมาณสูง จะช่วยกระตุ้นให้รากลำไยงอกเร็วกว่าปกติ

หากใครสนใจเทคนิคนี้ ควรใส่ใจเลือกซื้อกะปิคุณภาพดีกันสักหน่อย เพราะกะปิที่วางขายในท้องตลาดทั่วไปบางยี่ห้อผสมเนื้อแป้งเข้าไปด้วย เมื่อนำไปใช้งานจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร เมื่อคัดกะปิคุณภาพดีได้แล้ว ให้เตรียมกะปิ 1 ส่วน ผสมกับเนื้อดิน 3 ส่วน ผสมคลุกเคล้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน  หลังจากนั้นนำดินสูตรกะปิไปป้ายหุ้มกิ่งตอนที่เตรียมไว้เป็นอันเสร็จวิธี รออีกไม่นานก็จะได้กิ่งตอนคุณภาพดีไว้จำหน่ายต่อไป

การเตรียมแปลงปลูก

สวนลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วแห่งนี้ ปลูกในลักษณะแปลงยกร่อง เนื้อที่ประมาณขนาด 3 วา 2 ศอก หรือประมาณ 7 เมตร  สำหรับเกษตรกรหน้าใหม่ที่สนใจอยากปลูกลำไย คุณวิรัชแนะนำให้ขุดแปลงยกร่อง ให้มีขนาดใหญ่กว่านี้และขุดร่องน้ำให้ดิ่งลึก ประมาณ  8-9 เมตร การเตรียมแปลงปลูกลักษณะนี้จะช่วยให้ต้นลำไยเติบโตแข็งแรง เพราะได้รับน้ำอย่างเต็มที่

การปลูก

ระยะแรกของการปลูกลำไย คุณวิรัชจะใช้ต้นลำไยรุ่นเก่า คือ เพชรสาคร มาปลูกเลี้ยงตอก่อน เพราะลำไยเพชรสาครมีขนาดลำต้นใหญ่ เติบโตเร็ว และรากหาอาหารเก่ง ต่อมาจึงค่อยนำลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วมาเสียบยอดอีกครั้ง

สำหรับพื้นที่ 10 ไร่ สามารถปลูกลำไยในอัตราถี่ ระยะห่างประมาณ 4 เมตร เฉลี่ยไร่ละ 30 ต้น ขณะนี้คุณวิรัชมีเนื้อที่ปลูกลำไยจำนวน 18 ไร่ ปลูกลำไยได้ประมาณ 500 กว่าต้น มีต้นทุนการผลิต 150,000 บาท ผลผลิตรุ่นแรก ขายลำไยได้ 900,000 บาท ส่วนผลผลิต รุ่นที่ 3 ได้ 2.5 ล้านบาท ลำไยให้ผลตอบแทนที่ดี หากทำให้ลำไยออกผลได้

“ลำไย ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าไม้ผลชนิดอื่น แต่ต้องทำให้ออกผลนะ เทคนิคอยู่ที่การราดสารและการจัดการผลผลิตที่ดี   สวนลำไยมีรายได้สูงกว่าการทำสวนมะม่วง แต่เทียบกับการทำสวนมะนาวที่ได้ผลผลิตทุกเดือน ปลูกมะนาวสัก 7 ปี ก็โกยรายได้ดีกว่าทำสวนลำไยเสียอีก” คุณวิรัช กล่าว

เมื่อมีเกษตรกรมาขอคำแนะนำเรื่องการทำสวนลำไย คุณวิรัชจะเสนอให้ปรับพื้นที่ปลูกลำไย ในระยะห่าง 8 ศอก เนื้อที่ 10 ไร่ จะปลูกลำไยได้ 600 กว่าต้น การจัดสวนวิธีนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตจำนวนมากออกขายได้ 3 ปี พอเข้าปีที่ 5-6 ต้นลำไยที่ปลูกจะมีทรงพุ่งชนกัน หากปล่อยไว้จะทำให้ต้นลำไยไม่ออกผล ต้องตัดสางต้นลำไยออก ให้มีระยะห่าง 8 เมตร เมื่อถึงช่วงวัยนี้ต้นลำไยจะให้ผลผลิตสูงสุด ไม่ต่ำกว่า 120-130 กิโลกรัม ยิ่งโคนต้นมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ปริมาณผลผลิตก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ขึ้นอยู่กับว่าตัวเกษตรกรจะตัดสินใจเก็บผลผลิตไว้สักเท่าไหร่

การดูแลสวนลำไย

1401174153

“เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมดูแลสวนลำไยโดยใส่ปุ๋ยเคมี 16-16-16 หรือ สูตร 17-17-17 ตกลูกละพันกว่าบาท ผมมองว่า ไม่ใช่สิ่งจำเป็น สามารถลดต้นทุนให้ถูกลงได้ โดยใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ลูกละ 400 บาท ก็เพียงพอแล้ว โดยใช้ในสัดส่วนเดียวกับที่เคยใช้ปุ๋ยเคมี ทุกวันนี้ผมเลือกใช้ปุ๋ยมูลนกกระทา จากจังหวัดชัยนาท ซื้อในราคากิโลกรัมละ 3 บาทเอง” คุณวิรัช กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ในสวนลำไย คุณวิรัชเตือนว่าควรตรวจสอบจนมั่นใจว่า ปุ๋ยที่มาจากแหล่งดังกล่าวปลอดภัย ไร้ปัญหาสารเคมีตกค้าง เพราะปีก่อนน้องชายคุณวิรัชเคยซื้อปุ๋ยมูลไก่หรือมูลสุกรมาใส่ในสวนลำไย ปรากฏว่า โซดาไฟที่ตกค้างในปุ๋ยได้กัดทำลายรากต้นลำไย จนเสียหายล้มตายไปหลายร้อยต้น

หารายได้เสริมในสวนลำไย 

การปลูกลำไยในช่วงระยะแรก ปี 1-2 คุณวิรัชจะปลูกต้นมะพร้าวแกงเพื่อขายตัดยอด โดยปลูกต้นมะพร้าวขนาบต้นลำไย ในแปลงที่ยกร่อง โดยซื้อพันธุ์มะพร้าวแกง ในราคาลูกละ 12 บาท นำมาปลูกในระยะห่าง ประมาณ 1.50 เมตร 1 ร่อง จะปลูกต้นมะพร้าวแกงได้ประมาณ 60 ต้น ใช้เวลาปลูกมะพร้าว ประมาณ 16 เดือน จะมีแม่ค้ามาเหมาสวนซื้อยอดมะพร้าวในราคาต้นละ 200 บาท เทคนิคง่ายๆ แบบนี้ ช่วยโกยรายได้เข้ากระเป๋าได้หลักแสนทีเดียว

การผลิตลำไยนอกฤดู

หลังจากปลูกลำไยพวงเพชรบ้านแพ้ว ประมาณ 30 เดือน คุณวิรัชจะเริ่มราดสารโพแทสเซียมคลอเรตในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เพื่อให้มีผลผลิตลำไยเข้าสู่ตลาดในช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่  ตรุษจีน และเช็งเม้ง ที่ตลาดต้องการซื้อลำไย ขณะเดียวกันลำไยบ้านแพ้วเข้าสู่ตลาดไม่ตรงจังหวะกับสินค้าลำไยจากภาคเหนือและภาคตะวันออก จึงสามารถขายสินค้าได้ราคาดีกว่าลำไยในช่วงฤดู

“เมื่อต้องการผลิตลำไยนอกฤดู วันแรกผมจะรดน้ำต้นลำไยในอัตราปกติ วันที่สองจึงเริ่มราดสารโพแทสเซียมคลอเรต โดยไม่ต้องรดน้ำตาม สำหรับต้นลำไย อายุ 1 ปี ราดสารโพแทสเซียมคลอเรตแค่ 1 ขีด ต้นลำไยก็ให้ผลผลิตแล้ว หลังจากนั้น จึงค่อยรดน้ำแบบวันเว้นวัน ผ่านไป 18-20 วัน ต้นลำไยจะเริ่มแทงช่อดอกออกมา ต้นลำไยสาวจะแทงช่อดอกค่อนข้างไว แต่ต้นลำไยเก่าจะแทงช่อช้ากว่า บางครั้งต้องรอเกือบ 30 วัน จึงจะแทงช่อออกมา” คุณวิรัช กล่าว

ที่ผ่านมา คุณวิรัชสามารถขายลำไยหน้าสวนได้ในราคากิโลกรัมละ 60 บาท แม่ค้าที่เข้ามาเหมาสวนจะนำไปขายปลีกในราคากิโลกรัมละ 80 บาท ผู้บริโภคก็ยอมรับได้ เพราะติดใจในคุณภาพและรสชาติ คุณวิรัชเคยทดลองนำลำไยพวงเพชร บ้านแพ้วไปวางขายคู่กับลำไยพันธุ์อีดอ (ชาวสวนบ้านแพ้ว เรียกว่า พวงเงิน) และพวงทอง ปรากฏว่า ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อลำไยพวงเพชรบ้านแพ้วเป็นตัวเลือกแรก เพราะพึงพอใจรสชาติและกลิ่นหอมของลำไยพันธุ์นี้ ล่าสุดห้างท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ติดต่อขอซื้อลำไยพันธุ์นี้ไปวางขายในห้าง แต่เนื่องจากสินค้ามีจำนวนจำกัด คุณวิรัชจึงต้องปฏิเสธคำสั่งซื้อดังกล่าว

เทคนิคจัดการ

สวนลำไยให้ได้ผลผลิตดี

คุณวิรัช บอกว่า ปีแรกต้นลำไยจะให้ผลผลิตไม่เกิน 40 กิโลกรัม หากพบช่อไหนไม่ดี ผมตัดทิ้งเลย สวนลำไยที่เพิ่งปลูกในระยะแรก ลำต้นยังไม่สูงมากนัก ผมจะเอื้อมมือไปปลิดลูกลำไยที่ไม่ได้ขนาดทิ้ง ให้เหลือแต่ผลลำไยเกรดเอ ที่มีขนาดใหญ่น้ำหนักเฉลี่ย 55-60 ผล ต่อกิโลกรัม ซึ่งขายได้ราคาดี

1401174136

การผลิตลำไยเกรดเอ ทำได้ไม่ยาก คุณวิรัชบอกว่า เมื่อลำไยมีผลผลิตในช่วงเดือน 1-4 ไม่ต้องเร่งสารใดๆ ปล่อยให้ต้นลำไยเติบโตตามธรรมชาติ จนย่างเข้าเดือนที่ 6-7 ผลลำไยจะเริ่มขยายผลได้เอง เมื่อถึงช่วงนี้คุณวิรัชจะฉีดพ่นธาตุแคลเซียม หรือให้ปุ๋ยเคมีสูตรที่มีธาตุอาหารตัวท้ายสูงๆ เพื่อเป็นตัวช่วยขยายผลลำไยให้เติบโตได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของต้นลำไยด้วย หากเป็นต้นลำไยในช่วงปีที่ 5-10 โอกาสที่จะได้ผลผลิตเกรดเอก็ทำได้ง่าย หากเป็นลำไยต้นเก่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็น้อยลง

ต้นลำไยในสวนแห่งนี้ อายุ 1ุ6 ปีแล้ว แต่ลำต้นก็ยังไม่สูงมากนัก เพราะคุณวิรัชมีเทคนิคจัดการสวนที่แตกต่างกว่าใคร ทั้งนี้ ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต เกษตรกรทั่วไปมักจะตัดช่อลำไยให้มีใบติดออกมา 2-3 ใบ แต่คุณวิรัชนิยมตัดช่อพร้อมใบ ประมาณ 7-8 ใบ เท่ากับเป็นการตัดแต่งกิ่งให้สั้นลงไปพร้อมกัน ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน เพราะไม่ต้องเล็มตัดแต่งกิ่งซ้ำอีกหน

จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างในสวนแห่งนี้ก็คือ ไม่ขึงตาข่ายกันค้างคาวเลย เพราะคุณวิรัชตัดช่อบนทิ้งหมด ทำให้ค้างคาวไม่เจอแหล่งอาหาร ทำให้สวนอายุ16 ปี แห่งนี้ไม่ถูกค้างคาวรบกวนแม้แต่ครั้งเดียว หากใครมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับลำไยพันธุ์นี้ สามารถพูดคุยกับ คุณวิรัช ปานบ้านแพ้ว ได้โดยตรงที่เบอร์โทรศัพท์ (034) 481-113, (080) 059-5988, (081) 373-4988

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...