โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Computer Vision Syndrome โรคสายตาที่มาพร้อม Work From Home

INN News

เผยแพร่ 12 ก.ย 2564 เวลา 07.00 น. • INN News

          รู้สึกปวดเมื่อยตา นอนไม่หลับ ปวดหัว ปวดหลัง ตาแห้ง กันบ้างไหมช่วงนี้ หากรู้สึกอาจจะเข้าข่าย Computer Vision Syndrome 

          Computer Vision Syndrome หรือ CVS เป็นกลุ่มของอาการทางตาและการมองเห็นที่มีผลมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉลี่ยแล้ว 2-3 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน มีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการนี้ขึ้นได้ 

นอกจากการใช้งานที่ติดต่อกันแล้วยังมีปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น 

  • แสงในขณะทำงานไม่เพียงพอ
  • แสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ 
  • ตำแหน่งไม่เหมาะสม ท่านั่งไม่เหมาะสม
  • มีปัญหาการมองเห็นอยู่แล้วและไม่ได้แก้ไข

          แล้วพอในช่วงที่หลายคนต้องเรียนหรือทำงานที่บ้านนี้เอง ทำให้ปัจจัยหลายอย่างทำให้ต้องใช้คอมพิวเตอร์นานขึ้น อุปกรณ์อาจไม่พร้อมทำให้แสงไม่พอ นั่งผิดวิธี ปัญหา Computer Vision Syndrome  เลยมีมากขึ้นในช่วงนี้ แน่นอนว่ามันรวมถึงการใช้สมาร์ตโฟน แทบเล็ทด้วย เรามักจ้องอุปกรณ์เหล่านี้โดยลืมที่จะกระพริบตา โดยปกติจาก 20-22 ครั้งต่อนาทีเหลือแค่ 6-8 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น

Computer-Vision-Syndrome-

 

อาการของ Computer Vision Syndrome

  • ปวดเมื่อยตา
  • ตาพร่ามัว 
  • ปวดกระบอกตา
  • ปวดศีรษะ (อาจมีอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ ปวดไหล่ร่วมด้วย)
  • ตาแห้ง แสบตา 

วิธีแก้ไข 

  • ปรับแสงบริเวณที่ทำงานและหน้าจอให้เหมาะสม
  • พักสายตาทุกๆชั่วโมง ยึดหลัก 20-20-20 (มองออกไป 20 ฟุต ทุกๆ 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที)
  • กะพริบตาให้บ่อยขึ้น 
  • ปรับระดับการมองจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม 
  • ใส่แว่นตาหากมีปัญหาสายตาที่ผิดปกติ 

          หากรู้สึกว่าอาการหนักก็ให้ปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ในช่วง WFH นี้เองก็อยากให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต ให้ดีเพราะการ WFH นอกจากจะเครียดกว่าปกติแล้ว อาจจะเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ เช่น Computer Vision Syndrome เป็นต้น อย่าลืมกดติดตาม ไอ.เอ็น.เอ็น.เพื่อไม่พลาดทุกเรื่องดีๆสำหรับคุณ 

ขอขอบคุณข้อมูล

thaihealth

aoa

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...