โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปั๊มพีที ทุ่มทุนไล่จี้ยักษ์ ปตท. ดัน กาแฟ-ปาล์ม เข้าตลาดหุ้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ส.ค. 2563 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2563 เวลา 01.30 น.

โควิดไม่สะเทือน PT เตรียมเงิน 3,000 ล้าน ขยายปั๊มน้ำมัน-ปั๊มก๊าซตั้งเป้าแตก 3 ธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ “ปาล์มคอมเพล็กซ์-LPG-กาแฟพันธุ์ไทย” เผยกลยุทธ์สร้างสถานีบริการน้ำมันแซงหน้าเพิ่มยอดขายขยับส่วนแบ่งตลาดแข่ง ปตท. ชู Max Card รุกเครือข่ายธุรกิจอนาคต ตั้งเป้า 2 ตำบลต่อ 1 จุด คิดต่อยอดธุรกิจน็อนออยล์ ลดสัดส่วนน้ำมันจาก 90% เหลือ 40%

“PTG” ผู้ประกอบการน้ำมันและก๊าซ LPG ภายใต้แบรนด์ “PT” ยังคงสามารถรักษา “กำไรสุทธิ” จากผลประกอบการในไตรมาส 2/2563 ไว้ที่ 717 ล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทน้ำมันเกือบทุกบริษัทในประเทศมีผลประกอบการขาดทุนติดต่อกัน ความสามารถในการทำกำไรดังกล่าว ประกอบกับการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ PTG ตัดสินใจที่จะเดินหน้าในการขยายการลงทุนต่อไปในวงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท

โหมขยายสาขาปั๊มต่อ

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงผลประกอบการในไตรมาส 2/2563 ที่สามารถกลับมาทำกำไรได้อีก มาจากปัจจัย 3-4 ประการคือ ยอดขายน้ำมันในภาพรวมเริ่มกลับมาดีขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ PT มากขึ้น ค่าการตลาดน้ำมันอยู่ในระดับที่ 1.80-1.90 บาท ความสามารถในการคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นทำได้ดี แม้ว่าอาจจะดีไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 10-15% แต่ปีนี้คาดว่า PT จะเติบโตได้ 6-10%

ทั้งนี้ในช่วงเดือนเมษายนที่มีการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด มีการนำมาตรการ work from home หรือ WFH มาใช้ ส่งผลให้การเดินทางลดลง ตัวเลขการใช้น้ำมันโดยรวมก็ลดลงตามไปด้วย แต่ยอดการใช้น้ำมันที่ลดลงนั้น “ไม่ได้ลดลงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ” สาขาสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จะอยู่บริเวณกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่ง PT มีสถานีบริการน้ำมันในส่วนนี้น้อย

“ปัจจุบันเรามีปั๊มน้ำมันอยู่ 2,064 สาขากระจายกันอยู่ทั่วประเทศ แบ่งเป็นอีสาน 32% ภาคเหนือ 21% ภาคใต้ 7-8% ส่วนกรุงเทพฯที่ยอดขายตกลงไปเยอะ เรามีสาขาแค่ 7% เท่านั้น ทำให้เราได้รับผลกระทบจากมาตรการทำงานที่บ้านน้อยกว่าผู้ค้าน้ำมันรายอื่นหลังกรุงเทพฯถูกล็อกดาวน์” นายพิทักษ์กล่าว

จากปัจจุบัน PT มียอดจำหน่ายน้ำมันเป็นอันดับ 2 รองจากบริษัท ปตท. จากยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 100% แบ่งเป็นขายปลีก 72% และขายกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและอื่น ๆ อีก 28% โดยบริษัท ปตท.น่าจะถือครองส่วนแบ่งตลาดขายปลีกอยู่ประมาณ 39-40% ขณะที่ PT มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 17-18% ภายในสิ้นปีนี้ แต่ถ้าส่วนแบ่งตลาดทั้ง 2 ตลาด (ทั้งขายปลีกและอุตสาหกรรม) ปตท.จะถือครองอยู่ประมาณ 38-39% PT อยู่ที่ประมาณ 15% ซึ่งจะเห็นได้ว่า “ห่างกันไม่มากนัก”

แต่หากเทียบจำนวนสถานีบริการน้ำมันแล้ว PT มีจำนวนสถานีบริการมากที่สุดในประเทศ จากเหตุผลในการบริหารจัดการสถานีบริการที่ดีกว่าคู่แข่งที่เน้นการให้ดีลเลอร์เป็นผู้ลงทุนเอง ส่วน PT ใช้วิธี “เช่าระยะยาว” แทน การลงทุนต่อสถานีจึงต่ำกว่ามาก ยกตัวอย่าง สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ลงทุนในหลัก 100 ล้านบาทต่อ 1 สถานีขึ้นไป ส่วน PT ใช้เงินลงทุนประมาณ 20 ล้านบาทต่อ 1 สถานี หรือเท่ากับว่า “เงินลงทุนในจำนวนเท่ากัน PT สามารถแตกจำนวนสาขาได้มากกว่าถึง 5 สถานี”

สำหรับแผนการลงทุนในครึ่งปีหลังได้เตรียมเงินลงทุนไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากภาพรวมครึ่งปีหลัง (มกราคม-มิถุนายน 2563) PT มีจำนวนสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด 2,064 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 จำนวน 111 แห่ง แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 1,866 แห่ง สถานีบริการก๊าซ LPG จำนวน 198 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นสถานีบริการที่ดีลเลอร์ลงทุนเพียง 200 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 10-15% โดยในครึ่งปีหลังจะมีการลงทุนขยายจำนวนสถานีบริการอีกประมาณ 150 แห่ง

“ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด เพียงแต่เราฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนอื่น ในระหว่างที่ล็อกดาวน์ประเทศ ทีมงานของเราก็ดำเนินงานเตรียมพื้นที่ที่จะเปิดสถานีบริการน้ำมันแห่งใหม่ไว้ล่วงหน้า พอรัฐบาลดำเนินมาตรการผ่อนคลาย ยอดจำหน่ายน้ำมันกลับมาอีกครั้ง ทำให้ PT สามารถล็อกเป้าหมายจะเปิดสถานีบริการแห่งใหม่ได้ทันทีประมาณ 105 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมัน 70 แห่ง กับปั๊มก๊าซ 35 แห่ง ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีในการหาทำเลสร้างปั๊ม เพราะได้ราคาถูก ค่าเช่าลดลง” นายพิทักษ์กล่าว

Max Card เครือข่ายใหม่

นอกจากการขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันเพื่อสร้างยอดจำหน่ายน้ำมันให้เพิ่มขึ้นแล้ว PT ยังใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “power of network” ในการสร้างเครือข่ายธุรกิจเข้มแข็ง เพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่น้ำมัน (nonoil) ด้วยการอาศัยเครือข่ายของบัตรสมาชิกสะสมแต้ม “Max Card” ผ่านจำนวนสถานีบริการน้ำมัน PT ซึ่งในอนาคต PT เตรียมที่จะจัดให้มีจุดทรัสต์พอยต์ (พีที) 1 จุดทุก ๆ 2 ตำบลทั่วประเทศ ใครจะมารับสินค้าก็ใช้จุดบริการนี้หรือการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้สมาชิกบัตรแมกซ์การ์ดให้มากยิ่งขึ้น

“เป็นความจริงที่ว่า ธุรกิจน้ำมันเป็นธุรกิจที่มีกำไรน้อย การแข่งขันสูง แถมบางปีราคาน้ำมันในตลาดโลกยังวูบวาบ ถูกรัฐเข้ามาควบคุมกลาย ๆ ดังนั้นในอนาคต PT ต้องการที่จะลดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจน้ำมันลงจากที่ 90% เป็น 40% และเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 60% ภายในปี 2566-2567 โดยบัตร Max Card ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ PT จะเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านทางโครงข่ายที่บัตรสมาชิกวางเอาไว้ทั่วประเทศ”

นำ 3 ธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

ในอนาคตอันใกล้นี้ PT ยังมีแผนที่จะนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อีก 3 กลุ่มคือ

1) ธุรกิจก๊าซ LPG จะนำธุรกิจนี้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2565 จากจำนวนสถานีบริการ LPG ปัจจุบันที่ 198 แห่ง แม้ภาพรวมการใช้ก๊าซ LPG ในช่วงครึ่งปีแรกจะลดลง 12% แต่จุดแข็งของธุรกิจค้าก๊าซนี้คือ กำไรขั้นต้นประมาณ 21-22% เทียบกับน้ำมันแค่ประมาณ 7-8% หรือกำไรสุทธิก๊าซ 7% แต่น้ำมันมีกำไรสุทธิเพียง 1% และภายในปี 2564 PT ตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดก๊าซขยับขึ้นจากอันดับ 5 มาเป็นอันดับ 3 ให้ได้

“จุดแข็งของปั๊มก๊าซ LPG ของเราก็คือ ระบบสมาชิกที่แบรนด์อื่นไม่มี ลูกค้า PT ที่มี Max Card ใช้สะสมแต้มได้ทั้งน้ำมันและก๊าซ LPG อัตราคะแนนสะสมก็เท่ากันทุกชนิดน้ำมัน ได้สิทธิประโยชน์ในการใช้บริการและซื้อสินค้าจากพันธมิตรมากกว่า 100 ราย ไม่ใช่แค่อาหาร เครื่องดื่ม โรงหนัง เทเลคอม แต่ยังมีถึงโฮมโปร นายอินทร์ ฟิล์มลามิน่า ล่าสุดที่เราเพิ่งจะให้สิทธิพิเศษการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับกลุ่มแท็กซี่และมีบริการน้ำมันหมดที่ไหนเรามีบริการส่งน้ำมันให้ทั่วประเทศ หรือ Max Service จากปัจจุบันเรามีสมาชิก Max Card จำนวน 15 ล้านราย และจะขยายถึง 17.5 ล้านรายในปี 2564” นายพิทักษ์กล่าว

2) ธุรกิจปาล์มครบวงจรหรือ palm complex ตั้งใจจะเปิดเทรดใน SET ปี 2665 โดยธุรกิจปาล์มครบวงจรปัจจุบันมีตั้งแต่โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ไปจนกระทั่งโรงงานผลิต B100 ขายให้กับทั้งลูกค้าโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานอาหาร จากปัจจุบันมีกำลังผลิตประมาณ 500,000 ลิตร/วัน และพร้อมที่จะขยายการลงทุนในเฟส 2 ต่อไป หากสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดีขึ้นากนโยบายน้ำมัน B10 ของกระทรวงพลังงาน

3) ธุรกิจร้านกาแฟพันธุ์ไทยและกาแฟ Coffee World ปัจจุบันมีจำนวนสาขาประมาณ 329 สาขา (พันธุ์ไทย 260 สาขา-Coffee World 69 สาขา) โดยนายพิทักษ์กล่าวว่า ร้านกาแฟพันธุ์ไทยมี EBITDA เริ่มเป็นบวก และเตรียมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2567 โดยจะเริ่มนับ 1 เตรียมตัวตั้งแต่ปี 2564 ด้วยการพัฒนาแบรนด์อย่างจริงจังเพื่อให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการวางโพซิชั่นว่า “ถ้าเดินทางต้องกาแฟพันธุ์ไทย แต่ถ้าเดินห้างก็ต้อง Coffee World” ตอนนี้กาแฟติดอันดับท็อป 5 ในธุรกิจกาแฟไทย รองจากอเมซอน สตาร์บัคส์ ทรูคอฟฟี่ และชาวดอย

ขณะที่ร้านค้าปลีกแมกซ์มาร์ต (Max Mart) ที่บริษัทได้พัฒนามา 6-7 ปี มีจำนวน 201 สาขา แม้ว่าภาพรวมครึ่งปีแรกจะยังขาดทุน แต่ตั้งใจว่าไตรมาส 4/2563 จะทำให้ EBITDA เป็น 0 “เราตั้งใจว่าจะพัฒนาค้าปลีกสัญชาติไทย โดยไม่ซื้อของนอกด้วยตัวเราเอง ในอนาคตเรามองถึงโอกาสการขยายสาขาไปนอกปั๊มด้วย” นายพิทักษ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...