โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ เผยทูลเกล้ารายชื่อครม.ชุดใหม่แล้ว ชี้ศก.จะฟื้นใน 2 -3 ปี

efinanceThai

เผยแพร่ 06 ส.ค. 2563 เวลา 06.54 น.

นายกฯ เผยทูลเกล้ารายชื่อครม.ชุดใหม่แล้ว ชี้ศก.จะฟื้นใน 2 -3 ปี 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ส.ค. 63 13:54 น.

นายกฯ เผยทูลเกล้ารายชื่อครม.ชุดใหม่แล้ว ยันทุกอย่างเรียบร้อย พร้อมเดินหน้าแก้ความเหลื่อมล้ำ ย้ำตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ศก.ไทย โตต่อเนื่อง ชี้ศก.จะฟื้นเป็นปกติใช้เวลา 2 -3 ปี ชี้เสถียรภาพการเงินการคลังของไทยยังแข็งแรง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยหลังร่วมงาน Bangkok Post Forum ในช่วงเช้าวันนี้ (6 ส.ค.63) ว่า ว่าขณะนี้ได้ทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว ซึ่งจากนี้จะเป็นขั้นตอนกำหนดเวลาให้รัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนรับตำแหน่ง
เดี๋ยวก็รู้ เมื่อรู้แล้วก็จะมีการกำหนดเวลาเข้าเฝ้าฯ บอกแล้วว่าไม่เกินต้น ส.ค.นี้ สบายใจแล้วกัน จะได้ทำงานกันได้ ทุกอย่างเรียบร้อย นายกรัฐมนตรีกล่าว

ขณะที่ช่วงหนึ่งของงาน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง ภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ว่า อีกมิติหนึ่งที่สำคัญคือพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ ต้องดูแลให้เกิดความต่อเนื่อง เพราะเป็นปัญหาระยะยาวที่เราร่วมกันเผชิญหน้ามาโดยตลอด หลายรัฐบาล หลายสิบปี ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของอาชีพและรายได้ เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีในการพลิกฟื้นประเทศไปสู่ความมั่นคงให้ได้โดยเร็ว

ตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่งนายกฯเมื่อวันที่ 24 ส.ค.57 จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ อัตราการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจในปี 57 อยู่ที่เพียง 1% เพราะมีปัญหาความขัดแย้ง ความไม่มีเสถียรภาพ แต่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 3.1% และ 3.4% จนปี 63 ประเทศเผชิญ อย่างโควิด-19 จึงจำเป็นต้องมีมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด เราต้องทำคนส่วนใหญ่และคนทั้งหมดปลอดภัย นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ทุกคนทราบดีว่าสถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในช่วงถดถอยทั้งโลก ประเทศไทยที่ว่าแย่ แต่ก็ยังมีหลายประเทศที่แย่มากกว่า ขออย่าท้อแท้ เราต้องทำให้ดีและฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ จากปีนี้จนถึงปีหน้าและปีต่อไปอีก 2 หรือ 3 ปี กว่าจะทุกอย่างจะกลับมาฟื้นฟูเข้มแข็งได้ จึงต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหา ซึ่งความร่วมมือและความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ สร้างความมีเสถียรภาพเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งภายในและภายนอกประเทศ
โดยวันนี้ประเทศไทยมีเสถียรภาพเรื่องการเงินการคลัง ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ทั้งดุลบัญชีเดินสะพัด ทั้งในส่วนของกองทุนสำรองระหว่างประเทศ ทำให้มีดอลลาร์เข้ามาใช้จ่ายในประเทศจำนวนมาก ทำให้เกิดดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล สิ่งเหล่านี้จะทำให้ค่าเงินของเราแข็งพอสมควร แต่เราก็จำเป็นต้องมีมาตรการที่ระมัดระวัง ทั้งมาตรการการเงินสมัยใหม่ ที่ต้องเสริมเข้ามา จากนี้ต้องอย่าให้มีความวุ่นวาย ไม่เช่นนั้นนักธุรกิจและนักลงทุนจะรู้สึกไม่ปลอดภัยในการที่จะมาลงทุน ไม่เกิดความเชื่อมั่น

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...