โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บาฟส์ทุ่มลงทุน 3 พันล้าน รุกธุรกิจส่งน้ำมันอู่ตะเภา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 พ.ย. 2562 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2562 เวลา 04.35 น.

“บาฟส์กรุ๊ป” ทุ่มทุน 3,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจให้บริการระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในสนามบินอู่ตะเภา-แถบเอเชียเผยโครงการขนส่งท่อที่ลำปาง รวมถึงถังเก็บน้ำมันที่สุวรรณภูมิใกล้เสร็จ ดันรายได้ปี”62 โต 5-6%

ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบาฟส์ ผู้ให้บริการระบบเติมน้ำมันอากาศยานแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ปัจจุบันบาฟส์ได้ให้บริการกับสายการบินกว่า 800 เที่ยวบิน/วัน ในท่าอากาศยาน 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สมุย ตราด และสุโขทัย และมีการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการพลังงานชั้นนำระดับภูมิภาค เช่นที่ได้ทำมาตลอด 36 ปี

ปัจจุบันในเครือบาฟส์กรุ๊ปมี 6 บริษัท ที่ดำเนินการขนส่งน้ำมันทางท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดิน (FPT), บริการระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานผ่านท่อแบบ hydrant, ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน ที่ท่าอากาศยานสมุย ตราด และสุโขทัย, ธุรกิจหลักเกี่ยวกับการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย พัฒนา ปรับปรุง ออกแบบ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมถึงการให้สิทธิและให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี, ธุรกิจออกแบบ ผลิต ประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานและอุปกรณ์ให้บริการภาคพื้นอากาศยาน และธุรกิจประกอบสถานีบริการน้ำมันบริเวณด้านหน้าคลังน้ำมันพิจิตร คลังน้ำมันนครลำปาง และสถานีเพิ่มแรงดันที่กำแพงเพชร

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้เตรียมเงินลงทุน 3,000 ล้านบาท สำหรับใช้ขยายธุรกิจบริการเชื้อเพลิงน้ำมันไปยังสนามบินที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ เช่น การเข้าร่วมประมูลโครงการระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือ และสนามบินนานาชาติในเอเชีย รวมถึงลงทุนคลังเก็บน้ำมันหมายเลข 6 ในสนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการขนส่งน้ำมันทางท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินที่ จ.ลำปาง ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อปรับสัดส่วนรายได้ธุรกิจหลักจาก 80% เป็น 60% และธุรกิจอื่น ๆ จาก 20% เป็น 40% ภายในอีก 5 ปี

“แผนปีถัด ๆ ไปเตรียมขยายไลน์ ผลิตรถเติมน้ำมัน และรถพลังงานไฟฟ้าที่ให้บริการในสนามบิน ลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทน โดยมีเป้าหมายอีก 10-15 ปี ที่จะให้สัดส่วนธุรกิจหลัก (core) และ noncore อย่างธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัล เป็น 50 : 50 ส่วนภาพรวมทั้งปีนี้ รายได้จะโต 5-6% โดย 9 เดือนแรกมีรายได้ค่าบริการ 2,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% โดยมีปริมาณน้ำมันอากาศยาน 4,562 ล้านลิตร โตขึ้น 2.4% มีกำไรสุทธิ 780 ล้านบาท ลดลง 10.3%”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...