เอเย่นต์ทัวร์ไต้หวันโวย! ไทยดีเดย์ใช้ระบบขอวีซ่าใหม่ผ่าน VFS 30 พ.ย.นี้ กระทบหนักทั้งเอเย่นต์-นักท่องเที่ยว
เอเย่นต์ทัวร์ไต้หวันโวยแหลก! สถานทูตไทยเปลี่ยนระบบยื่นขอวีซ่ากะทันหัน ดีเดย์ 30 พฤศจิกายนนี้ ระบุชัดต้องยื่นแบบ E-Visa ผ่าน VFS Global เท่านั้น เผยกระบวนการขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อนขึ้น แถมทำต้นทุนค่าวีซ่าเพิ่มขึ้นอีก 300 บาทต่อคน ยันกระทบหนักทั้งเอเย่นต์-นักท่องเที่ยว
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ได้จัดงาน Trade Meet with Taiwanese Buyers ขึ้น ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยา โดยภายในงานดังกล่าวทางสมาคมฯ ได้เชิญผู้ประกอบการ (เอเย่นต์ทัวร์) รายใหญ่จากประเทศไต้หวัน จำนวน 20 บริษัท เข้ามาพบปะและเจรจาธุรกิจกับกลุ่มประกอบไทย ประกอบด้วยโรงแรม เอเย่นต์ทัวร์ และแหล่งท่องเที่ยว (Attraction) จำนวน 30 ราย
โดยภายในงานดังกล่าวนี้บริษัทเอเย่นต์ทัวร์รายใหญ่ของประเทศไต้หวันได้สะท้อนปัญหาและอุปสรรคของการทำตลาดท่องเที่ยวเอาต์บาวนด์ (ขาออก) มาประเทศไทยว่า ประเด็นที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของไต้หวันในขณะนี้คือ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน (Thai Trad and Economic Office, Office Taipei) ได้ทำหนังสือแจ้งให้กับเอเย่นต์ทัวร์ในประเทศไต้หวันว่า สถานทูตไทยจะทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการยื่นขอวีซ่าจากเดิมที่บริษัทเอเย่นต์ทัวร์และนักท่องเที่ยวทั่วไปยื่นขอวีซ่าได้ที่สถานทูตเป็นขอผ่านบริษัทวีเอฟเอส โกลบอล (VFS Global) เท่านั้น
นางสาวซันนี่ เหลว (SUNNY LIU) ผู้จัดการฝ่ายตลาดเอาต์บาวนด์ (Section Manager Out-bound Travel Division) บริษัท ตงหนาน จำกัด (Settour) บริษัทเอเย่นต์ทัวร์อันดับ 1 ของไต้หวัน เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บริษัทได้รับแจ้งจากสถานทูตไทยว่าได้เปลี่ยนระบบการยื่นของวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวไต้หวันใหม่ จากเดิมที่ยื่นขอที่สถานทูตเป็นต้องไปยื่นขอผ่านบริษัท VFS Global ซึ่งเป็นเอกชนรายใหญ่แทน และต้องเปลี่ยนรูปแบบเป็นยื่นของแบบ E-Visa เท่านั้น โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 นี้เป็นต้นไป
“ระบบใหม่นี้ทำให้การทำงานของเรายุ่งยากและซับซ้อนขึ้น และยังใช้เวลานานขึ้น โดยเราต้องนำสแกนพาสปอร์ตและทำการกรอบข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ส่งไปให้ VFS Global และชำระเงินค่าวีซ่า 1,200 ดอลลาร์ไต้หวัน (NT$) ก่อน จากนั้นทาง VFS Global จะส่งสำเนาเอกสารมาให้ 1 ใบ เราต้องนำเอกสารใบนี้ไปยื่นของทำวีซ่าที่สถานทูตไทยอีกรอบ ทำให้เราต้องทำถึง 2 ขั้นตอน ที่สำคัญถ้าวีซ่าไม่ผ่านลูกค้าก็จะไม่ได้เงินคืน” นางสาวซันนี่กล่าว
นางสาวซันนี่ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันดีมานด์คนไต้หวันที่จะมาเที่ยวประเทศไทยมีจำนวนเยอะมาก แต่เมื่อมาเจอระบบการยื่นของวีซ่าใหม่ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอตัว เช่นเดียวกับบริษัทเอเย่นต์ทั่วที่ส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าขาย เพราะกลัวจะมีความเสียหายเกิดขึ้น
เช่นเดียวกับนางสาวไอรีส จวง รองประธาน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไลอ้อน ทราเวล เซอร์วิส จำกัด บริษัทเอเย่นต์ทัวร์รายใหญ่ของไต้หวันที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป ทำหนังสือแจ้งผู้ประกอบการทัวร์ไต้หวันเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และให้มีผลบังคับใช้เลยในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ถือว่าเป็นการแจ้งที่กะทันหันมาก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เตรียมตัวไม่ทัน ทำให้การขายเกิดการสะดุดไปพอสมควร
ทั้งนี้ เนื่องจากระบบใหม่ดังกล่าวนี้มีกระบวนการที่ยุ่งยาก ใช้เวลานานขึ้น จากเดิมที่ยื่นวันนี้วันรุ่งขึ้นวีซ่าจะออกทันที ทำให้บริษัทเอเย่นต์ทัวร์ยังสามารถขายแพ็กเกจทัวร์ได้จนถึงวันใกล้จะเดินทาง แต่ระบบใหม่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 วัน ซึ่งบริษัทเอเย่นต์ทัวร์ต้องปิดการขายก่อนเดินทางถึงประมาณ 1 สัปดาห์ นอกจากนี้การยื่นของวีซ่ารูปแบบใหม่นี้ลูกทัวร์ยังต้องแบบเอกสารตั๋วโดยสารเครื่องบิน ตั๋วจองโรงแรม และอื่นๆ ด้วย ทำให้บริษัทเอเย่นต์ทัวร์ทำการตลาดได้ลำบากขึ้น และต้องใช้เวลาสำหรับดำเนินการยื่นของวีซ่าตามระบบใหม่
“ที่สำคัญกว่านั้นคือ ระบบใหม่นี้ลูกทัวร์ยังมีต้นทุนเรื่องวีซ่าที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งนอกจากค่าธรรมเนียมวีซ่า 1,200 ดอลลาร์ไต้หวัน (NT$) แล้วลูกทัวร์ยังมีค่าธรรมเนียมสำหรับบริษัท VFS อีก 470 ดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งตอนนี้จ่าย 300 ดอลลาร์ไต้หวัน ลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มแต่กระบวนการกลับซับซ้อนขึ้น และใช้เวลามากขึ้นอีก นอกจากนี้หากลูกค้าคนไหนเอกสารไม่ผ่านก็จะถูกริบเงินด้วย ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการขายและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก” นางสาวไอรีสกล่าว