โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักประวัติศาสตร์ชี้ "โขน" เป็นวัฒนธรรมร่วม จะแยกโดดๆ ว่าเป็นสมบัติใครไม่ได้!

Khaosod

อัพเดต 30 ส.ค. 2561 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2561 เวลา 14.25 น.

นักประวัติศาสตร์ชี้ “โขน” เป็นวัฒนธรรมร่วม จะแยกโดดๆ ว่าเป็นสมบัติใครไม่ได้!

จากกรณีดราม่า ชาวเน็ตกัมพูชาแสดงความไม่พอใจ กรณีที่ทางการไทย เสนอการแสดง “โขน” ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ ในปี 2561 โดยระบุว่า การแสดงโขน เป็นศิลปวัฒนธรรมของกัมพูชาที่คนไทยลอกไป ฯลฯ และขอให้องค์การยูเนสโกทบทวนการพิจารณาดังกล่าว

สุจิตต์ วงษ์เทศ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ เคยมีความเห็นเกี่ยวกับที่มาของโขนไว้ว่า “โขนเป็นการละเล่นเรื่องรามายณะ ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาพรามหมณ์ แรกมีเก่าสุด (เท่าที่พบหลักฐานขณะนี้) ในราชสำนักขอมกัมพูชา ที่โตนเลสาบ (ทะเลสาบ) เมืองเสียมเรียบ”

“ต่อจากนั้น ราชสำนักขอมกัมพูชาส่งแบบแผนการละเล่นรามายณะ ให้ราชสำนักขอมอโยธยา-ละโว้ (ยุคก่อนกรุงศรีอยุธยา) ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

ราชสำนักไทยกรุงศรีอยุธยาสืบจากราชสำนักขอมอโยธยา-ละโว้ ก็สืบทอดการละเล่นรามายณะแบบขอมไว้ด้วย แต่ปรับเปลี่ยนเรียกรามยณะด้วยคำใหม่ว่ารามเกียรติ์”

แต่กว่าโขนจะมาเป็นโขนในทุกวันนี้ สุจิตต์ อธิบายว่า การละเล่นชนิดนี้ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาจากวัฒนธรรมภายนอกและภายในของบรรดาราช สำนักจารีตโบราณในภูมิภาคอุษาคเนย์ กล่าวคือ ตัวเนื้อเรื่องได้มาจากวัฒนธรรมภายนอกคืออินเดียโดยเฉพาะอินเดียใต้ และเครื่องแต่งกายก็ได้มาจากอินเดียและเปอร์เซีย เช่น มงกุฎ ชฎา และผ้าต่างๆ

ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ที่มาจากวัฒนธรรมภายในอุษาคเนย์เองประกอบด้วย ชื่อ “โขน” มาจากคำพื้นเมืองตระกูลชวา-มลายูว่า “Lakon” หรือ “Lakun” หรือคำบาหลีว่า “Legong”

สุจิตต์กล่าวว่า ท่าโขนน่าจะมาจากการเต้นฟ้อนของคนพื้นเมืองอุษาคเนย์ตั้งแต่ราว 3 พันปีมาแล้วเห็นได้จากภาพเขียนสีที่พบตั้งแต่มณฑลกวางสีในจีนตอนใต้ ลงมาถึงภาคอีสานและภาคกลางของไทย

“หัวโขน” ก็พัฒนามาจากหน้ากากเครื่องสวมเพื่อพรางหน้าจริงในพิธีเข้าทรงเพื่อเชื่อม โยงมนุษย์กับอำนาจศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ ซึ่งล้วนมีในกลุ่มชนดั้งเดิมทุกชนเผ่า

ส่วนปี่พาทย์รับโขน สุจิตต์กล่าวว่า เครื่องดนตรีหลักๆคือ ปี่ ระนาด กลองทัด เป็นของพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวสุวรรณภูมิอุษาคเนย์ราว 3 พันปีมาแล้ว การพากษ์โขนซึ่งแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกาพย์ได้รับแบบแผนมาจากกัมพูชา ส่วนการเจรจาโขนแต่งด้วยร่ายยาวนับเป็นร้อยกรองพื้นเมืองดั้งเดิมตระกูล ลาว-ไทย

สุจิตต์ให้ความเห็นลงท้ายว่า “โขนเป็นวัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิในภูมิภาคอุษาคเนย์ มีรากเหง้าความเป็นมาร่วมกัน จะแยกโดดๆ มิได้ ว่าเป็นสมบัติของใครของมัน หรือของที่นี่ ที่โน่น ที่นั่น” ก่อนเสริมเรื่องของโขนยังมีรายละเอียดที่ต้องศึกษาอีกมากเกินกำลังที่ใคร คนหนึ่งจะศึกษาได้ครบถ้วน ต้องอาศัยผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาร่วมกันศึกษาค้นคว้าต่อไป

ขอบคุณ *ศิลปวัฒนธรรม *

ภาพจาก  Cafe’s Photo dot Net และ ASEAN “มอง” ไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...