โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'พระปางพยาบาล' สิ่งศักดิ์สิทธ์ขึ้นชื่อ 'ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ'

Horoworld

เผยแพร่ 03 มี.ค. 2563 เวลา 00.23 น. • horoworld

**การทำบุญนั้นถือได้ว่าเป็นกิจกรรมหลักของคนไทยที่นิยมเข้าวัด ไหว้พระเสริมสิริมงคลชีวิตให้แก่ตัวเองและครอบครัว หลายคนมักรู้จักสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อาจจะยังไม่รู้ว่า…บางสถานที่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความศรัทธาและนิยมแห่กราบไหว้ ขอพรให้ได้ดั่งหวังนั้น ไม่ค่อยมีให้พบเห็นเหมือนทั่วไปมากนัก

 

โดยเราจะพบพระพุทธรูปที่มีอิริยาบถได้ทั่วไป แต่ที่จะพาทุกท่านไปไหว้สิ่งศักดิ์ที่ผู้คนมีความเชื่อว่า “หากเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บแล้วมาตั้งจิตอธิษฐานขอพรจะทำให้หายจากโรคนั้นๆ ได้” นั่นคือ “พระปางพยาบาลภิกษุอาพาธ” ซึ่งไม่ค่อยพบเห็น หรือไม่ค่อยมีผู้นิยมสร้างขึ้นเท่าไหร่นัก มาฝากชาว Horowold.com กันค่ะ
 
ตะลุยกราบไหว้ ขอพร “พระปางพยาบาล” ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ
**

 

  ๑. วัดน้ำริดเหนือ หมู่๙ ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
 
สำหรับที่วัดนี้องค์พระประธานปางพยาบาล มีความสูง ๑๖๐ ซม. หน้าตักกว้าง ๑๘๐ ซม. อิริยาบถนั่งชันเข่า ประคองพระภิกษุอาพาธด้วยมือขวา ให้นอนที่ตัก ส่วนมือซ้ายประคองมือซ้ายของพระภิกษุที่อาพาธ และใบหน้าเพ่งมองยังพระภิกษุอาพาธที่กำลังเศร้าหมองในลักษณะเมตตาสงสาร เป็นพระพุทธรูป ๑ ใน ๘๐ ปางตามพุทธประวัติ
 
ตามความเชื่อของวัดนี้ “สร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ แต่ไม่สามารถยกขึ้นได้ ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก” ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ได้ประดิษฐานภายในหอสวดมนต์มาเป็นเวลา ๔๐ กว่าปีมาแล้ว และมีชาวบ้านมากราบไหว้สักการะบูชาขอให้หายจากอาการเจ็บป่วยและโรคร้ายต่างๆ ปรากฎว่าชาวบ้านหลายคนหายป่วย จนมีผู้คนมากราบไหว้ขอพรอยู่ตลอด โดย…
 
- ใส่เสื้อขาว
  - นำพระพุทธรูปปางประจำวันเกิด
  - ผ้าไตรจีวร
  - พร้อมตั้งจิตอธิษฐานและขอพรให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
  แต่เมื่อหายแล้วหรืออาการดีขึ้น จะต้อง…นำเอาพระประจำวันเกิด ขนาดหน้าตักกว้าง ๙ นิ้ว ๕ นิ้ว ๓ นิ้ว หรือผ้าไตรมาถวายให้กับพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธบริเวณหน้าโต๊ะหมู่บูชา จำนวน ๒ รูป 
  และนี่คือความเชื่อของผู้คนที่นิยมนำมากราบไหว้เมื่อคำอธิษฐานนั้นเป็นจริง หากจะไปกราบไหว้ที่นี่แล้วล่ะก็…อย่าลืมสิ่งนี้!

 

  ** 

  1. วัดขนอนเหนือ ริมถนนสายเอเซีย ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
     
    สำหรับที่วัดนี้องค์พระประธานนั่งขัดสมาธิ โดยให้พระภิกษุอาพาธนอนที่ตัก ส่วนมือขวาประคองศีรษะไว้ และมือซ้ายจับที่บริเวณท้องของพระภิกษุอาพาธ
     
    ตามความเชื่อของวัดนี้
    “เพื่อให้ชาวบ้านสักการะบูชา ขอพรรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ชาวบ้านก็เกิดความศรัทธาเข้ามากราบไหว้บูชาขอบารมีรักษาโรคภัยไข้เจ็บหายได้ จนเป็นที่เลื่องลือว่า พระพุทธเจ้าผู้มีเมตรามารักษาโรคให้ ระหว่างปั้นได้มีชาวบ้านนำพระเครื่องหลายองค์มาบรรจุไว้ที่เศียรและหน้าอกด้วย”**

 

  ** 

  1. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
     
    สำหรับสถานที่แห่งนี้องค์พระภิกษุอาพาธนอนตะแคง ศีรษะเอนพิงบนเข่าขวาที่ตั้งชันของพระประธาน ประคองพระภิกษุอาพาธด้วยมือขวา และพระภิกษุอาพาธถูกประคองด้วยความห่วงใย 
     
    ตามความเชื่อของสถานที่แห่งนี้
    “ได้สร้างพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธขึ้นในโรงพยาบาล เพื่อให้เป็นที่เคารพกราบไหว้ขอพรของหมอและพยาบาล รวมถึงชาวบ้านที่มารักษาด้วย”**

 

  ตามประวัติ ความเป็นมา “พระปางพยาบาลภิกษุอาพาธ” 

 

  จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ ๑๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ โดย กานต์ธีรา พูดถึงประวัติพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธ ว่า..เป็นพระพุทธรูปที่ไม่ค่อยเป็นที่พบเห็น เพราะไม่มีผู้นิยมสร้าง แต่มีประวัติที่มาจากพระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ เรื่องพระอาพาธโรคท้องร่วง ซึ่งกล่าวไว้ว่า…
 
สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าได้เสด็จตรวจเสนาสนะของพระสาวก โดยมีพระอานนท์ตามเสด็จ และได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปหนึ่งนอนจมกองมูตรกองคูถอยู่ จึงเสด็จเข้าไปใกล้ภิกษุรูปนั้น แล้วตรัสถามว่า อาพาธด้วยโรคอะไร ภิกษุนั้นทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าอาพาธเป็นโรคท้องร่วง พระพุทธเจ้าข้า”
          เมื่อพระพุทธองค์ทรงสอบถามภิกษุนั้น และได้ความว่าไม่มีใครพยาบาล จึงตรัสแก่พระอานนท์ให้ไปนำน้ำมา “ดูก่อนอานนท์ เธอจงไปตักน้ำมา เราจักสรงน้ำให้ภิกษุนี้”
          เมื่อพระอานนท์ตักน้ำมาแล้ว พระพุทธองค์ทรงประคองภิกษุนั้นทางศีรษะ แล้วสรงน้ำ ทำความสะอาดภิกษุผู้อาพาธ โดยมีพระอานนท์คอยช่วยเหลือขัดสีกายภิกษุผู้อาพาธจนเรียบร้อย
          จากนั้นพระผู้มีพระภาคทรงรับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องภิกษุอาพาธ ว่าเหตุใดภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลภิกษุนั้น
          ภิกษุทั้งหลายจึงทูลว่า “เพราะท่านรูปนั้นมิได้ทำอุปการะแก่ภิกษุทั้งหลาย ฉะนั้น ภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลท่านรูปนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
          พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า…ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอไม่มีมารดาไม่มีบิดา ผู้ใดเล่าจะพึงพยาบาลพวกเธอ ถ้าพวกเธอจักไม่พยาบาลกันเอง ใครเล่าจักพยาบาลดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดจะพึงอุปัฏฐากเรา ผู้นั้นพึงพยาบาลภิกษุอาพาธ ถ้ามีอุปัชฌายะ อุปัชฌายะพึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีอาจารย์ อาจารย์พึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีสัทธิวิหาริก สัทธิวิหาริกพึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีอันเตวาสิก อันเตวาสิกพึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีภิกษุผู้ร่วมอุปัชฌายะ ภิกษุผู้ร่วมอุปัชฌายะพึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้ามีภิกษุผู้ร่วมอาจารย์ ภิกษุผู้ร่วมอาจารย์พึงพยาบาลจนตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหาย ถ้าไม่มีอุปัชฌายะ อาจารย์ สัทธิวิหาริก อันเตวาสิก ภิกษุผู้ร่วมอุปัชฌายะ หรือภิกษุผู้ร่วมอาจารย์ สงฆ์ต้องพยาบาล ถ้าไม่พยาบาล ต้องอาบัติทุกกฎ

 

  แน่นอนว่า “เมื่อยามใดที่ใครเจ็บป่วยก็ตาม ด้วยโรคภัยไข้เจ็บหรือโรคร้ายที่กำลังเผชิญอยู่ มนุษย์เรามักหาที่พึ่งทางใจเสมอ” การกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธก็เช่นกัน เสมือนเป็นการช่วยรักษาทางใจให้หายจากโรคภัยต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความเชื่อหรือความศรัทธานั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่มีจิตศรัทธาเช่นไร แต่…จิตใจและกำลังใจของผู้ป่วยก็สำคัญ หากมีจิตใจที่เข้มแข็งแล้วจะมีส่วนช่วยให้อาการเจ็บป่วยหายได้ในเร็ววัน
 

 

เช็กดวงดีๆ แล้ว…อย่าลืมมาลุ้นเที่ยวฟรีได้ที่นี่จ๊า!  
*วิเคราะห์ดวงคุณโดยหมอดู Horoworld โทร
1900-111-116(15บ./นาที)

ติดตามเช็คคำทำนายดวงดีๆ ได้ที่นี่
www.horoworld.com

Facebook : Horoworldfanpage
Line : @horoworld
IG : horoworld
Twitter : horoworld

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...