คนญี่ปุ่นเริ่มใช้ระบบขับรถชิดซ้ายตั้งแต่เมื่อไร
หากใครเคยเดินทางไปญี่ปุ่น คงสังเกตได้ว่ารถยนต์ในญี่ปุ่นวิ่งชิดซ้าย ต่างจากประเทศส่วนใหญ่ของโลกที่ใช้การขับรถชิดขวา แม้ว่าปัจจุบันจะมีเพียงประมาณ 76 ประเทศและดินแดนที่ใช้ระบบขับรถชิดซ้าย แต่ญี่ปุ่นยังคงรักษาธรรมเนียมนี้มาจนถึงทุกวันนี้ คำถามที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นเริ่มขับรถชิดซ้ายตั้งแต่เมื่อใด และเหตุใดจึงเลือกใช้ระบบดังกล่าว บทความนี้จะพาไปสำรวจที่มาของการจราจรชิดซ้ายในญี่ปุ่น รวมถึงประวัติศาสตร์ของการจราจรโลกที่เปลี่ยนจากชิดซ้ายมาเป็นชิดขวาในหลายประเทศ
ญี่ปุ่นเริ่มใช้การจราจรชิดซ้ายตั้งแต่เมื่อใด
แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่ระบุวันเริ่มต้นอย่างชัดเจน แต่มีเอกสารหลายฉบับที่บ่งชี้ว่าชาวญี่ปุ่นใช้การสัญจรทางด้านซ้ายมาตั้งแต่สมัยเอโดะ หนึ่งในหลักฐานที่มักถูกอ้างถึงคือบันทึกของ เอ็งเกลเบิร์ต เค็มป์เฟอร์ (Engelbert Kaempfer) แพทย์และนักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมัน ซึ่งพำนักอยู่ในญี่ปุ่นระหว่างปี ค.ศ. 1690–1692
ในหนังสือที่เขาเขียนเกี่ยวกับญี่ปุ่น เค็มป์เฟอร์ได้บันทึกถึงสภาพถนนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของประเทศ รวมถึงการเดินทางบนเส้นทางสำคัญอย่างโทไคโดและนางาซากิไคโด โดยเขาระบุว่าการสัญจรทางด้านซ้ายเป็นแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคมญี่ปุ่นยุคนั้น แสดงให้เห็นว่าการใช้เลนซ้ายมีรากฐานยาวนานก่อนยุคสมัยใหม่หลายร้อยปี
ต่อมาในยุคเมจิ เมื่อญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาระบบคมนาคมสมัยใหม่และนำรถไฟเข้ามาใช้งาน รัฐบาลก็ได้กำหนดให้การสัญจรชิดซ้ายเป็นมาตรฐานอย่างเป็นทางการ จนกลายเป็นกฎจราจรที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ทฤษฎีซามูไร: เหตุผลที่ญี่ปุ่นเลือกเดินและขับชิดซ้าย
หนึ่งในทฤษฎีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเกี่ยวกับการจราจรชิดซ้ายของญี่ปุ่นเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของชนชั้นซามูไร ในอดีตซามูไรมักพกดาบไว้ที่สะโพกด้านซ้าย หากคนสองคนเดินสวนกันโดยต่างฝ่ายต่างเดินชิดขวา ฝักดาบอาจกระทบกันได้ง่าย ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการยั่วยุหรือดูหมิ่น และนำไปสู่การทะเลาะวิวาทได้
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว จึงเชื่อกันว่าการเดินชิดซ้ายค่อย ๆ กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในสังคมญี่ปุ่น เมื่อทุกคนเดินชิดซ้าย ดาบที่ห้อยอยู่ด้านซ้ายจะอยู่ห่างจากผู้ที่เดินสวนทางมา ลดโอกาสการปะทะกันโดยไม่จำเป็น
แม้จะไม่มีหลักฐานทางกฎหมายที่ยืนยันว่าซามูไรเป็นผู้กำหนดกฎนี้โดยตรง แต่ทฤษฎีดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสอดคล้องกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในยุคนั้น นอกจากนี้ เมื่อญี่ปุ่นเริ่มสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหราชอาณาจักร ซึ่งใช้การจราจรชิดซ้ายเช่นกัน ระบบดังกล่าวจึงได้รับการรับรองและพัฒนาเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ
จากโลกที่เคยขับชิดซ้าย สู่วิถีขับชิดขวาของคนส่วนใหญ่
สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ ในอดีตโลกส่วนใหญ่เคยใช้การสัญจรชิดซ้ายมาก่อน นักโบราณคดีพบร่องรอยจากเส้นทางคมนาคมในสมัยโรมันโบราณที่บ่งชี้ว่าผู้คนมีแนวโน้มเดินทางด้านซ้ายของถนน
เหตุผลสำคัญเกี่ยวข้องกับความถนัดมือของมนุษย์ เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของโลกถนัดมือขวา การเดินหรือขี่ม้าโดยให้ผู้ที่สวนทางมาอยู่ด้านขวาจึงช่วยให้สามารถหยิบอาวุธหรือป้องกันตัวได้สะดวกกว่า ในยุคที่การเดินทางเต็มไปด้วยอันตรายจากโจรและศัตรู การเคลื่อนที่ทางด้านซ้ายจึงกลายเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เมื่อ นโปเลียน โบนาปาร์ต ขยายอำนาจของฝรั่งเศสไปทั่วยุโรป หลายประเทศที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศสได้เปลี่ยนมาใช้การจราจรชิดขวา ส่งผลให้ระบบดังกล่าวแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง
แม้จะมีหลายทฤษฎีอธิบายว่าทำไมนโปเลียนจึงสนับสนุนการจราจรชิดขวา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความถนัดมือ กลยุทธ์ทางทหาร หรือการเปลี่ยนผ่านจากอาวุธดาบไปสู่อาวุธปืน แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ได้รับการยืนยันอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือประเทศส่วนใหญ่ในโลกได้เปลี่ยนมาใช้การขับรถชิดขวา ขณะที่ประเทศที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของนโปเลียน เช่น สหราชอาณาจักรและญี่ปุ่น ยังคงรักษาระบบชิดซ้ายเอาไว้
การที่ญี่ปุ่นขับรถชิดซ้ายไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะได้รับอิทธิพลจากอังกฤษเท่านั้น แต่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปถึงยุคซามูไร ซึ่งการเดินชิดซ้ายช่วยลดความขัดแย้งระหว่างผู้พกดาบ ในขณะเดียวกัน การจราจรชิดซ้ายก็เคยเป็นรูปแบบหลักของโลกมาเป็นเวลานาน ก่อนที่หลายประเทศจะเปลี่ยนมาใช้การจราจรชิดขวาภายใต้อิทธิพลทางการเมืองและการทหารของยุโรป แม้รายละเอียดบางประเด็นยังคงเป็นเพียงทฤษฎี แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นว่ากฎจราจรที่เราใช้ในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตอย่างน่าสนใจ
สรุปเนื้อหาจาก car-rider.jp/weblog