ย้อนพระดำริ “กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า” จุดกำเนิดมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) น้ำพระทัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยามบ้านเมืองวิกฤต
ย้อนพระดำริ “กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า” จุดกำเนิดมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) น้ำพระทัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยามบ้านเมืองวิกฤต น้ำท่วมใหญ่ปี 38 ทรงเป็นสะพานบุญเชื่อมความขัดแย้งราษฎรแย่งกระสอบทราย
สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เผยแพร่บันทึกประวัติศาสตร์ผ่านพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุสภากาชาดไทย น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยเปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของมูลนิธิที่เกิดจากน้ำพระทัยและความห่วงใยราษฎรตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์
ย้อนกลับไปในเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 อิทธิพลของพายุโอลิสส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงถึง 2.27 เมตร ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนสายสำคัญในกรุงเทพมหานครยาวนานถึง 2 เดือน ภาครัฐจำเป็นต้องนำกระสอบทรายมาทำคันกั้นน้ำเพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน แต่การบริหารจัดการน้ำในครั้งนั้นกลับกลายเป็นการกักน้ำซ้ำเติมให้ประชาชนผู้อาศัยอยู่ริมตลิ่งต้องเผชิญระดับน้ำที่สูงขึ้นและใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ในขณะที่พื้นที่ถัดไปกลับสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ความเครียดจากการขาดที่พึ่งและปัญหาน้ำท่วมขังยาวนาน ส่งผลให้ประชาชนเกิดการกระทบกระทั่ง ปะทะยื้อแย่งกระสอบทราย และทะเลาะวิวาทกันจนกลายเป็นข่าวดังผ่านสถานีโทรทัศน์ในค่ำคืนวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (ในขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) ได้ทอดพระเนตรข่าวด้วยความห่วงใย พร้อมทั้งทรงมีรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า “ฉันอยากไปช่วยหรือชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจ แต่กลัวคนอื่นจะว่าฉันซ่า”
ด้วยความตั้งพระทัยมั่น ในคืนวันนั้นพระองค์ทรงตัดสินพระทัยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อกราบบังคมทูลขอพระราชทานคำแนะนำและพระบรมราโชบายในการปฏิบัติพระองค์และการเจรจากับราษฎรที่กำลังเผชิญภาวะความเครียด
ต่อมาในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2538 รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยทันที โดยทรงทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ เชื่อมโยงและรับน้ำใจรวมถึงสิ่งของบรรเทาทุกข์จากประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม เพื่อนำไปส่งต่อและกระจายความช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมขัง ภายใต้แนวคิดการเกื้อกูลแบบ “เพื่อนพึ่งพาซึ่งกันและกัน” ส่งผลให้สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดและคลื่นความขัดแย้งในวันนั้นสงบลงได้ด้วยความละมุนละม่อม
เหตุการณ์ในครั้งนั้นกลายเป็นจุดกำเนิดของ “โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” โดยทรงร่วมมือกับสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย ขับเคลื่อนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
ปัจจุบัน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ยังคงขับเคลื่อนงานบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือประชาชนภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” โดยไม่ได้เน้นย้ำเพียงแค่การแจกจ่ายถุงยังชีพหรือข้าวกล่องพระราชทานเพื่อช่วยเหลือเฉพาะหน้าในยามเกิดภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตไปสู่การระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม และพลังจิตสาธารณะ เพื่อร่วมมือกันฟื้นฟูสภาพจิตใจ การพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ชุมชนต่าง ๆ สามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไปอนาคต
ที่มา: สภากาชาดไทย Thai Red Cross Society