โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ยูเครน" จัดหนัก! ส่งฝูงโดรนพลีชีพถล่มรัสเซีย พุ่งเป้าโรงกลั่นน้ำมัน

Thai PBS

อัพเดต 26 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้นสู่ระดับสูงสุดอีกครั้ง กองทัพยูเครนเปิดปฏิบัติการส่งฝูงโดรนพลีชีพเกือบ 1,000 ลำ บุกถล่มทั่วรัสเซีย รวมถึงทะเลอาซอฟ โดยพุ่งเป้าโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและโรงกลั่นน้ำมันหลัก ซึ่งเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำสงครามเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2565

เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 17 คน จากเศษซากโดรนที่ถูกยิงตก ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกคลิปวิดีโอวินาทีที่เกิดระเบิดรุนแรง ภายในโรงกลั่นน้ำมันในเขตคาปอตเนีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก หลังมีเสียงระเบิดดังสนั่นเป็นระยะ ก่อนเกิดลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าเป็นฝาถังเก็บน้ำมัน ถูกแรงระเบิดซัดลอยขึ้นไปบนอากาศก่อนตกลงมา ท่ามกลางกลุ่มควันดำปกคลุมทั่วบริเวณ

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุว่า สามารถยิงโดรนตกทั่วประเทศได้ทั้งหมด 555 ลำ ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก ระบุว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนรอบกรุงมอสโกได้ 180 ลำ แต่เนื่องจากเป็นการโจมตีแบบปูพรมขนานใหญ่ ทำให้มีโดรนหลายลำหลุดรอดแนวป้องกันเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันได้สำเร็จ

สำนักงานการบินพลเรือนของรัสเซียสั่งระงับให้บริการทุกเที่ยวบินเข้า-ออก ท่าอากาศยานหลักทุกแห่งรอบกรุงมอสโกชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงทางอากาศ

การโจมตีซ้ำโรงกลั่นน้ำมันมอสโกในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากยูเครนส่งโดรนถล่มเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้ระบบการกลั่นต้องหยุดชะงัก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ

แม้ว่ารัสเซียจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก แต่ความเสียหายสะสมของโรงกลั่นหลายแห่งจากการโจมตีของยูเครนในช่วงที่ผ่านมา กำลังทำให้รัสเซียเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเบนซินอย่างหนัก จนมีรายงานว่าทางการรัสเซียอาจจำเป็นต้องเริ่มนำเข้าเชื้อเพลิงผ่านทางทะเลภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อควบคุมสถานการณ์วิกฤตพลังงานภายในประเทศ

ขณะที่ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ระบุว่า ปฏิบัติการส่งฝูงโดรนปูพรมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงกลั่นน้ำมันในกรุงมอสโกครั้งล่าสุดนี้ คือการตอบโต้กรณีที่รัสเซียส่งขีปนาวุธมาโจมตีทำลายอารามหลวงทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในกรุงคีฟก่อนหน้านี้

รัสเซียเผชิญ "ฝนสีดำ" หลังยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

นอกจากโรงกลั่น การโจมตียังทำให้เกิดความเสียหายที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตปริมณฑลรอบกรุงมอสโก ชั้นบนของอาคารหน้าต่างแตกกระจายและมีร่องรอยถูกไฟไหม้ หลังถูกโดรนโจมตีทางอากาศเมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีรายงานศูนย์การค้าใกล้เคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อย

ผลพวงจากปฏิบัติการส่งฝูงโดรนพลีชีพเกือบ 200 ลำบุกโจมตีกรุงมอสโก ทำให้เกิดปรากกฏการณ์ฝนสีดำ หรือฝนเคมีปนเปื้อนเขม่าถ่านตกลงมาเคลือบพื้นผิวรถยนต์และเสื้อผ้าของประชาชนในหลายเขตทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอสโก ซึ่งชาวบ้านระบุว่า มีกลิ่นไหม้รุนแรงของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจนทำให้หายใจติดขัด และสร้างความหวาดกลัวเกี่ยวกับผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาว

ทางการยูเครน ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้เป็นการแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีโดรนพิสัยไกลของยูเครนที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยพุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจและกองทัพของรัสเซีย หวังบีบให้วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ต้องยอมรับข้อตกลงสันติภาพตามเงื่อนไข

อ่านข่าว

กองทัพสหรัฐฯ เลิกปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน แต่ยังปักหลักเรือรบรอดูท่าที

"ปูติน" จัดประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน เดินหน้าขยายพันธมิตร

สวิตเซอร์แลนด์ ถล่ม บอสเนีย 4-1 เช็กเกีย เจ๊า แอฟริกาใต้ 1-1 บอลโลก 2026

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

“ทองคำ” เช้านี้ร่วงหนัก -1,300 ดอลลาร์ร่วง-ตลาดกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

23 นาทีที่แล้ว

"อนุทิน" รับเจอ "ฮุน มาเนต" ดึงข้อศอกคุย 2 ฝ่ายไม่ต้องการความขัดแย้ง

26 นาทีที่แล้ว

ลอบวางระเบิด-ซุ่มยิงชุดคุ้มครองครู อ.ธารโต จ.ยะลา บาดเจ็บ 2 นาย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สื่อเผยภาพน้ำสระลินคอล์นเขียวขุ่น รัฐบาลทรัมป์โต้ "ข่าวปลอม" ยันน้ำใสเหมือนคริสตัล

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...