ราคาน้ำมันร่วง หลังอุปทานเริ่มไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง นักลงทุนคลายกังวลวิกฤติขาดแคลน
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลง หลังเรือเริ่มกลับมาเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกอีกครั้ง ภายหลังข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดเชื่อว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางจะทยอยกลับเข้าสู่ตลาดโลก
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันศุกร์ (19 มิ.ย.) หลังมีสัญญาณชัดเจนว่าอุปทานน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียกำลังเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดโลกอีกครั้ง โดยเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนหนึ่งสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ภายหลังการลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมานานหลายเดือน
ตลาดน้ำมันมองว่าการกลับมาเปิดเส้นทางขนส่งดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทาน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณ 20% ของโลก และเป็นจุดผ่านสำคัญของน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก กาตาร์ และอิหร่าน
ข้อมูลการเดินเรือแสดงให้เห็นว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่เคยติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียเริ่มเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่แล้ว ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันติดธงซาอุดีอาระเบียอย่างน้อย 3 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันรวมราว 6 ล้านบาร์เรล สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ นับเป็นสัญญาณสำคัญว่าการค้าพลังงานกำลังเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นักวิเคราะห์ ระบุว่า การเปิดเส้นทางขนส่งอีกครั้งอาจปลดปล่อยน้ำมันที่ค้างอยู่ในภูมิภาคจำนวนมหาศาลเข้าสู่ตลาด โดยมีน้ำมันดิบทั้งจากอิหร่านและประเทศผู้ส่งออกรายอื่นรวมกว่า 160 ล้านบาร์เรลที่พร้อมทยอยส่งมอบ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในระยะต่อไป โดยเฉพาะในเอเชียที่ความต้องการซื้อยังไม่แข็งแกร่งมากนัก
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เกิดขึ้นทันที แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัย การประกันภัย และการกำจัดทุ่นระเบิดทางทะเลที่อาจทำให้การกลับสู่ภาวะปกติใช้เวลาหลายเดือน
ก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซเผชิญภาวะหยุดชะงักรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน เนื่องจากตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันจำนวนมากจะไม่สามารถส่งออกได้
แต่หลังจากมีข้อตกลงสันติภาพ ความกังวลเรื่องอุปทานเริ่มคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยนักลงทุนหันมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ของภาวะน้ำมันล้นตลาดมากกว่าความเสี่ยงขาดแคลนเชื้อเพลิงในระยะสั้น
ทั้งนี้ แม้ตลาดจะตอบรับเชิงบวกต่อการกลับมาของอุปทาน แต่ผู้ค้าพลังงานและบริษัทขนส่งยังคงจับตาความเปราะบางของข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากความตึงเครียดกลับมาปะทุอีกครั้ง ช่องแคบฮอร์มุซอาจเผชิญความเสี่ยงด้านการขนส่งซ้ำ และส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาผันผวนได้อีกครั้ง
อ้างอิง : www.reuters.com