ทำไมโรงแรมไม่มีชั้น13 เจาะลึกความเชื่อเลขอาถรรพ์ที่ลิฟต์ต้องข้าม
ไขปริศนาปุ่มลิฟต์ที่หายไป! ทำไมโรงแรมส่วนใหญ่ไม่มี "ชั้น 13" ส่องตำนานเลขอาถรรพ์ที่ธุรกิจระดับโลกยังต้องยอมสยบ
เวลาไปพักโรงแรมหรือขึ้นตึกสูง เคยสังเกตแผงกดลิฟต์ไหม? หลายแห่งมักจะเรียงจากชั้น 12 แล้วกระโดดข้ามไปชั้น 14 หรือใช้คำว่า "12A" แทน แต่อย่าเพิ่งตกใจว่าวิศวกรสร้างตึกขาดเกินนะครับ! เพราะนี่คือธรรมเนียมสากลที่เกิดจากความเชื่อเรื่อง "เลข 13" ที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมตะวันตก วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 3 ที่มาสุดหลอน และเหตุผลการตลาดที่ซ่อนอยู่กัน
ย้อนรอย 3 ตำนานความเชื่อ "เลข 13"
ยูดาสผู้ทรยศ (The Last Supper): ตำนานที่ดังที่สุดมาจากศาสนาคริสต์ ในอาหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซู มีผู้ร่วมโต๊ะทั้งหมด 13 คน และคนที่ 13 ก็คือ "ยูดาส" ผู้ทรยศนั่นเอง
โลกาภิวัฒน์แห่งความวุ่นวาย (เทพนอร์ส): ตำนานเทพปกรณัมนอร์สเล่าว่า มีงานเลี้ยงของเหล่าเทพ 12 องค์ แต่ "โลกิ" เทพแห่งความปั่นป่วนดันบุกเข้ามาเป็นคนที่ 13 จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมและการสูญเสีย
วันศุกร์แห่งฝันร้าย (Friday the 13th): วัฒนธรรมป๊อปและภาพยนตร์ฮอลลีวูดตอกย้ำว่า วันศุกร์ที่ 13 คือวันปล่อยผีและวันแห่งโชคร้ายที่ทุกคนต้องระวัง
เหตุผลทางจิตวิทยาและการตลาด
แม้จะไม่มีวิทยาศาสตร์ข้อไหนพิสูจน์ได้ว่าชั้น 13 จะเกิดเรื่องร้าย แต่ในแง่ "จิตวิทยาผู้บริโภค" โรงแรมเลือกที่จะข้ามเลขนี้เพื่อลดความกังวลของลูกค้า
เพราะถ้ามีห้องพักอยู่ที่ชั้น 13 แขกสายมูหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจปฏิเสธการเข้าพักจนทำให้โรงแรมเสียรายได้! หลายตึกจึงแก้เกมด้วยวิธีแนบเนียน เช่น เปลี่ยนเลขเป็น 12A หรือเปลี่ยนชั้น 13 ให้กลายเป็น Sky Floor หรือพื้นที่ส่วนกลาง (เช่น สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส) ที่ไม่ใช่ห้องพักแทน