โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[E-bookมาแล้ว!]เกิดใหม่สุดยอดตัวประกอบผู้ร่ำรวยในยุค80

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 04.32 น. • Chawin
นักศึกษาสาวหัวกะทิแห่งศตวรรษที่21เกิดใหม่เป็นลูกเลี้ยงบ้านนางเอกนิยาย ทันทีที่ทะลุมิติเข้ามาดันอยู่ในฉากคันขับที่เธอกับวายร้ายหลักของเรื่องต่างเสียรู้ ถูกจับขึ้นเตียงด้วยกันเพื่อรอเวลาถูกเปิดโปง!

ข้อมูลเบื้องต้น

เกิดใหม่สุดยอดตัวประกอบผู้ร่ำรวยในยุค80

คำนำ

ซูหนี่เกิดใหม่อยู่ในโลกนิยายที่เคยอ่าน ในฐานะที่เป็นบุตรสาวบุญธรรมของตระกูลกู่และเพื่อตอบแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ ตัวละครประกอบหญิงดั่งเดิม‘ซูหนี่’จึงก้มหน้าก้มตาขยันทำงานและปรนนิบัติรับใช้ทุกคนในบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี โดยไม่เคยฉุกคิดแม้สักนิดว่า แท้จริงแล้วสมาชิกทุกคนในตระกูลกู่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่บุญธรรมหรือกระทั่งน้องสาวผู้อ่อนโยน ล้วนแต่สวมหน้ากากเข้าหาทั้งสิ้น! ทั้งหมดก็เพื่อจ้องฮุบทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่แท้ๆของเธอทิ้งไว้ให้!

ฮ่าฮ่า..แต่โทษทีนะ พอดีซูหนี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกแกตอนนี้ ดันเป็น‘ฉัน’นักศึกษาสาวระดับหัวกะทิ ชั้นแนวหน้าแห่งประเทศจีน! น้องสาวผู้แสนตอแหลของเธอคือนางเอกนิยายเรื่องนี้? แล้วยังไงล่ะ?

เทียบเคียงรัศมีกับสุดยอดตัวประกอบแบบฉันไหวแน่เหรอ?

***ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้นามสำนักพิมพ์ NovelHall***

ได้รับลิขสิทธิ์(Digital License)สำหรับแปลวรรณกรรมในเว็บไซต์ออนไลน์ นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

นามปากกา : Chawin ผู้แปล

ตอนที่1 เกิดใหม่สู่โลกนิยาย

ตอนที่1 เกิดใหม่สู่โลกนิยาย

“ซี๊ดด…ปวดหัวชะมัด”

ซูหนี่สติตื่นขึ้นท่ามกลางภวังค์ความเจ็บปวด

ทั้งเนื้อทั้งตัวร้อนรุ่มเสมือนร่างกายกำลังแตกสลายออกเป็นเสี่ยง กระแสความปวดระบมเจือผสมอาการชาที่แตกกิ่งก้านกระจายไปทั่วทั้งแขนและขา

ซูหนี่ปวดหนึบจนต้องนวดคลึงขมับอย่างช้าๆ ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมองโลกตรงหน้า สภาพการณ์โดยรอบภายในห้องนั้นมืดมิดไปหมด ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะปรับสายตาเพิ่มความชัดเจนได้ ในที่สุดก็มองเห็นสิ่งผิดวิสัยบางอย่างที่อยู่ร่วมเตียงเดียวกัน…

เธอถึงกับตกใจตาค้าง และพลันหายใจไม่ทั่วท้องชั่วขณะ

เวลานี้ซูหนี่กำลังนอนร่วมเตียงอยู่กับชายหนุ่มผู้หนึ่ง ร่างกายเปลือยเปล่าของเขาเผยให้เห็นมัดกล้ามล่ำสันแข็งแกร่งอยู่ต่อหน้าชัดเจน

วินาทีนั้น ซูหนี่แทบกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ นับว่ายังโชคดีที่เธอมีสติยั้งหยุดไว้ได้ทัน อึดใจต่อมาจึงเร่งพลิกตัวกระโจนหนีห่างเตียงโดยเร็ว

เนื่องเพราะเป็นเตียงเดี่ยวขนาดหนี่งคนนอน พื้นที่จึงค่อนข้างเล็กมาก แต่นี่ยังมีชายหนุ่มร่างกำยำมานอนจับจองพื้นที่อีก จึงยิ่งส่งผลให้ร่างเปลือยเปล่าของคนทั้งสองต้องแนบชิดติดกันยิ่งขึ้น โชคดีที่ซูหนี่เป็นหญิงสาวร่างเพรียวบาง ช่องว่างระหว่างเธอและเขาจึงยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง…

ร้อยพันความคิดแล่นผ่านอยู่ในหัวของซูหนี่จนโกลาหลไปหมด เธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่? จังหวะเดียวกันนั้น ชุดความทรงจำแปลกประหลาดพลันทะลักทลายไหลสู่สมองของเธอดุจกระแสน้ำที่ทั้งรุนแรงและไร้ปราณี ประหนึ่งคมเข็มที่กระหน่ำทิ่มแทงเข้าใส่

หลังจากนั้นไม่นาน ซูหนี่ก็ถึงกับถอนหายใจเหยียดยาว เสมือนเรื่องราวชวนฝันกลางวัน แต่ดันเกิดขึ้นจริง นี่เธอทะลุมิติมาเกิดใหม่ในนวนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า ‘ลุ้นรักผู้บัญชาการสุดแกร่ง’

แต่พูดก็พูดเถอะ เจ้าของร่างเดิมที่เธอทะลุมิติเข้ามาสวมบทบาทนั้น เส้นทางชีวิตของเธอสุดแสนจะรันทดเสียยิ่งกว่าอะไรดี

ซูหนี่เป็นบุตรสาวบุญธรรมของบ้านตระกูลกู่ พ่อบุญธรรมของเธอมีชื่อว่า กู่กั๋วเฉิง เขาคนนี้เคยบอกกับเธอตั้งแต่ยังเด็กว่า พ่อแม่บังเกิดเกล้าของเธอเสียชีวิตระหว่างทำภารกิจ ปฏิบัติการในครั้งนั้นเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะประสบความสำเร็จแล้ว แต่ท้ายสุดกลับต้องล้มเหลวอย่างน่าใจหาย เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เธอจึงคาดเดาเอาว่า พ่อแม่ที่แท้จริงของเธอคงจะเป็นสายลับ หรือไม่ก็ทำงานให้กับทางรัฐบาล

ทว่าในความเป็นจริง ภายนอกกลับมีข่าวลือหนาหูว่า พ่อแม่บังเกิดเกล้าของซูหนี่หายตัวไปอย่างลึกลับ ทอดทิ้งลูกของตัวเองโยนภาระให้ครอบครัวอื่นรับเลี้ยง และเวลานี้ก็หนีไปไหนต่อไหนไม่มีผู้ใดทราบ

เพราะความเห็นแก่ตัวของทั้งคู่ เธอจึงกลายมาเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ไม่ต้องการ

ภายใต้เสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้นที่ต้องทนฟังมานานหลายปี ทำให้ซูหนี่รังเกียจพ่อเป็นแม่แท้ๆของตนเองเข้ากระดูกดำ ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของครอบครัวตระกูลกู่เสียยิ่งกว่าอะไรดี ที่ยอมรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างเธอ มิหนำซ้ำยังไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดๆอีกด้วย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกสายลับ จะมีใครกล้าเสี่ยงรับเลี้ยงเธอเป็นลูกบุญธรรมล่ะ?

ด้วยความซาบซึ้งและรู้สึกนับถือน้ำใจอีกฝ่ายเรื่อยมา ซูหนี่จึงยินดีทำงานหนักเยี่ยงวัวควายอยู่ในบ้านตระกูลกู่ และยินยอมทำทุกอย่างเพื่อให้น้องสาวบุญธรรมของเธอ กู่หวานหวาน ได้มีอนาคตอันสดใสที่สุด

กู่หวานหวานคือนางเอกของนิยายเรื่องนี้ เส้นทางชีวิตของเธอล้วนโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีแต่ความสมหวังดังใจนึก ประหนึ่งว่าชะตาชีวิตของหญิงสาวคนนี้เกิดมาพร้อมกับดาวนำโชค หากเปรียบกับตัวละครสมทบอย่างซูหนี่แล้ว ตัวเธอก็เป็นเพียงแค่ผงธุลีเล็กๆที่อยู่ตามพื้นดินเท่านั้น

ไม่ว่ากู่หวานหวานจะชี้นิ้วให้เดินไปทางใด เจ้าของร่างเดิมก็เต็มใจเดินไปด้วยความยินดี แม้เบื้องหน้าจะเป็นนรกก็ตาม…

นึกถึงเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ ซูหนี่ก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ขณะเดียวกันยังเหลือบมองชายร่างเปลือยที่อยู่ข้างๆเธอ

เซิ่งเต๋าอัน

วายร้ายหลักประจำนิยายเรื่องนี้

ภายในห้องที่มืดสลัว มีม่านหน้าต่างบานหนึ่งเปิดแง้มเป็นช่องอยู่เล็กน้อย จึงมีแสงสว่างทอดส่องเข้ามาได้ ทำให้ซูหนี่พอมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งที่กำลังนอนหลับตาอยู่แท้ๆ แต่ก็ยังไม่อาจปกปิดความหล่อเหลาเย็นชาของเขาได้เลย ขนตาโค้งงอนเรียงตัวสวยงามเสียยิ่งกว่าผู้หญิง สันจมูกสูงโด่งกำลังพอดี ทรงกรามลึกตัดกับใบหน้าสวยงามนั้น เมื่อแรกเห็นเผยแสดงถึงความเย็นชาสูงส่งประหนึ่งคุณชายจากตระกูลใหญ่

ด้วยทรงไหล่ที่กว้างแกร่งกับเอวที่คอดราวกับนายแบบ มิหนำซ้ำยังมีกล้ามท้องมัดแน่นเปรี๊ยะ ทำให้ชายผู้นี้ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติประหนึ่งงานศิลป์ชั้นเอก!

ไหนจะรอยแผลเป็นฉกรรจ์สองเส้นบนแผ่นอก ลักษณะบาดแผลเป็นเส้นบางคล้ายถูกกรีดแทงเป็นทางยาว สังเกตจากสีที่ยังแดงไม่ตกสะเก็ด น่าจะแผลที่เพิ่งเกิดสดๆใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม รอยแผลเหล่านั้นกลับไม่สามารถลดทอนคุณค่าของชายผู้นี้ให้ดูด้อยลงได้แต่อย่างใด ตรงกันข้าม กลับเพิ่มรัศมีความดุดันน่าหวาดกลัวให้กับเขา จนกลายมาเป็นเสน่ห์ดึงดูดอย่างหนึ่งไปโดยปริยาย

ว่าแต่นี่เกิดอะไรขึ้นกับเธอและเขากันแน่…

ทันทีที่นึกออก ประกายตาของซูหนี่ก็ฉายสว่างวูบวาบ ทั้งหมดต้องขอบคุณสองแม่ลูกคู่งามไส้อย่างหลัวจุนฮวาซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของเธอ และกู่หวานหวาน น้องสาวผู้แสนดี๊แสนดีของเธอ!

เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดครบรอบอายุ 18 ปีของซูหนี่ และหลังจากวันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะได้รับที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อแม่แท้ๆของตนเองทิ้งไว้ให้

และนี่ก็คือสิ่งที่ครอบครัวตระกูลกู่หมายปองมาโดยตลอด แต่อีกด้าน คิดจะทำการใหญ่ย่อมต้องระแวดระวัง หากใช้ไม้แข็งบังคับข่มขู่กันตรงๆ อาจต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ถูกคนพวกนั้นกล่าวหาว่ารังแกเด็กกำพร้า ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงคิดหาวิธีบ่อนทำลายชื่อเสียงของเธอแทน และอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวเป็นข้ออ้างขับไล่เธอให้พ้นบ้านตระกูลกู่ เพียงเท่านี้ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ซูหนี่ควรจะได้ ก็จะตกเป็นของบ้านตระกูลกู่โดยชอบธรรม

ซึ่งวิธีบดขยี้ชื่อเสียงเธอให้ปนปี่ยับเยินก็ช่างง่ายดายนัก แค่จัดฉากร่วมรักสุดฉาวโฉ่ขึ้นมาก็สิ้นเรื่อง และชายผู้โชคดีที่จะต้องมาเป็นคู่นอนของเธอนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือเซิ่งเต๋าอัน

ตราบใดที่ซูหนี่ต้องโทษมีคดี แอบลักลอบมีสัมพันธ์สวาทกับชายที่ไม่รู้จักแล้วล่ะก็ ภายใต้แรงกดดันของผู้คนในสังคมรอบข้าง ยังไงซะเธอก็ไม่มีหน้าทนอยู่ในหมู่บ้านหยุนเฉิงแห่งนี้ได้อีกต่อไปอย่างแน่นอน

“ฉันรู้นะว่าคุณไม่ได้หลับ”

ซูหนี่พ่นลมผ่านลำคอแผ่วเบา กลายเป็นเสียงแหบพร่าเมื่อเปล่งออกมา

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซิ่งเต๋าอันก็ลืมตาตื่นขึ้นทันที โผล่พรวดพุ่งขึ้นคว้าลำคอของซูหนี่ไว้อย่างว่องไว ประกายตาดุจสัตว์ป่าน่าสะพรึงกลัวของเขาฉายแสงเย็นยะเยือก พร้อมเปล่งคำสั้นๆแต่ดุดันยิ่งว่า

“ถ้ารู้ดีนักก็พูดมา วางยาจัดฉากกันแบบนี้ เธอต้องการอะไร!?”

ซูหนี่ตะเกียกตะกายคว้าจับท่อนแขนของเขาไว้ ปากก็ร้องสำลักรุนแรงเจียนขาดอากาศหายใจ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาติดขัดพูดได้กระท่อนกระแท่น

“ปล่อย…ปล่อยก่อน…”

ใจเย็นก่อนพ่อหนุ่ม!

เป็นอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด พบเจอกันครั้งแรกก็ลงมือลงไม้คุกคามกันขนาดนี้

สมแล้วที่เป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง!

แววตาความเหี้ยมโหดที่ชายผู้นี้ครอบครองนั้น ดุดันเยี่ยงสัตว์ป่าอย่างแท้จริง ถูกรัศมีตัวร้ายสุดแสนเย็นชาแผ่ครอบคลุมกดดันหนักหน่วงเช่นนี้ ทำเอาซูหนี่ถึงกับสั่นกลัวเกินหักห้าม กังวลว่าตนเองจะต้องมาจบชีวิตคามืออีกฝ่ายเสียก่อนหรือไม่?

“ไม่ใช่…ฉันไม่…ฉันไม่ได้ทำ ฉันเองก็…ตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน!”

ซูหนี่รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ฝืนพูดตะกุกตะกักจนจบ ใบหน้าของเธอผลัดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะขาดอากาศหายใจ แต่ถึงอย่างนั้น สายตาทั้งคู่ของเธอยังคงใสสว่างเฉียบคมเต็มไปด้วยความหนักแน่น

ไร้ซึ่งร่องรอยความผิดปกติฉายผ่านสายตาคู่นั้น ท้ายที่สุด เซิ่งเต๋าอันจึงยอมผ่อนแรงปล่อยมือลง แต่ก็จับร่างของหญิงสาวเหวี่ยงทุ่มลงบนเตียงแทน

ถัดมา เขาจึงค่อยก้มเดินเก็บเสื้อผ้าของตนที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้นขึ้นมาทีละชิ้นสองชิ้น ทุกอากัปกิริยาการเคลื่อนไหวของเขาล้วนมีราศีสง่างาม เสมือนบุรุษผู้สูงศักดิ์ก็ไม่ปาน

น้ำเสียงของเขายังคงรักษาความเย็นชาไว้เต็มเปี่ยม เร้นซ่อนแววคุกคามเป็นภัยแฝง

“ก่อนที่ผมจะแต่งตัวเสร็จ หวังว่าจะได้ยินคำตอบที่รื่นหู”

“โอ้ อืม…”

ซูหนี่สะดุ้งตื่นจากภวังค์ เห็นอีกฝ่ายกำลังสวมใส่เสื้อผ้าอยู่ต่อหน้า วินาทีนั้นเธอก็เกือบจะเคลิบเคลิ้มตาม

เธอยังพอจดจำเนื้อหาในนวนิยายเรื่องนี้ได้ลางๆ กู่หวานหวานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐประจำสหพันธ์สตรีในเขตอำเภอชิงไห่ ต่อมา เธอมีภารกิจต้องเดินทางไปที่โรงงานเหล็ก เพื่อเข้าแสดงความเสียใจต่อการตายของสหายหญิงเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่บังเอิญเกิดเหตุเพลิงไหม้จากหม้อต้มแรงดันระเบิด ในเวลาต่อมา ทหารหนุ่มสองนายอย่างเซิ่งเต๋าอันและเฉินหยุนถิงก็ได้ฝ่าทะเลเพลิงบุกเข้าไปช่วยเธอออกมาได้

วีรบุรุษผู้กอบกู้ชีวิตมีถึงสอง แต่คนหนึ่งพยายามแทบตายกลับได้เพียงคำขอบคุณ ส่วนอีกคนอย่างเฉินหยุนถิงที่กู่หวานหวานแอบชื่นชอบมานาน เธอถึงขั้นเดินทางไปพบอีกฝ่ายที่กองพันซึ่งเขาสังกัดอยู่ เพื่อส่งมอบสินน้ำใจตอบแทนให้เป็นการส่วนตัว

ทางฝั่งเซิ่งเต๋าอันนั้น หลัวจุนฮวาได้เอ่ยปากเสนอขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารให้แก่เขาเพื่อตอบแทนน้ำใจ และหวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก ระหว่างที่มื้ออาหารดำเนินไปตามปกตินั้น หลัวจุนฮวาที่ในหัวได้วางแผนการตระเตรียมไว้แล้ว ในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเผลอ เธอก็ได้แอบใส่ยาบางชนิดลงไปในอาหาร จากนั้น ก็จับซูหนี่และเซิ่งเต๋าอันขังไว้ในห้องเดียวกัน

จากเนื้อเรื่องในตอนนี้ แสดงว่าคนกลุ่มนั้นใกล้จะมาถึงที่นี่เพื่อจับผิดเธอกับเขาแล้วสินะ?

ทันทีที่คิดได้เช่นนั้น ซูหนี่ก็ขมวดคิ้วและเร่งอธิบายโดยเร็ว

“ทั้งหมดเป็นฝีมือของแม่บุญธรรมฉันเอง ทั้งหมดที่เธอทำลงไปก็เพื่อต้องการทำลายชื่อเสียงของฉัน ส่วนคุณก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ติดรากแหไปด้วยเท่านั้น!”

เซิ่งเต้าอันไล่ติดกระดุมชุดเครื่องแบบทหารทีละเม็ดอย่างใจเย็น ปากก็เอ่ยตอบกลับสั้นๆอย่างไม่แยแส

“แล้ว?”

แล้ว..งั้นเหรอ?

ซูหนี่ถึงกับแอบกลอกตามองค้อนใส่อีกฝ่าย และเร่งขยายความต่อ

“แม่บุญธรรมของฉันกำลังพากู่หวานหวานกับเฉินหยุนถิงมาที่นี่น่ะสิ นี่ก็คงใกล้จะมาถึงกันแล้ว! สองคนนั้นพยายามจัดฉากใส่ความพวกเราเพื่อสร้างความเข้าใจผิด! ถ้าถูกจับได้ขึ้นมา พวกเราสองคนมีแต่เสียกับเสีย!”

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เซิ่งเต๋ากลับไร้ปฏิกิริยาใดๆ เพียงแค่โยนกองเสื้อผ้าของเธอให้อย่างลวกๆเท่านั้น

“ปากบอกไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด แต่ตัวเองยังไม่รีบใส่เสื้อผ้า?”

เขาพูดขึ้นอย่างใจเย็น

“นี่คุณ…”

ซูหนี่เขินอายสุดขีดจนใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู กวาดตามองเรือนร่างขาวนวลดุจหิมะที่เปลือยเปล่าของตนเอง จะมีก็เพียงแค่ผ้าห่มผืนบางที่ปกคลุมอยู่เท่านั้น ซ้ำร้ายยังมีรอยจ้ำสีแดงปรากฏอยู่ตามเนื้อตามตัวหลายแห่งด้วย

เธอพ่นเสียงกระแทกใส่ทั้งเศร้าสลดระคนหงุดหงิด แต่ไม่คิดจะร้องขอให้เซิ่งเต๋าอันออกหน้ารับผิดชอบอันใดเช่นกัน

อย่าได้ลืมเชียวว่า ชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นคือใคร?

นี่มันตัวร้ายหลักประจำนิยายเรื่องนี้!

ในเวลาเดียวกัน… จู่ๆพลันมีเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ดังอยู่นอกประตู และกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา

แววตื่นตระหนกพลันโฉบแล่นผ่านดวงตาทั้งคู่ของซูหนี่ทันที!

ตอนที่2 ไหนลองอ่านดู

ตอนที่2 ไหนลองอ่านดู

ณ ประตูรั้วหน้าบ้านตระกูลกู่

หลัวจุนฮวานำคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีกู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงบุกตรงเข้ามา ปิดท้ายด้วยนายทหารอีกสองสามนายซึ่งรับหน้าที่เข้ามาตรวจดูเหตุการณ์ ชายแต่ละคนล้วนสวมใส่เครื่องแบบสีเขียวพร้อมปลอกแขนรูปดาวแดง ทุกย่างก้าวของพวกเขาตบเท้าเดินอย่างดุดัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความกระตือรือร้นและภาคภูมิ ทุกคนในที่นี้ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การปราบปรามผู้กระทำผิดและสร้างความชอบธรรมให้แก่สังคม

“คนชั่วพวกนี้กล้าทำเรื่องผิดประเวณีกันกลางวันแสกๆ! น่าสมเพชที่สุด! เป็นตายยังไงวันนี้เราก็จะต้องจับตัวพวกมันมารับโทษให้ได้!”

“ถูกต้องแล้วสหายต้า ไอ้เจ้าเซิ่งเต๋าอันคนนี้ ฉันได้ข่าวมาว่ามันเคยมีประวัติเสียอยู่ในกองทัพ ถึงขนาดต้องโทษถูกย้ายไปทำงานในโรงงานเหล็กแล้ว มันก็ยังไร้วินัยไม่มีสำนึกเหมือนเดิม! คราวนี้ล่ะ ถึงเวลาลงดาบจริงๆซะที!”

“สาเหตุที่มันกล้าหัวกบฏแบบนี้ ได้ยินมาว่ามีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังอยู่”

“ฮ่าฮ่า น่าตลกชะมัด! ยังมีสุนัขหน้าไหนกล้าตั้งตนอยู่เหนือประชาชนอีก! พวกเราอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมนิยม ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียม! ถ้าไอ้ชาติชั่วนั่นมันกล้าเก็บซ่อนนายทุนไว้เบื้องหลังจริงๆล่ะก็ ต่อให้มีอำนาจบาตรใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีทางรอด!”

สหายเหล่านั้นจับกลุ่มพูดคุยกันเบาๆ

กู่หวานหวานส่งเสียงกระแอมไอเล็กน้อย พร้อมเผยปรากฏร่องรอยความกังวลผ่านใบหน้าใสซื่อของตน แอบชักมือกระตุกแขนเสื้อเฉินหยุนถิงอย่างแผ่วเบา

สัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงของสาวน้อยขี้อาย เฉินหยุนถิงจึงลดระดับฝีเท้าลงพร้อมเหลียวหลังกลับไปมอง

“เอ่อ..สหายเฉิน ปกติพี่สาวของฉันค่อนข้างหูเบาเชื่อคนง่าย ถ้าคราวนี้สืบค้นได้ว่า เธอถูกเซิ่งเต๋าอันหลอกมาขืนใจจริงๆ สหายเฉินพอจะช่วย…ปล่อยเธอไปได้มั้ย?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินหยุนถิงจึงปั้นสีหน้าเคร่งขรึม พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ถ้าสหายซูหนี่ถูกบังคับขืนใจจริงๆ คดีนี้ย่อมถือว่าเธอตกเป็นเหยื่อ กฎหมายย่อมอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน แล้วยังมีอะไรให้ต้องกังวลอีกงั้นเหรอ? หรือมีเรื่องอะไรมากกว่านั้นครับ?”

“ฉัน…ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นค่ะ ฉันเชื่อค่ะว่าพี่ซูหนี่ไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน!”

กู่หวานหวานส่ายหน้าพร้อมน้ำตาหยดน้อยที่เริ่มเอ่อ ได้แต่ส่งยิ้มหวานปนเศร้าให้เฉินหยุนถิง ประหนึ่งว่า ต่อให้วันนี้จะมืดหม่นเพียงใด แต่เธอก็จะยิ้มสู้ต่อไป

เห็นเช่นนั้น เฉินหยุนถิงได้แต่แอบใจสั่นเต้นระรัว แท้ที่จริงเขาเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของกู่หวานหวานมาพักหนึ่งแล้ว นอกเหนือจากเสน่ห์ความสวย เธอคนนี้ยังมีจิตใจอ่อนโยนด้วย นับเป็นมิตรสหายที่ดีและหาได้ยากยิ่งภายในสหพันธ์สตรี

ครั้งแรกที่ได้ยิน เขายังคิดว่าคงเป็นการเยินยอเกินจริง แต่หลังจากได้พบปะสนทนากันระยะหนึ่ง ทุกอากัปกิริยาและคำโต้ตอบของกู่หวานหวาน ล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์และความจริงใจ จนทำให้เขารู้สึกว่า ตัวจริงของผู้หญิงคนนี้ช่างประเสริฐเสียยิ่งกว่าที่ผู้คนร่ำลือกันอีก

เห็นถึงความประทับใจที่เฉินหยุนถิงมีต่อกู่หวานหวานผู้เป็นลูกสาว หลัวจุนฮวาลอบแสยะยิ้มชั่วร้ายกับตัวเอง หลังจากที่จับซูหนี่กับเซิ่งเต๋าอันขังอยู่ในห้องเดียวกันแล้ว เธอก็รอฟังผลลัพธ์อยู่ในบ้านต่ออีกครู่หนึ่ง

ทันทีที่ทั้งคู่เริ่มส่งเสียงครวญครางดังขึ้น หลัวจุนฮวาก็รีบวิ่งแจ้นไปที่กองพัน เพื่อเรียกบุตรสาวของตนกับเฉินหยุนถิงให้มาช่วยตรวจสอบ

ขอเพียงจับสองคนนั้นได้คาหนังคาเขา วีรกรรมในวันนี้ก็จะกลายมาเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ตระกูลกู่ของเธอ!

แต่ถึงอย่างนั้น กว่าจะรอให้ยาออกฤทธิ์ก็ดี กว่าจะพากู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงมาถึงที่นี่ก็ดี กระบวนการทั้งหมดต้องเสียเวลาไปร่วมสองชั่วโมงทีเดีว

ช้ากว่ากำหนดการเดิมเล็กน้อย

แต่นี่ไม่น่าใช่ปัญหา เพราะปริมาณยาที่เธอใช้มอมเมาทั้งสองคนนั้นค่อนข้างมาก ไม่มีทางที่ทั้งคู่จะฟื้นคืนสติตื่นขึ้นมาได้ทันอย่างแน่นอน

หุหุ

แผนการคราวนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับลูกสาวของเธอจริงๆ!

ทั้งโฉนดที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดของนังโง่ซูหนี่ อีกไม่นานก็จะตกเป็นของลูกสาวเธอแล้ว!

คิดได้เช่นนั้น หลัวจุนฮวาก็พลันยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขเหลือล้น อดเร่งเร้าคนอื่นๆไม่ได้

“สหายทั้งหลาย สองคนนั้นน่าจะยังหลับอยู่ในห้อง รีบเข้าไปดูกันเถอะ!”

ตัดภาพอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ภายในบ้านตอนนี้

เวลาบีบคั้นเข้าใกล้ทุกที ซูหนี่เพิกเฉยต่อความเขินอายทั้งมวล สะบัดผ้าห่มเพียงผืนเดียวที่ปิดคลุมเรือนร่างทิ้งอย่างไม่ไยดี สองมือพัลวันคว้าเสื้อผ้ากางเกงในเร่งสวมใส่ทันที ขณะเดียวกันก็ยังหันไปปั้นหน้าขึงขังพูดกับฝ่ายชายว่า

“สหายเซิ่งเต๋าอัน ตอนนี้มีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เอาเป็นว่าฉันจะสรุปให้ฟังสั้นๆนะ ไม่ว่าจะแก้ตัวยังไงตอนนี้ก็ไม่คงทันแน่ ทันทีที่คนพวกนั้นมาถึง ก็แค่บอกไปว่า พวกเรากำลังคบหาดูใจกันอยู่ แค่นั้นพอ! เพราะถ้าจับพวกเราอยู่บนเตียงคาหนังคาเขาไม่ได้ ก็ถือว่าไม่ผิด จริงมั้ย?”

“ไม่อย่างนั้น พวกเราทั้งคู่ต้องแย่แน่ ลองคิดดูนะ ตัวฉันคงต้องถูกรุมประณามแล้วขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ส่วนคุณอาจโดนข้อหาหนักถึงขั้นเข้าคุกเข้าตาราง ต่อให้จะมีเส้นสายก็เถอะ แต่ครั้งนี้ไม่น่าจะรอด!”

“ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน ขอแค่วันนี้เอาตัวรอดไปให้ได้ก่อน หรือจะให้ฉันสาบานก็ยังได้ หลังจากที่เรื่องทุกอย่างจบลง ฉันสัญญาจะไม่มายุ่มย่ามหรือรบกวนชีวิตของคุณอีกตลอดไป”

คู่ชายหญิงสบประสานมองตากัน ซูหนี่จ้องตรงไปยังนัยน์ตาลึกล้ำสีดำสนิทของอีกฝ่าย เฝ้ารอคอยคำตอบภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นเข้ามาทุกที

“ไม่ต้องห่วง ผมจะรับผิดชอบคุณเอง”

ประกายตาคมชัดสีเข้มขลับของเซิ่งเต๋าอันจ้องมองซูหนี่อย่างห้าวหาญแน่วแน่ ราวกับเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปเรียบร้อยแล้ว

ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ เขาย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับบุตรสาวบุญธรรมตระกูลกู่แล้วเช่นกัน ลือกันว่า เธอคือลูกเป็ดขี้เหร่ที่มีน้องสาวเป็นถึงหงส์ขาวแสนงดงาม

อย่างไรเสีย สิ่งที่ตาของเขาได้เห็นในวันนี้กลับไม่เหมือนข่าวลือแม้แต่น้อย ผู้หญิงคนนี้ทั้งใจเย็นและมีเหตุผล ภายใต้สถานการณ์เลวร้ายสุดขีดถึงขั้นเรียกได้ว่า สามารถบดขยี้อนาคตที่สดใสของเธอได้อย่างไม่ยากเย็นนี้ แต่ตัวเธอกลับไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกใดๆออกมาให้เห็นเลย

เธอค่อยๆลงมือแก้ไขสถานการณ์ไปทีละขั้นตอน คัดสรรหาวิถีทางที่ดีที่สุดและตัดสินใจออกมาได้อย่างฉับไวไร้ที่ติ

ต้องพูดเลยว่า กระทั่งตัวเขาในตอนนี้ยังเริ่มสนใจในตัวซูหนี่ขึ้นบ้างแล้ว

เซิ่งเต๋าอันยกมือลูบศีรษะหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ลูบไล้ไล่เรียงตามไรผมยาวสลวยไปสุดอยู่ที่ใบหน้ารูปไข่สวยงาม ผิวพรรณผ่องใสของเธอช่างเนียนขาวละเอียดดั่งหิมะ มีเสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลงจนทำให้เขาถึงกับใจสั่นสะท้านที่ปลายนิ้วเมื่อสัมผัส เวลาเดียวกันนั้น ภาพฉากสุดร้อนแรงยามที่เธอขึ้นคร่อมขี่ดุจม้าพยศบนเรือนร่างของเขาในตอนนั้น ก็พลันผุดปรากฏขึ้นเลือนลางในใจ

ซูหนี่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าลูกเป็ดขี้เหร่เลยสักนิด ทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือไร้สาระทั้งสิ้น และมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดว่า แท้จริงแล้ว ภายใต้เสื้อผ้าตัวใหญ่หลวมโคร่งของเธอนั้น ได้เก็บซ่อนเรือนร่างทรงโตสุดยั่วยวนปานใดเอาไว้

เซิ่งเต๋าอันเร่งระงับดับไฟอารมณ์ภายในใจจนสิ้น จากนั้น จึงเร่งจับไหล่ของเธอกดให้นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสืออย่างรวดเร็ว

เขาเปิดลิ้นชักหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า ‘คำปฏิญาณจากมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่’ ออกมาและกางเปิดไว้บนโต๊ะเสร็จสรรพ

“เอาล่ะ ลองอ่านบรรทัดต่อไป”

“ห๊ะ?”

ซูหนี่นั่งตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ บริเวณใบหน้าที่เรียวนิ้วของชายหนุ่มลูบไล้สัมผัสยังคงร้อนผ่าวไม่จางหาย

เปลี่ยนเรื่องเร็วแท้

เซิ่งเต๋าอันกระตุกเชือกเปิดโคมไฟบนโต๊ะให้ส่องสว่าง หมุนตัวย้อนกลับไปที่เตียงและทำการสะบัดผ้าปูจัดระเบียบให้เรียบร้อย แล้วจึงค่อยเดินถือดินสอกลับมาทำท่านั่งสอนหนังสือหญิงสาวด้วยท่าทีเป็นปกติ

เขาไม่วายเอียงตัวขยับเข้าชิดใกล้ซูหนี่ ยื่นมือชี้ปลายดินสอไปที่อักษรประโยคหนึ่งในหนังสือ ปลายเสียงเข้มผสานความนุ่มลึกพ่นผ่านใบหูของเธอเบาๆ ทำเอาซูหนี่ถึงกับเสียวสันหลังวาบพร้อมสั่นระทวยเล็กๆ

“อ่านประโยคนี้ออกใช่มั้ย?”

“ชะ-ใช่ค่ะ” ซูหนี่พยักหน้าแอบใจสั่นเบาๆ

ในฐานะที่เป็นถึงนักศึกษาชั้นหัวกะทิระดับแนวหน้าของประเทศ อย่าว่าแต่อ่านออกเลย กระทั่งช่วงปีที่มหาบุรุษผู้นี้พูดออกมาครั้งแรก รวมไปถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ใกล้เคียงกัน เธอก็สามารถไล่เรียงสาธยายให้ฟังได้ครบถ้วน มิหนำซ้ำ เจ้าของร่างเดิมยังเป็นคนเรียนเก่งอีกด้วย ดังนั้นแล้ว นี่จึงไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย

“บัดนี้ประชาชนจีนได้ลุกขึ้นแล้ว”

ซูหนี่อ่านท่องเสียงไม่ดังหรือเบาจนเกินไป คอยรับฟังการเคลื่อนไหวจากภายนอกไปด้วย และสิ่งที่ได้ยินค่อนข้างชัดเจนก็คือ เสียงกระแทกเท้าที่ค่อยๆใกล้เข้ามา

บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ใครเข้าออกจึงย่อมรู้ตัวได้ไม่ยากนัก

พริบตาถัดมา เสียงถีบประตูก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ‘ปัง!’ มันถูกเปิดขึ้นทันทีจากภายนอก

ตอนที่3 แม่ลูกการละคร

ตอนที่3 แม่ลูกการละคร

เสมือนฟ้าถล่มดินทลาย หลัวจุนฮวาไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่า ภายในนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เธอก็ยังกรีดร้องเสียงดังลั่นบ้านชนิดไม่สนอะไรทั้งนั้น

“กรี๊ดด! ไอ้พวกวิตถาร!! จับตัวพวกมันเร็ว! จับตัวพวกมันเร็วเข้า!!”

ซูหนี่สาดประกายตาคู่ใสจ้องจับไปทางหลัวจุนฮวาด้วยความสับสน ในมือกำลังถือหนังสือปรัชญา เธอหันกลับไปร้องถามด้วยสีหน้าฉงน

“อ้าว แม่เองเหรอคะ? เมื่อกี้พูดอะไรเหรอคะ?”

“เกิด…เกิดอะไรขึ้น?”

หลัวจุนฮวาอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เอ่ยเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่า

“ซูหนี่ ลูกกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”

“กำลังอ่านหนังสือปรัชญาของมหาบุรุษอยู่อยู่ค่ะแม่”

เธอเอียงศีรษะอย่างไร้เดียงสาทำสีหน้าท่าทางฉงนใจเล็กน้อย พร้อมโบกหนังสือในมือขึ้นชูให้ดูเป็นหลักฐานต่อหน้าทุกคน

ซูหนี่ยังพูดเสริมอีกว่า

“แม่คะ เราเชิญสหายเซิ่งมาร่วมทานข้าวเที่ยงด้วยกันวันนี้ไม่ใช่เหรอคะ? เขาเองก็รับราชการทหาร มิหนำซ้ำยังเคยผ่านการร่วมรบในศึกใหญ่มาด้วย ทำให้เขารู้ซึ้งในปรัชญาของท่านมหาบุรุษอย่างถ่องแท้ หนูก็เลยวานให้มาช่วยสอนให้น่ะค่ะ เขาสุดยอดมากเลยนะคะแม่ สหายเซิ่งเก่งมากจริงๆ!”

“โกหก!”

หลัวจุนฉวาเร่งร้องสบถขึ้นขัดจังหวะ เธอชี้หน้าคำรามใส่ซูหนี่อย่างเกรี้ยวกราด

“อย่ามาตอแหลหน่อยเลย! เห็นๆอยู่ว่าแกกับไอ้หมอนี่กำลังร่วมรักกันอยู่ชัดๆ! อย่าคิดว่าฉันไม่ได้ยินนะ!!”

ถูกอีกฝ่ายตะคอกเสียงดังชี้หน้าด่าใส่เช่นนี้ ซูหนี่ก็ถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น แสร้งมีน้ำตาร่ำไห้ออกมาพร้อมตัดพ้อกับตัวเอง

“ฮึกๆ…แม่คะ ทำไม…ทำไมต้องกล่าวหาหนูแบบนี้ด้วย? หรือเพราะหนูเป็นแค่เด็กกำพร้าที่แม่เก็บมาเลี้ยงใช่มั้ยคะ? อะไรไม่ดีก็เลยโทษแต่หนู ฮึกๆ..หนูเคยทำเรื่องแบบนั้นที่ไหนกัน!”

วินาทีเดียวกันนั้น ซูหนี่ก็สบผสานสายตากับกู่หวานหวาน รูปร่างหน้าตาของคู่พระนางอย่างเธอและเฉินหยุนถิงฉายสะท้อนชัดเจนผ่านนัยน์ตาคู่นี้ ตามเนื้อหาเดิมในนวนิยาย ภายหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ กู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงก็ได้ผลงานกันไปเต็มๆ ส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามสายงานของแต่ละคน

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งนี้ยังทำให้ความสัมผัสระหว่างกู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วอีก้วย

จากเพื่อนนักปฏิบัติชาติสู่คู่รักที่หวานชื่น

ส่วนเธอและเซิ่งเต๋าอัน ก็เป็นได้แค่บันไดหินส่งให้คู่รักทั้งสองปีนป่ายขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของชีวิต!

ซูหนี่กระพริบตาปริบๆ ขนตายาวของหญิงสาวสะบัดพลิ้วเปื้อนไปด้วยน้ำตาดูช่างน่าสงสารเห็นใจยิ่ง เธอเริ่มเก็บอาการไม่อยู่พร้อมร้องไห้หนักขึ้น ท้ายสุดได้แต่โยนตัวเองเข้าสู่อ้อมกอดของกู่หวานหวาน เอ่ยทั้งน้ำตาว่า

“หวานหวาน เข้าใจความรู้สึกของพี่คนนี้ใช่มั้ย! พี่ไม่ใช่คนแบบนั้นเลย ถ้า…ถ้าแม่รังเกียจเดียดฉันท์กันขนาดนี้ล่ะก็ พี่จะเป็นฝ่ายไปเอง! พี่จะไปจากชีวิตของทุกคนเอง!”

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเอาชีวิตมาพัวพันอยู่กับพวกชาติสุนัขตระกูลกู่ ต่อหน้างานแสดงฉากใหญ่เช่นนี้ มีอะไรดีซูหนี่ก็งัดออกมาใช้ทั้งหมด!

สองนิ้วของเธอจีบจับ ซูหนี่หยิกต้นขาตัวเองสุดแรง หวังบีบเค้นเรียกน้ำตาให้ไหลอาบแก้มสุดชีวิต ร้องห่มร้องไห้เสียงดังอย่างไม่อาย

“พี่ซูหนี่ อย่าร้องไห้ไปเลยนะ ให้ฉันถามแม่ก่อนดีกว่าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ บางทีพี่ซูหนี่อาจจะแค่เข้าใจผิดไปเท่านั้นเอง”

กู่หวานหวานจำใจรับบทน้องสาวผู้แสนดี โอบกอดปลอบโยนซูหนี่ด้วยความรักใคร่

ระหว่างนั้น จังหวะที่หลายคนไม่ทันสังเกตเห็น กู่หวานหวานก็ส่งสายตาไม่พอใจถลึงใส่หลัวจุนฮวาผู้เป็นแม่ แม้ก่อนหน้าไม่ทันมีโอกาสได้สอบถามความคืบหน้า แต่เท่าที่เห็นรูปการณ์ขณะนี้ เธอก็พอคาดเดาได้แล้วว่า เกิดอะไรขึ้น

แม่นะแม่ ไหนว่าเข้าใจแผนการดีแล้วยังไงล่ะ! ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้?

เรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ยังทำพลาด! โง่สิ้นดี!

ร่องรอยความไม่พอใจฉายปรากฏขึ้นในดวงตาของกู่หวานหวาน เธอคนนี้เกลียดคำว่าล้มเหลวเป็นที่สุด เว้นเสียแต่ว่าตนเองจะเป็นคนทำพลาดเท่านั้น

ในเมื่อผิดแผนพลาดเป้า กู่หวานหวานจึงเร่งขยิบตาส่งสัญญาณให้อย่างลับๆ ปากก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า

“แม่หูแว่วไปเองรึเปล่าคะ? เสียงที่ได้ยินอาจจะเป็นเสียงพี่ซูหนี่กำลังร้องไห้ก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ?”

ประโยคท้ายคล้ายทิ้งปมเป็นนัยแฝง ซูหนี่ที่กำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย ภายในใจถึงกับสะดุ้งตกใจไม่น้อย ปรากฏว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่คิด ถึงขนาดพูดเปิดช่องให้จังหวะหลัวจุนฮวาแถได้ต่อ

แน่นอน หลัวจุนฮวาได้โอกาสจึงรีบคว้าหมับไว้แน่น ต่อมาถึงขั้นร้องไห้ปาดน้ำตาเช่นกัน

“ซูหนี่ แม่ขอโทษ แม่ขอโทษนะลูก ฮึกๆ… ความจริงแม่เองก็ทั้งเครียดทั้งกังวลจนพูดจาผิดเพี้ยนไป ใช่ว่าแม่จะกล่าวหาลูกแอบไปมีสัมพันธ์กับผู้ชาย แต่ความจริงสิ่งที่แม่ได้ยินก็คือ ลูกกำลังถูกผู้ชายคนนี้บังคับขืนใจ นี่…เป็นความจริงใช่มั้ยซูหนี่?”

กู่หวานหวานโอบกอดซูหนี่พร้อมลูบไล้ศรีษะปลอบขวัญอย่างแผ่วเบา

“จริงเหรอคะพี่ซูหนี่ มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาเถอะค่ะ พวกเราต่างก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มิหนำซ้ำตรงนี้ก็มีคนจากกองพันอยู่พร้อมหน้า พวกเขาไม่มีวันปล่อยคนชั่วให้ลอยนวลอย่างแน่นอน!”

ระหว่างที่เปล่งเสียงพูดออกมาเช่นนั้น ก็ได้หันไปสบตาเฉินหยุนถิงจนอีกฝ่ายต้องหลบตาหน้าแดงขึ้นฉับพลัน

เสมือนเฉินหยุนถิงคนนี้ถูกปลุกกระตุ้นความหาญกล้าขึ้น เขาตบเท้าเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ ทุบอกตนเองเบาๆพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

“สหายซูหนี่ ถ้าถูกอีกฝ่ายข่มขู่หรือรังแกจริงๆ ขอจงบอกกับผมอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องกลัวครับ ตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครรังแกคุณได้เด็ดขาด!”

คล้อยหลังรับฟังคำพูดสุดลิเกของอีกฝ่าย ซูหนี่ก็ถึงกับเม้มริมฝีปากกดแน่น ผู้ชายแบบนี้ดีแต่พูดล่ะสิไม่ว่า

นี่น่ะเหรอพระเอก? ไม่เห็นจะมีราศีอะไรเลย!

ซูหนี่ผละตัวเองออกจากอ้อมแขนของกู่หวานหวานทั้งน้ำตานองหน้า ส่ายหัวอย่างสับสนขณะเอ่ยตอบ

“ไม่ใช่แบบนั้น สหายเซิ่งไม่ได้ข่มขู่ขืนใจอะไรฉันเลย พวกเราตั้งหน้าตั้งตาเรียนกันอยู่จริงๆ”

“เรียนอีท่าไหนต้องปิดประตูอยู่กันสองต่อสองแบบนี้?”

หลัวจุนฮวาตอบโต้สบถใส่อย่างเหลือทน

จังหวะนั้น เซิ่งเต๋าอันที่นิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดก็ได้ปริปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ในเมื่อบอกเองว่าได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้กับหู แต่แทนที่จะรีบเข้าไปช่วย กลับเสียเวลาวิ่งออกไปเรียกคนอื่นนี่นะ? ไม่คิดว่ามันแปลกเกินไปหน่อยเหรอครับ?”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...