โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘โจวจื้อหลิน’ ผู้รอดชีวิต ‘สังหารหมู่หนานจิง’ จากไปในวัย 99 ปี

Xinhua

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 09.35 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : พิธีรำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง ในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน วันที่ 3 เม.ย. 2024)

หนานจิง, 22 ก.ค. (ซินหัว) — วันจันทร์ (22 ก.ค.) หอรำลึกเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงโดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่น รายงานว่าชายจีนนามโจวจื้อหลิน หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง ได้เสียชีวิตลงในวัย 99 ปีเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ส่งผลให้มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเหลือเพียง 32 คน

เหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงเกิดขึ้นเมื่อกองกำลังทหารญี่ปุ่นยึดครองเมืองหนานจิงเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 1937 โดยในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ทหารญี่ปุ่นได้เข่นฆ่าพลเรือนและทหารไร้อาวุธชาวจีนราว 300,000 ราย ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่โหดร้ายทารุณที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง

โจวเกิดเมื่อเดือนธันวาคม 1925 โดยเมื่อตอนที่เหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้น โจวในวัย 12 ปีและลุงของเขาเผชิญหน้ากับกองทหารญี่ปุ่นในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตำบลฉีหลินของเมืองหนานจิง ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ในสนามหญ้าข้างสระน้ำ ทว่าลุงของโจวถูกทหารญี่ปุ่นใช้ดาบปลายปืนสังหารอย่างน่าสลด ขณะที่โจวรอดชีวิตมาได้จากการแกล้งทำเป็นว่าเสียชีวิต

ครั้งหนึ่งโจวเคยเล่าย้อนว่าเขาเจอประสบการณ์เฉียดตายแบบนี้ถึงสามครั้งระหว่างเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง

อนึ่ง รัฐบาลจีนเก็บรักษาคำให้การของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงด้วยการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและคลิปวิดีโอ โดยเอกสารเหล่านั้นถูกขึ้นทะเบียนอยู่ในโครงการความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World Register) ขององค์การยูเนสโกเมื่อปี 2015

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...