สรุป 2 ปีแห่งการลอบสังหารและความรุนแรงทางการเมืองรอบตัว "ทรัมป์"
วันนี้ (26 เม.ย.2569) นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2567 สังคมสหรัฐอเมริกาก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความแตกแยกทางการเมืองรุนแรงที่สุดยุคหนึ่ง ซึ่งสะท้อนผ่านความพยายามลอบสังหารและประทุษร้ายต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์ที่รุนแรงและเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2567 ณ เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย
ก.ค.2567 บัตเลอร์ เพนซิลเวเนีย
ในวันดังกล่าว ขณะที่ทรัมป์กำลังปราศรัยหาเสียงบนเวทีกลางแจ้ง โทมัส แมตทิว ครุกส์ ชายวัย 20 ปี ได้ใช้ปืนเล็กยาวสไตล์ AR-15 กระหน่ำยิง 8 นัด จากหลังคาอาคารที่อยู่ห่างออกไปเพียง 400 ฟุต กระสุนนัดหนึ่งถากใบหูขวาของทรัมป์จนเลือดอาบหน้า เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผู้ร่วมงานหนึ่งรายคือ คอรีย์ คอมเพอราทอรี เสียชีวิตขณะปกป้องครอบครัว และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย
ทรัมป์รอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์ พร้อมหันหน้ามองผู้เข้าร่วมปราศรัยและชูกำปั้นตะโกนว่า "สู้! สู้! สู้!" จนกลายเป็นภาพจำประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการรอดชีวิต
ก.ย.2567 เวสต์ปาล์มบีช ฟลอริดา
อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ในวันที่ 15 ก.ย.2567 เกิดความพยายามลอบสังหารครั้งที่ 2 ที่สนามกอล์ฟ ทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล ในเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เจ้าหน้าที่กรมกิจลับสหรัฐฯ (United States Secret Service - USSS) สังเกตเห็นลำกล้องปืนไรเฟิล SKS ยื่นออกมาจากพุ่มไม้ใกล้แนวรั้วสนามกอล์ฟที่ทรัมป์กำลังเล่นอยู่
มือปืนคือ ไรอัน เวสลีย์ เราธ์ ชายวัย 58 ปี ที่ซุ่มรออยู่นานถึง 12 ชั่วโมง เขาพยายามหลบหนีแต่ถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา ต่อมาในวันที่ 4 ก.พ.2569 ศาลได้ตัดสินจำคุกเราธ์ตลอดชีวิต และบวกเพิ่มอีก 7 ปี สำหรับความผิดฐานพยายามลอบสังหารผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
แผนจ้างวานฆ่า "ทรัมป์" เชื่อมโยงอิหร่าน
ในช่วงปลายปี 2567 และตลอดปี 2568 ภัยคุกคามได้ทวีความซับซ้อนขึ้น ทั้งจากการจ้างวานฆ่าโดยเครือข่ายต่างชาติและบุคคลในประเทศ โดยในเดือนพ.ย.2567 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยแผนการของอิหร่านในการจ้างวาน ฟาร์ฮัด ชาเคอรี ให้ลอบสังหารทรัมป์เพื่อแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของ นายพล กอเซม โซเลย์มานี
นอกจากนี้ยังมีกรณีของ อาซิฟ เมอร์แชนท์ ชาวปากีสถาน ที่พยายามจ้างคนไปลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมถึงทรัมป์ ซึ่งเขาถูกตัดสินลงโทษในเดือนมี.ค.2569
ก.พ.2569 เวสต์ปาล์มบีช ฟลอริดา
เหตุการณ์ความไม่สงบยังคงดำเนินมาถึงปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่มีความรุนแรงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ในวันที่ 22 ก.พ.2569 ออสติน ทักเกอร์ มาร์ติน ชายวัย 21 ปี จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้พยายามบุกรุกอาณาเขตชั้นในของบ้านพักมาร์-อา-ลาโก พร้อมปืนลูกซองและถังน้ำมัน
เขาถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตหลังจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และพยายามยกปืนขึ้นเล็งใส่เจ้าหน้าที่ แม้ในขณะนั้นทรัมป์จะไม่ได้พำนักอยู่ที่รีสอร์ต แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบรักษาความปลอดภัย
เม.ย.2569 โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน วอชิงตัน ดี.ซี.
ภัยคุกคามล่าสุดที่เขย่าขวัญคนทั้งประเทศเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ณ โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ขณะที่ทรัมป์เข้าร่วมงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (White House Correspondents' Dinner)
มีรายงานเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดในสถานที่จัดงาน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กรมกิจลับต้องรีบอพยพทรัมป์และสตรีหมายเลข 1 ออกจากงานทันทีท่ามกลางความแตกตื่นของผู้ร่วมงานที่ต้องมุดลงใต้โต๊ะเพื่อหาที่กำบัง แม้ทรัมป์จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่าภัยลอบสังหารยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเขาเสมอ
รายงานสรุปฉบับสมบูรณ์จากวุฒิสภาเมื่อเดือน ก.ค.2568 ระบุชัดเจนถึง "ความล้มเหลวที่น่าตกใจ" ของหน่วยสืบราชการลับ (USSS) หรือเจ้าหน้าที่ Secret Service โดยเฉพาะในเหตุการณ์ที่เมืองบัตเลอร์ หน่วยงานละเลยการแก้ไขจุดอ่อนด้านทัศนวิสัย ปฏิเสธคำขอทรัพยากรเพิ่มเติม เช่น โดรนและสไนเปอร์สนับสนุน และมีความบกพร่องในการสื่อสารระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและส่วนกลาง
นอกจากนี้ รายงานประเมินภัยคุกคามปี 2569 (2026 Annual Threat Assessment) ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าพยายามบิดเบือนข้อมูลความรุนแรงทางการเมืองภายในประเทศเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
ที่มาข้อมูล : Attempted assassination of Donald Trump in Pennsylvania, Attempted assassination of Donald Trump in Florida, Security incidents involving Donald Trump, 10 Threats Against Trump Admin Officials in 2026
อ่านข่าว :
"ทรัมป์" สั่งเบรกดีลปากีสถาน ชี้อิหร่านไร้เอกภาพ-ยันสหรัฐฯ ถือไพ่เหนือกว่า
"ทรัมป์" เปิดใจนาทีเฉียดตาย เผยมือปืนบุกฝ่าจุดตรวจงานเลี้ยง พร้อมอาวุธหนัก
ด่วน! จนท.นำตัว "ทรัมป์" ออกจากงานเลี้ยงหลังมีเสียงตะโกน "มีการยิงกัน"
ทรัมป์โพสต์ชื่นชมหน่วยอารักขา สยบมือปืนกลาง ดี.ซี. ยันตนเองปลอดภัย