โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ชัยยศ” มองหุ้นไทยผันผวน ชู “KBANK – ปิโตรเคมี” เด่น! เลี่ยงกลุ่มโรงไฟฟ้า-อิเล็กฯ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า ภาพรวมตลาดยังคงอยู่ในภาวะผันผวน โดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีมีแนวโน้มเป็นบวกจากประเด็นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ความกังวลด้านอุปทานเริ่มลดลง หาก UAE สามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น จะส่งผลดีให้ราคาน้ำมันในระยะกลางถึงยาวมีโอกาสปรับตัวลดลง

สำหรับกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น คาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 1 จะออกมาในระดับที่โดดเด่นมาก โดยได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นและสเปรด (Spread) ปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า ณ ปัจจุบัน หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีมีความน่าสนใจและทำผลงานได้ดีกว่า (Outperform) กลุ่มโรงกลั่นบริสุทธิ์ เนื่องจากค่าการกลั่นเริ่มมีภาวะชะลอตัวลงหลังสถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย ผนวกกับการที่ภาครัฐเข้ามาแทรกแซงค่าการกลั่น ดังนั้น หากเปรียบเทียบระหว่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL จะมีความน่าสนใจมากกว่า รวมถึง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ที่คาดว่ากำไรในไตรมาส 1 จะเติบโตอย่างโดดเด่นโดยมีแรงหนุนหลักมาจากธุรกิจปิโตรเคมีเช่นกัน

ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ เผชิญแรงกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ที่ปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไร หลังจากตัวเลขการใช้บริการแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง ChatGPT ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย โดยเฉพาะ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่ยังคงมีความเสี่ยงในเรื่องของการติดมาตรการกำกับการซื้อขาย (Turnover List) ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าอาจส่งผลกระทบต่อการหลุดจากเกณฑ์คำนวณดัชนี SET50 และ SET100 หรือไม่

ด้านกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พบว่ามีกระแสเงินลงทุนไหลเข้าซื้อหุ้น บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ผ่านไทยเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) อย่างหนาแน่นกว่า 1.2 - 1.3 พันล้านบาท สวนทางกับหุ้นธนาคารตัวอื่น ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการไตรมาส 1 ที่รายงานออกมาดีกว่าคาดการณ์ในเกือบทุกธนาคาร โดย KBANK ได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการลงทุนที่เติบโตสูง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่เคยให้ผลตอบแทนระดับสูงถึง 8% จึงทำให้ KBANK กลายเป็นตัวเลือกหลักของเม็ดเงินลงทุนในช่วงนี้

ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนออกไปก่อน เนื่องจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แบบขั้นบันได ซึ่งจะกดดันค่าเอฟที (Ft) นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่กระทรวงพลังงานเตรียมหยิบยกขึ้นมาพิจารณา คือการทบทวนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) เนื่องจากมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้น แม้สัญญา Adder จะหมดอายุลงแล้วแต่ยังได้รับค่าไฟฐานที่สูงกว่าระบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งการเข้าไปเจรจากับผู้ประกอบการในประเด็นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทที่มีพอร์ตโซลาร์ฟาร์มสูง เช่น บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และรายอื่นๆ ในตลาด

ด้านเศรษฐกิจมหภาค ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและก๊าซ LPG ซึ่งผลักดันให้ต้นทุนค่าขนส่งและค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่ารัฐบาลเตรียมออกมาตรการเพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนและพยุงเศรษฐกิจ เช่น การลดค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได รวมถึงความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นโครงการคนละครึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีวงเงินสูงถึง 4,000 บาท แบ่งใช้จ่าย 4 เดือน มาตรการเหล่านี้จะช่วยพยุงผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยให้สามารถเติบโตอยู่ในกรอบ 1.5 - 2.0% ตามที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ได้ ซึ่งจะช่วยจำกัดผลกระทบเชิงลบที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวมได้ในระดับหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...