โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัยยศ” มอง SET ฟื้น รับสัญญาณ “ตะวันออกกลาง” ใกล้จบ ชูกลุ่ม “นิคม-ไฟแนนซ์-โรงไฟฟ้า” เด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 04.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 1 เม.ย.69 ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเปิดไตรมาส 2/2569 มีทิศทางเป็นบวกมากขึ้น หลังสัญญาณจากสหรัฐฯ และอิหร่านสะท้อนความเป็นไปได้ของการเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อหยุดยิงในตะวันออกกลาง ซึ่งมองว่าจะช่วยคลี่คลายแรงกดดันจากปัจจัยสงคราม และเอื้อต่อการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดหุ้นไทย

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทยอยคลี่คลาย กลุ่มหุ้นที่เคยได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มไฟแนนซ์ มีโอกาสเห็นแรงซื้อกลับได้ค่อนข้างดี ขณะที่ภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET มีโอกาสฟื้นตัว โดยประเมินแนวต้านแรกบริเวณ 1,466 จุด และหากผ่านได้ อาจมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ 1,480 จุดถัดไป

อย่างไรก็ดี กลุ่มที่เคยได้อานิสงส์จากภาวะสงครามอาจเผชิญแรงขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นพลังงานต้นน้ำ เช่นบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นได้รับแรงหนุนจากความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อและผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มโรงกลั่นยังต้องติดตามทิศทางค่าการกลั่นและ Product Spread อย่างใกล้ชิด เพราะหากตัวแปรดังกล่าวเริ่มอ่อนตัวลง อาจนำไปสู่การลดความเสี่ยงหรือทยอยขายทำกำไรได้เช่นกัน

สำหรับการฟื้นตัวรอบนี้ นักวิเคราะห์มองว่าไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม แต่กลุ่มที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในมุมมองระยะกลางถึงยาว ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและกลุ่มไฟแนนซ์ โดยกลุ่มนิคมได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการลงทุนใหม่ในไทย หลังมีการเปิดเผยว่า Microsoft ได้หารือกับภาครัฐเกี่ยวกับการลงทุน Data Center เพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนว่าเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ยังมีแนวโน้มไหลเข้าต่อเนื่อง

ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์และหุ้นในประเทศบางส่วน อาจได้แรงหนุนเพิ่มจากความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ ภายหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีความชัดเจนมากขึ้น แม้นักวิเคราะห์มองว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีไม่ได้เป็นปัจจัยที่สร้างความประหลาดใจต่อตลาดมากนัก แต่สิ่งที่ตลาดรอติดตามคือรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแนวทางบรรเทาภาระค่าครองชีพ ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อหุ้น Domestic Play บางกลุ่มในระยะถัดไป

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังอธิบายว่า การปรับขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียบางแห่งที่แรงกว่าตลาดไทยในวันเดียวกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ตลาดเหล่านั้นปรับฐานลงลึกกว่าในช่วงก่อนหน้า จึงเกิดแรงรีบาวด์กลับที่ชัดเจนกว่า ขณะที่ตลาดหุ้นไทยและตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มฟื้นตัวไปก่อนแล้วในวันก่อนหน้า จึงทำให้การบวกของดัชนีในรอบนี้อาจดูไม่ร้อนแรงเท่าตลาดหลักบางแห่งในภูมิภาค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...