โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เพราะเป็นฝ่ายค้านที่ชื่อว่าประชาธิปัตย์ จึงทำให้ อนุทิน ชาญวีรกูลพร้อมโฆษกรัฐบาล จำเป็นต้องออกมาตอบโต้ ต่อประเด็นที่พรรคเก่าแก่แสดงความเห็นคัดค้าน พร้อมเตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดหรือพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยเห็นว่า อาจขัดวินัยการเงินการคลัง เรื่องนี้เสี่ยหนูตอกกลับนิ่ม ๆ เป็นวิธีทางงบประมาณเพื่อนำเงินมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่ง สมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็เคยกู้มาก่อน

ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละฝ่ายกับการตีความหมายของคำว่า “ความจำเป็นเร่งด่วน”ครม.หนู 2 เห็นว่า การออกพ.ร.ก.ดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอได้ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โลก จึงไม่ผิดกับการอธิบายในแง่ที่ว่า ไม่สามารถใช้งบประมาณปกติได้เนื่องจากงบส่วนนี้ถูกจัดไว้ล่วงหน้า การปรับเปลี่ยนต้องใช้เวลา ทำให้เกิดความล่าช้า

งานนี้ต้องอาศัยภาพลักษณ์ที่ดีของรองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศมาการันตีความโปร่งใสในการดำเนินการ ทั้งการยืนยัน ความจำเป็นต้องใช้กลไกพ...ช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่จะต้องเดินหน้าได้ทันท่วงทีและการดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ของจีดีพีและ ทุกโครงการจะต้องอยู่ภายใต้ระบบกลั่นกรอง ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

แน่นอนว่า โครงการที่จะต้องเรียกเสียงหนุนจากคนส่วนใหญ่เป็นอันดับแรกจากการใช้งบประมาณจากพ.ร.ก.ดังกล่าว ย่อมหนีไม่พ้น ไทยช่วยไทยพลัส-คนละครึ่ง ที่มีแผนจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ และ การเพิ่มเงินแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุดพร้อมเหตุผลรองรับสำคัญช่วยกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่วนที่จะนำไปดูแลเรื่องวิกฤตพลังงานต้องไปดูว่ากลุ่มเป้าหมายคือ คนตัวเล็กตัวน้อยที่เดือดร้อนหรือกลุ่มทุนที่ได้รับผลกระทบ

บรรยากาศการเมืองภาพใหญ่ ฝ่ายบริหารรัฐบาลภายใต้การนำของอนุทินก็สาละวนกับการเร่งผลักดันโครงการประชานิยมจำแลง เพื่อเรียกความมั่นใจจากประชาชนให้เพิ่มมากขึ้น แม้จะเป็นที่พอใจกับผลสำรวจของโพลล่าสุด ที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เทใจให้เสี่ยหนูนำมาเป็นที่หนึ่ง ซึ่งก็ประมาทไม่ได้เมื่อหันไปมองยังฝ่ายค้านที่พบว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแซงหน้าคนของพรรคสีส้มมายืนเป็นผู้นำ ในฐานะฝ่ายค้านที่มีบทบาทจากสายตาของประชาชน

คงไม่ได้ส่งสัญญาณไปถึงความเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองแบบปัจจุบันทันที แต่นี่ย่อมเป็นตัวบ่งชี้ว่า การที่พรรคฝ่ายค้านอันดับรองอย่างพรรคเก่าแก่มีอภิสิทธิ์เป็นผู้นำธงนำ ความช่ำชองต่องานในสภา ความถนัดในการใช้วาทกรรม ข้อกฎหมาย เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้าม เป็นสิ่งที่รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคสีน้ำเงินจะมองข้ามไม่ได้หากใครพลาดท่ามีร่องรอยเพื่อให้นำไปขยายผลได้ อาจทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลมีปัญหา

เช่นเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย ปมย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ทำให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจเก้าอี้ร้อน ความวัวไม่ทันหาย เริ่มมีเบาะแสมาจากกระทรวงศึกษาธิการ มีพวกหากินกับงบประมาณเริ่มเข้าไปดูบัญชีงบฯ ของกระทรวง หาช่องทางในการที่จะจัดสรรปันส่วน แบ่งผลประโยชน์กันแล้วแม้จะไม่ใช้คนฝ่ายการเมือง แต่การตรวจสอบเครือข่ายคนนอก หรือนอมินีไม่ใช่เรื่องยากสำหรับบรรดานักค้าข้อมูลทั้งหลาย ที่สำคัญ ข้อมูลอันมาจากคนภายในนั้นเป็นเรื่องที่พรรคสีแดงยังคงมีช่องโหว่มาทุกสมัย

ทั้งหมดเหล่านี้ข่าวแว่วมามีการสั่งเป็นการภายใน ให้จัดการเรื่องที่จะเป็นชนวนนำไปสู่ความฉาวโฉ่ให้เรียบร้อยโดยเร็ว และต้องมีคำตอบก่อนที่ ทักษิณ ชินวัตรจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ใครที่บอกว่านายใหญ่ไม่ยุ่งกับการเมืองยิ่งเป็นช่วงก้าวขาพ้นคุกมาใหม่ นั่นก็ถูกในแง่ของการแสดงตัวที่เปิดเผย ในทางลับรู้กันดี คนที่พรรคได้เลือกให้ไปทำหน้าที่เสนาบดี ต้องเข้ารายงานตัว พร้อมรับฟังคำชี้แจงจากผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค

หลังจากเข้ารับตำแหน่งบริหารงานกันด้วยอำนาจเต็มแล้ว ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ถือว่าเป็นผู้ที่ช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดี เรียกความเชื่อถือให้กับพรรคสีแดงได้เป็นอย่างดี แต่รัฐมนตรีที่ถูกเพ่งเล็ง หรือพูดให้ชัดคือทางพรรคสีน้ำเงินพยายามจะสกัดไม่ให้เข้ารับตำแหน่งก่อนหน้านี้ ต่างตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ถูกจับตามอง ลองของกันอย่างหนักสุริยะคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดกับเรื่องนี้ แล้วยังมี ประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอีกราย ถือเป็นระดับแกนหลักของพรรคทั้งคู่

ได้ชื่อว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็จริง แต่ความไม่ลงรอยส่วนตัวอันว่าด้วยการเมืองในพื้นที่แข่งขันสูง รวมถึงการขบเหลี่ยมเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เด็กในคาถาของทั้งสองฝ่ายต่างพยายามหาหนทางในตรวจสอบข้อผิดพลาดของฝ่ายตรงข้ามเพื่อสร้างผลงานให้เจ้านายพึงพอใจ ขณะเดียวกัน ยังมีฝ่ายสนับสนุนที่พร้อมทุ่มทุนเต็มที่เพื่อหวังว่าจะเปิดแผลของพรรคร่วมรัฐบาลอันดับสอง จนทำให้พรรคแกนนำเขี่ยทิ้ง เพื่อตัวเองและพวกพ้องจะได้เสียบดังนั้น ให้จับตาดูเรื่องการเสี้ยมในประเด็นต่าง ๆ จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในรัฐบาลนี้

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...