โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GULF-GUNKUL กอดคอเด้ง! ลุ้นบอร์ด กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ 25 มี.ค.นี้ เสียวแตะ 4 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 04.28 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 มี.ค.69) ณ เวลา 11:09 น. ราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF อยู่ที่ระดับ 55.75 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 1.83% สูงสุดที่ระดับ 56.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 55.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 793.77 ล้านบาท

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL อยู่ที่ระดับ 2.30 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 1.77% สูงสุดที่ระดับ 2.34 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.26 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 54.73 ล้านบาท

สำหรับราคาหุ้นดีดกลับขึ้นมา ตอบรับข่าวนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ กกพ. จะพิจารณาค่าไฟงวดใหม่ เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 หลังจากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผันผวน โดยราคา Spot LNG ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ที่จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟงวดดังกล่าว

ทั้งนี้จากเดิม กกพ.คำนวณตามสูตรค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) เป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 ผลการคํานวณตามสูตรการปรับค่า Ft โดยชําระคืนภาระหนี้ค่าเชื้อเพลิงจากต้นทุนคงค้าง (AF) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 36,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย

กรณีที่ 2 ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. ทำให้ค่าไฟฟ้างวดใหม่จะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 3 ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. รวมทั้งนำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า เนื่องจากการลงทุนจริงต่ำกว่าแผนที่ตั้งไว้ หรือ Claw Back รวมประมาณ 9,400 ล้านบาท นำมาลดค่า Ft ได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟงวดใหม่ อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย สูงกว่าค่าไฟงวดปัจจุบันเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ดังนั้นหากภาครัฐต้องการตรึงค่าไฟให้เท่าเดิม จำเป็นต้องมีมาตรการเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม

ตัวเลขอัตราค่าไฟดังกล่าวข้างต้น ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลง เนื่องจากราคาก๊าซ LNG มีความผันผวน โดยจะมาพิจารณาราคา LNG อีกครั้งระหว่างวันที่ 23-24มีนาคมนี้ เพื่อใช้คำนวณตามสูตรค่าไฟฟ้า ก่อนเสนอบอร์ด กกพ. ในวันที่ 25มีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อไป” นายวรวิทย์ กล่าว

นายวรวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว ค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หากภาคนโยบายอาจจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ แต่ก็ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม รวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริง เพี่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง และได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ สิ่งที่กังวล คือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคา LNG ปรับขึ้น

เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว โดยไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า แต่ กฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้าง และดอกเบี้ยจ่ายอยู่ ถ้าอัตราค่าไฟฟ้าอาจปรับขึ้นทะลุ 4 บาทต่อหน่วย แต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่าไฟฟ้าในอัตราที่ต่ำ ก็อาจจะได้รับผลกระทบได้

นอกจากนี้ เห็นว่าภาครัฐควรต้องพิจารณาจัดงบมาช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ในขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น ๆ ควรจะต้องมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า

กัลฟ์-กันกุลไม่หวั่นก๊าซพุ่ง

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS ระบุว่า ค่าไฟฟ้าสูตรที่ 3 มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ ไม่มีการชําระคืนภาระหนี้ค่า AF ให้กับ กฟผ. รวมทั้งนำเงินที่เรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า เนื่องจากการลงทุนจริงต่ำกว่าแผนที่ตั้งไว้ หรือ Claw Back รวมประมาณ 9,400 ล้านบาท นำมาลดค่า Ft ได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟงวดใหม่อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐต้องการตรึงค่าไฟอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย จำเป็นต้องให้ กฟผ.แบกรับหนี้เพิ่มอีกประมาณ 5-6 พันล้านบาท ซึ่งจะลดค่าไฟลงได้ 7 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากปัจจุบัน กฟผ.มีหนี้ค่าเชื้อเพลิงเพียง 36,000 ล้านบาท เทียบกับในอดีตสูงกว่า 1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ รัฐอาจพิจารณาอุดหนุนค่าไฟเฉพาะครัวเรือน ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย นอกจากนั้นจะคิดในอัตรา 3.95 บาทต่อหน่วย

โดยจะกระทบกำไรของ BGRIM และ GPSC ลดลงประมาณ 15-20% ขณะที่ GULF กระทบเพียง 2% และ GUNKUL มีโอกาสเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือทรงตัวจากประมาณการกำไร

ทั้งนี้ นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลชุดใหม่ มีแนวโน้มส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่า GULF จะได้รับประโยชน์จากกลไกการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิง (pass-through) ที่มีความแข็งแกร่ง ขณะที่บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL มีแนวโน้มเติบโตจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุนใน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงความไม่แน่นอนจากการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ

“เชื่อว่าภาคธุรกิจสาธารณูปโภคของไทยเผชิญกับความเสี่ยงด้านลบในระยะสั้นต่อผลกำไร แต่ความเสี่ยงนั้นกระจุกตัวอยู่ในหุ้นโรงไฟฟ้า SPP มาก เนื่องจากหุ้นเหล่านี้มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาก๊าซ”

ดังนั้นจึงปรับลดอันดับภาคธุรกิจสาธารณูปโภคจาก OVERWEIGHT เป็น NEUTRAL เลือกหุ้นที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบผ่อนปรน (PPA) ที่มีกลไกการส่งผ่านเชื้อเพลิง และ/หรือมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงกว่า หุ้นที่แนะนำ คือ “GULF” ราคาเป้าหมาย 76.5 บาท และ “GUNKUL” ราคาเป้าหมาย 3.84 บาท ซึ่งมองว่ามีความยืดหยุ่นมากกว่าภายใต้สภาวะราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผันผวน ในขณะที่ BGRIM และ GPSC มีความเสี่ยงมากที่สุดต่อการลดลงของกำไรในช่วงที่ราคาก๊าซสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...