บีบโรงกลั่นลดดีเซล 2 บาท! ‘รมว.พลังงาน’ รับ พ.ค. ยังหาน้ำมันได้ไม่พอใช้
รมว.พลังงาน ใช้อำนาจ พ.ร.ก.แก้ไข และป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง สั่งโรงกลั่นลดดีเซล อีก 2 บาท/ลิตร คาดประกาศราชกิจจาฯ พรุ่งนี้ เผย พ.ค.นี้ ไม่นับสำรอง ยังหาน้ำมันได้เพียง 18-20 ล้านบาร์เรล เสี่ยงไม่พอใช้ทั้งเดือน
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังหารือกับโรงกลั่นน้ำมันและ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ได้ใช้อำนาจตาม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 กำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ให้ราคาดีเซล B7 และ B20 ลดลง 2 บาทต่อลิตร โดยตามกระบวนการ พ.ร.ก. จะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) หลังจากนั้นจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไปอย่างไร หากส่งผ่านได้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงได้ราว 2.14 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม กบน. อาจพิจารณาจูงใจให้ส่วนลดกับ บี20 สูงกว่าเพื่อเป็นการเป็นการสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ
ทั้งนี้การใช้วิธีลดราคาหน้าโรงกลั่น จะช่วยลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากเป็นการปรับลดต้นทุนตั้งแต่ต้นทางจากราคาที่โรงกลั่นขายให้ผู้ค้าน้ำมันเข้าสู่ระบบ เบื้องต้นที่ประชุม กบน. ได้พิจารณาข้อมูลค่าการกลั่นช่วงเดือน มี.ค. พบว่าสามารถปรับลดราคาลงได้อย่างสมเหตุสมผล จึงมีมติให้ลดราคาน้ำมันดีเซล B7 และ B20 หน้าโรงกลั่นลงทันที 2 บาทต่อลิตร ในขณะที่ เดือน เม.ย. ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเดือน มี.ค. ทำให้ในระยะถัดไปจะนำข้อมูลค่าการกลั่นในช่วงต้นเดือน เม.ย. มาประเมินอีกครั้ง ว่าจะสามารถปรับลดราคาได้มากกว่า 2 บาทหรือไม่
“การตรึงราคาไว้ในระดับนี้เราก็ทําอย่างมีความมีวินัย ผมถึงไม่อยากเอาเงินกองทุนมาลดอีกแล้ว วันนี้ถ้าลด ก็ไปลดจากค่าการกลั่น แต่ก็ดูในเรทที่เหมาะสม ในอนาคตเองเมื่อสถานะกองทุนติดลบมากกว่านี้ เราก็ต้องพิจารณาลดหนี้ของกองทุนด้วย ไม่งั้นในอนาคตเราก็ไม่รู้จะเอาเงินจากที่ไหนมาคืนแล้ว ในเวลาที่น้ำมันควรจะถูกก็จะไม่ถูกลงสักที เพราะเราก็ต้องเก็บเงินในวันนั้นมาชดเชยหนี้ที่เราก่อนในวันนี้”
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
อย่างไรก็ตาม ได้รับสัญญาณความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงกลั่นบางส่วนที่พร้อมสนับสนุนมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะโดนโทษจำคุกตาม พ.ร.ก. โดยยืนยันว่าหัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน แม้การลดราคาหน้าโรงกลั่นจะกระทบรายได้ของโรงกลั่นแน่นอน แต่จะกำกับดูแลไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องจนกระทบต่อการจัดหาน้ำมันดิบมาผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศ ซึ่งจะพิจารณาดูตามสถานการณ์
สําหรับปริมาณน้ำมันในเดือน เม.ย. ที่ไม่นับรวมน้ำมันสำรอง 105 วัน รมว.พลังงาน ยืนยันว่า ได้สั่งซื้อและยืนยันส่งมอบแล้ว 30 ล้านบาร์เรล เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ แต่เดือน พ.ค. มีประมาณ 18-20 ล้านบาร์เรล ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งเดือน (หากหาได้ไม่ครบก็จะต้องดึงน้ำมันสำรองมาใช้)
ล่าสุด กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของไทย มีปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศไทย ณ วันที่ 7 เม.ย. 2569 เพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 105 วัน แบ่งเป็น เป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 18 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่าการขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 29 วัน ทั้งนี้การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ณ วันที่ 5 เม.ย. 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 83.20 ล้านลิตร และจำหน่าย 74.23 ล้านลิตร
ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 50.54 บาท น้ำมันดีเซล B20 อยู่ที่ 45.54 บาท น้ำมันเบนซิน E20 อยู่ที่ 38.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 43.95 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 อยู่ที่ 43.58 บาท
เมื่อเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 43.95 บาท ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว สิงคโปร์ อยู่ที่ 51.83 – 87.85 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 50.38 – 118.82 บาทต่อลิตร
ล่าสุดประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังเข้าชดเชยราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมา ติดลบอยู่ที่ 56,229 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 1,473 ล้านบาท
สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากสหรัฐอเมริกา ประกาศเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) พร้อมขู่ใช้มาตรการทางทหาร ซึ่งทางอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงและเตือนถึงการตอบโต้ที่รุนแรง ส่งผลให้เกิดการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเดินเรือในเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสี่ยงต่อการลุกลามของสงครามในระดับภูมิภาค แต่ยังกดดันอุปทานพลังงานโลก และทำให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ด้านราคาน้ำมันโลกเปิดตลาดวันนี้ ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ (Brent) ปรับขึ้น 0.78% อยู่ที่ 110.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับขึ้น 0.64% อยู่ที่ 113.13 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ มองว่า สถานการณ์ความตึงเครียดยังคงอยู่ในระดับสูง หลังอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ ส่งผลให้ความพยายามทางการทูตยังมีความเปราะบางอย่างมาก ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงจากความเสี่ยงในพื้นที่ขัดแย้ง เนื่องจากการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนกังวลว่า แม้ความขัดแย้งจะยุติลง ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจทำให้กำลังการผลิตน้ำมันหายไปนานหลายเดือน
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง