โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NPI ลุยตลาดโลก!! ที่นอนอัจฉริยะคุมแรงกดทับได้จริง ช่วยลดแผลกดทับผู้ป่วยติดเตียง ผลงานวิจัย 'FIBO' มจธ. ร่วมมือเอกชน มุ่งเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยสูงวัยทั่วโลก

THE STATES TIMES

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 02.30 น. • THE STATES TIMES TEAM

นวัตกรรม 'NPI' ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ ฝีมือนักวิจัย FIBO มจธ. เตรียมขยายสู่ตลาดโลก

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

ปัญหา "แผลกดทับ" ถือเป็นภัยเงียบที่กระทบต่อระบบสาธารณสุขไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุและผู้ป่วยวิกฤตที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เพราะเมื่อเกิดแผลขึ้นแล้ว ไม่เพียงทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และยังเพิ่มภาระให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลที่ต้องคอยพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงถึง 60,000-150,000 บาทต่อราย และต้องใช้เวลารักษานาน โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย จำนวนผู้ป่วยติดเตียงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ภาระงบประมาณและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการดูแลยิ่งรุนแรงมากขึ้น

จึงเป็นที่มาของ "ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ NPI (Never Pressure Injuries)" ที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับบริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด (Famme Works Co.,Ltd.) บริษัท Spin-off ของ มจธ. มีเป้าหมายสำคัญคือการนำเทคโนโลยี AI Robotic มาช่วยทำหน้าที่แทนมนุษย์ในการจัดการแรงกดทับอย่างแม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนนิยามการดูแลผู้ป่วยจากการ 'ตามรักษา' เป็นการ 'ป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ' จนทำให้อัตราการเกิดแผลกดทับใหม่กลายเป็นศูนย์ (Zero Pressure Injuries) ได้ในที่สุด

ดร.ปราการเกียรติ ยังคง อาจารย์ประจำสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มจธ. และผู้พัฒนาระบบ Automated Personalized-based Pressure Control System ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนา "NPI" หรือที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ มาจากความพยายามแก้ปัญหาพื้นฐานในโรงพยาบาล โดยเฉพาะการพลิกตัวผู้ป่วยและการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นภาระสำคัญที่ยิ่งทวีความรุนแรงในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทีมวิจัยจึงพัฒนานวัตกรรมนี้ขึ้นเป็นระบบป้องกันแผลกดทับแบบไม่ต้องพลิกตัว หรือ "ที่นอนหุ่นยนต์" เพื่อช่วยลดข้อจำกัดของการดูแลแบบเดิมที่ต้องพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง หรือวันละ 12 ครั้ง เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนและลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับ

"นวัตกรรมนี้ไม่ได้เริ่มจากการคิดอยู่ในห้องปฏิบัติการ แต่เริ่มจากการลงไปดูปัญหาจริงในโรงพยาบาล โดยทีมวิจัยทำงานร่วมกับพยาบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่พัฒนาขึ้นจะใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่เป็นต้นแบบ เพราะจากการลงพื้นที่พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากไม่ชอบการถูกพลิกตัวบ่อย ๆ เนื่องจากทำให้นอนไม่ต่อเนื่อง รู้สึกเจ็บ และถูกรบกวนตลอดเวลา ขณะที่พยาบาลเองก็ต้องใช้ทั้งแรงและเวลาอย่างมากในการพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ทีมวิจัยจึงไม่เลือกเดินตามวิธีเดิมหรือตามสิ่งที่ตลาดคุ้นเคยอย่างการทำเครื่องช่วยพลิกตัว แต่เลือกแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือ "แรงกดทับ" เพื่อให้ผู้ป่วยนอนหลับได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องถูกพลิกตัวบ่อย แต่ยังลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับได้อย่างต่อเนื่อง"

NPI ไม่ได้เป็นเพียงที่นอนที่ขยับได้เอง แต่เป็นนวัตกรรม "หุ่นยนต์ในรูปแบบที่นอน" ด้วยระบบ AI Robotic ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการแรงกดทับอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ แตกต่างจากที่นอนลมทั่วไปที่ทำงานด้วยการสลับยุบพองตามรอบเวลา เพราะ NPI สามารถปรับการรองรับให้สอดรับกับสรีระของผู้ป่วยได้ตลอด

24 ชั่วโมงอย่างนุ่มนวล โดยไม่รบกวนการนอนและไม่จำเป็นต้องพลิกตัวผู้ป่วยบ่อย ๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยนอนนิ่งได้ต่อเนื่อง สบายขึ้น และช่วยลดแรงกดทับในจุดเสี่ยงได้ดีกว่าที่นอนป้องกันแผลกดทับแบบทั่วไป โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

NPI ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีจาก "เครื่องจักร" ไปสู่ "อุปกรณ์ทางการแพทย์" ที่ใช้งานได้จริง โดยผลที่ได้จากการใช้งานในสถานพยาบาล คือ สามารถป้องกันการเกิดแผลกดทับใหม่ได้ 100% ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้งานระบบ ลดภาระของพยาบาลในการพลิกตัวผู้ป่วย ทำให้มีเวลาไปดูแลผู้ป่วยด้านอื่นได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ในการดูแลที่บ้านยังช่วยลดความเหนื่อยล้าและความเครียดของญาติหรือผู้ดูแล เพราะไม่ต้องคอยพลิกตัวผู้ป่วยบ่อย ๆ ส่วนผู้ป่วยเองก็นอนหลับได้ดีขึ้น เนื่องจากระบบปรับแรงกดทับอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ ไม่รบกวนการพักผ่อน

กลไกการทำงานที่สำคัญของ NPI คือ "การจัดการแรงกดทับอย่างอัจฉริยะ สู่การเคลื่อนไหวอัตโนมัติ" ประกอบด้วย

1. การกระจายแรง มีจุดรองรับจำนวนมากเพื่อกระจายน้ำหนัก หากจุดใดแรงกดสูงระบบจะสั่งให้จุดนั้นลดระดับลง และให้จุดอื่นขยับขึ้นมารับน้ำหนักแทน เพื่อควบคุมแรงกดทับให้อยู่ในระดับปลอดภัย

2. การพัฒนาเทคโนโลยี AI Robotic ที่ทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงและการประมวลผลแบบ Real-time ช่วยในการตรวจวัดแรงกดทับจากน้ำหนักของผู้ป่วยตลอดเวลา

3. การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยคำนวณและตัดสินใจในการปรับระดับการรองรับให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่แตกต่างกันของผู้ป่วยแต่ละราย ทำให้ที่นอนสามารถปรับรูปร่างเพื่อกระจายแรงกดทับได้อย่างอิสระและแม่นยำตามสรีระของผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง

4. ระบบ IoT (Internet of Things) มีการเก็บข้อมูลสถานะการนอนและค่าแรงกดทับผ่านระบบเครือข่าย โดยข้อมูลการใช้งานจะถูกส่งขึ้นระบบ Cloud เพื่อให้แอดมินหรือแพทย์มอนิเตอร์สถานะได้จากระยะไกล ช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกจุดเด่นของ NPI คือสามารถวางใช้งานบนโครงเตียงได้หลายรูปแบบ และออกแบบให้ใช้งานง่ายแบบ Plug and Play เพียงเสียบปลั๊กก็เริ่มทำงานได้ทันที ไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน ขณะเดียวกันยังตั้งเป้าให้เป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ในระดับราคาที่เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลรัฐและสถานพยาบาลชุมชนสามารถใช้นวัตกรรมการดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงได้ทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน

"จากการติดตามผลการใช้งานในสถานพยาบาลที่ผ่านมา เราเห็นว่า NPI ไม่ได้เป็นแค่ที่นอนที่มีเทคโนโลยีซับซ้อน แต่เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับ และช่วยให้การดูแลผู้ป่วยในระบบสาธารณสุขมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันทีมวิจัยก็ไม่ได้หยุดพัฒนาอยู่แค่นี้ แต่กำลังต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่ปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ เช่น Office Syndrome หมอนรองกระดูกทับเส้น และการนอนกรน โดยมีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับบุคคลทั่วไปภายในปีนี้" ดร.ปราการเกียรติกล่าว

NPI ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ ได้รับการันตีจากรางวัล "Best Performance Award" ในกลุ่มการแพทย์และสุขภาพ จากงาน Thailand Innovation Hub 2026 โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นผลงานครั้งสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับโรงพยาบาลและยังเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจาก 'งานวิจัย' สู่ 'การใช้งานเชิงพาณิชย์ในระดับประเทศ' ล่าสุด NPI เตรียมขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นสังคมผู้สูงอายุที่ขาดแคลนคนดูแลและมีความต้องการที่นอนอัจฉริยะในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...