โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ภูมิใจไทย’ รับข้อเสนอนโยบายจาก Policy Watch Connect 2026

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

‘สิริพงศ์’ เผยพร้อมเปิดรับข้อเสนอภาคประชาชนมากขึ้น ช่วยทำให้เข้าใจปัญหาและออกแบบนโยบายตรงความต้องการ ย้ำข้อเสนอจาก Policy Watch Connect 2026 เป็นโอกาสสำคัญในพัฒนานโยบายใหม่ ๆ เชื่อบางข้อเสนอ ทำได้ทันที

วันนี้ (25 มี.ค. 69) ที่รัฐสภา สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับมอบ วาระนโยบาย จากภาคประชาชน จาก Thai PBS ซึ่งรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะจากเสียงของประชาชน ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ ผ่านเวที “Policy Watch Connect 2026” ที่มุ่งเสนอแนวทางแก้ไข วิกฤตสำคัญของประเทศ เช่น การเมือง สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความเหลื่อมล้ำ และความน่าเชื่อถือของรัฐ เพื่อส่งต่อให้พรรคการเมืองนำไปพิจารณาเป็นนโยบาย

สิริพงศ์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับภาคประชาชนผ่านเวทีต่าง ๆ ของ Thai PBS มาอย่างต่อเนื่อง โดยหลายข้อเสนอสามารถพัฒนาไปสู่การดำเนินนโยบายเชิงรูปธรรมได้จริง เช่น แนวคิดด้านการศึกษาที่เน้นความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ อาทิ แนวทาง “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ระบบธนาคารหน่วยกิต การเรียนรู้แบบ Anywhere Anytime และแนวคิด Learn to Earn ซึ่งสะท้อนการออกแบบระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง

อย่าไรก็ตาม แม้ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง แต่รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับประเด็นความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเห็นได้จากบทบาทของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษา

รัฐบาลต้องเปิดรับข้อเสนอจากประชาชนมากขึ้น

รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเปิดรับข้อเสนอจากภาคประชาชนถือเป็นกลไกสำคัญที่ทุกรัฐบาลต้องดำเนินการ โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น จำเป็นต้องส่งบุคลากรเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอไปสังเคราะห์เป็นนโยบายสาธารณะ

“การทำงานร่วมกับภาคประชาชนช่วยให้เราเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น และทำให้การออกแบบนโยบายตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้จริง” สิริพงศ์กล่าว

สิริพงศ์ ยังสะท้อนข้อจำกัดของภาครัฐในการพัฒนานโยบายสวัสดิการ โดยระบุว่าการดำเนินนโยบายจำเป็นต้องพิจารณาความพร้อมด้านงบประมาณและฐานรายได้ของประเทศ ซึ่งมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศยุโรปที่มีระบบสวัสดิการขนาดใหญ่

เขาระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรเกือบ 70 ล้านคน แต่ผู้เสียภาษีเงินได้มีจำนวนไม่ถึง 10 ล้านคน ส่งผลให้รายได้ภาครัฐมีข้อจำกัด ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการเงินของประเทศและต้นทุนทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การมีเวทีเชื่อมโยงข้อเสนอจากภาคประชาชน เช่น Policy Watch Connect ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนานโยบายใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย โดยบางข้อเสนออาจสามารถดำเนินการได้ทันที ขณะที่บางเรื่องอาจต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและโครงสร้างเศรษฐกิจ

“แม้บางนโยบายอาจมีข้อจำกัด แต่การเชื่อมต่อระหว่างภาคประชาชน ภาควิชาการ และภาคการเมือง จะช่วยให้เกิดการออกแบบนโยบายที่ดีขึ้น และตอบโจทย์ประชาชนได้มากขึ้น” สิริพงศ์ กล่าว

ชู “เศรษฐกิจปากท้อง–ลดค่าครองชีพ” ไฮไลท์นโยบาย เตรียมแถลงต่อรัฐสภา

รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังเปิดเผยถึงทิศทางนโยบายสำคัญที่พรรคเตรียมแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 7-9 เม.ย. นี้ โดยระบุว่า “เศรษฐกิจปากท้อง” ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอันดับแรก พร้อมผลักดันชุดนโยบาย “10 Plus” ที่มุ่งยกระดับรายได้ ลดรายจ่าย และเพิ่มโอกาสการทำงาน ผ่านการพัฒนาทักษะ (Upskill–Reskill) ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจใหม่

สิริพงศ์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยประเมินสถานการณ์ประเทศภายใต้ความเสี่ยงสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ ภัยพิบัติ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และปัญหาสังคม เช่น อาชญากรรมออนไลน์หรือสแกมเมอร์ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม

ดันมาตรการลดรายจ่าย “ค่าเดินทาง–ค่าไฟ–ค่าสาธารณูปโภค”

หนึ่งในนโยบายที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจน คือมาตรการลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าเดินทางสาธารณะ ค่าไฟฟ้า และค่าสาธารณูปโภค รวมถึงการสนับสนุนพลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ และระบบผลิตไฟฟ้าใช้เองที่สามารถขายไฟคืนเข้าสู่ระบบได้

สำหรับแนวคิดค่าโดยสารสาธารณะไม่เกิน 40 บาทต่อวัน สิริพงศ์อธิบายว่าเป็นรูปแบบคล้าย “ตั๋วเหมาจ่าย” ที่ประชาชนสามารถเดินทางหลายเที่ยวภายในวันเดียว โดยมีเพดานค่าใช้จ่ายไม่เกิน 40 บาท ช่วยลดภาระค่าเดินทางในระยะยาว

“หลักคิดคือถ้าเดินทางน้อยก็จ่ายน้อย แต่ถ้าเดินทางหลายเที่ยวก็มีเพดานค่าใช้จ่ายไม่เกิน 40 บาทต่อวัน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ” สิริพงศ์กล่าว

ชี้วิกฤตพลังงานโลกเป็นทั้งความท้าทายและโอกาส เสนอปรับกลไกกองทุนน้ำมัน สร้างสมดุลตลาด–คุ้มครองผู้บริโภค

สิริพงศ์กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงานว่า แม้จะเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมค่าครองชีพ แต่ก็เป็นโอกาสในการพัฒนานโยบายพลังงานรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการส่งเสริมพลังงานทางเลือก เช่น ไบโอดีเซล B20 และน้ำมัน E20 ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีมาตรการระยะสั้นเพื่อดูแลราคาพลังงาน เช่น การบริหารสำรองน้ำมัน การทบทวนภาษีสรรพสามิตในช่วงวิกฤต รวมถึงการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน

สิริพงศ์ ยังสะท้อนข้อจำกัดของกลไกราคาพลังงาน โดยเห็นว่าการบริหารกองทุนน้ำมันควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค พร้อมเสนอให้พิจารณากลไกที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาโดยไม่บิดเบือนตลาดมากเกินไป

“ในระยะยาวจำเป็นต้องสร้างค่านิยมการประหยัดพลังงานควบคู่กับการพัฒนาพลังงานทางเลือก เพื่อให้ประเทศรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคตได้อย่างยั่งยืน” สิริพงศ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ภาพกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล ถูกถล่มจนพังจากขีปนาวุธ แท้จริงสร้างจาก AI

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เช็กราคาน้ำมัน 26 มี.ค.2569 หลังประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาท/ลิตร

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...