จับตา 88TH เทรดวันแรกเหนือจอง! โบรกเคาะเป้าสูงสุด 13 บาท ชี้กำไร 3 ปี โตเฉลี่ย 41%
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ต.ค. 68) หลักทรัพย์ของ บริษัท 88 (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “88TH”
สำหรับ 88TH มีทุนชำระแล้วหลัง IPO 212.5 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 170 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 42.50 ล้านหุ้น โดยมีหุ้นจัดจำหน่ายรวม 59.50 ล้านหุ้น จากหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และหุ้นเดิม 17 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และผู้ลงทุนสถาบัน ไม่น้อยกว่า 48.875 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัทไม่เกิน 6.375 ล้านหุ้น กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ไม่เกิน 4.25 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 25-29 กันยายน 2568 ในราคาหุ้นละ 5.45 บาท คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย IPO 324.28 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,158.12 ล้านบาท
ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ประมาณ 12.91 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งเท่ากับ 89.72 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.42 บาท โดยมีบริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรกภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้จำนวนไม่เกิน 59.5 ล้านหุ้น จะมีจำนวนหุ้นภายหลังการจำหน่ายหุ้นทั้งสิ้น 212.5 ล้านหุ้น ประกอบด้วย 1.นายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ถือหุ้น 32.67% 2.Ilkano Pte. Ltd. ถือหุ้น 8% 3. นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ถือหุ้น 8% 4. นายธีรภัทร์ อิศรภักดี ถือหุ้น 4.80% และลำดับ 5. นายธีรภพ อิศรภักดี ถือหุ้น 4.80%
นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH กล่าวว่า การเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันแรกในวันที่ 3 ตุลาคม 2568 เป็นก้าวสำคัญของ 88TH ที่เกิดจากความพยายามและความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้บริษัทฯ สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ทีมงานทุกภาคส่วน และบริษัทย่อย บริษัท ดีโอเค สกิน จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แบบครบวงจร ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้วยการวิจัยและพัฒนาคิดค้นสูตรเครื่องสำอางและนวัตกรรมใหม่ๆพร้อมกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในด้านการผลิตและควบคุมคุณภาพสินค้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เราสามารถรักษามาตรฐานที่สูงที่สุดเพื่อตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ส่งผลผู้บริโภคให้ความไว้วางใจสินค้าของเราตลอดมา มั่นใจว่าการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง และสร้างแบรนด์คนไทยที่มีเอกลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
“บนเส้นทางการดำเนินธุรกิจกว่า 10 ปี ตอกย้ำถึงความสำเร็จจากความร่วมแรงร่วมใจ ความมุ่งมั่นและตั้งใจของทีม โดยการระดมทุนในครั้งนี้จะเพิ่มศักยภาพฐานทุน 88TH เพื่อเตรียมความพร้อมให้ก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำภายใต้แบรนด์ของคนไทยด้วยการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง ความพยายามเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง”นางสาวนพรัตน์กล่าว
นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนของ “88TH” ในครั้งนี้ จะยิ่งเสริมสร้างมูลค่า ภาพลักษณ์ที่ดี และศักยภาพการเป็นผู้นำเทรนด์สินค้าด้านสุขภาพและความงามครบคลุมตั้งแต่เวลาตื่นจนนอน ผู้ถือหุ้นเดิมล็อกหุ้น 100% พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงค์ในการลงทุนร่วมกันในระยะยาว
นางณัฐฐินี ชวนะนิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. 88 (ไทยแลนด์) (88TH) เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและนวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ตามแผนในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิม พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนใช้เป็นค่าใช้จ่ายการตลาด การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ
88TH มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ นายล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ถือหุ้น 32.67% Ilkano Pte. Ltd. ถือหุ้น 8.0% และนางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ถือหุ้น 8.0% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนดและตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มรายได้ปี 2568-2570 เติบโตเฉลี่ย 29% CAGR และกำไรสุทธิปี 2568-2570 เติบโตเฉลี่ย 41% CAGR จากความแข็งแกร่งของกลุ่ม Hair Care การรับรู้รายได้เต็มปีจาก LYO Herbal และการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม Skincare และ Cosmetics
โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 10 บาท แม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่ง แต่สะท้อนศักยภาพการเติบโตและความแข็งแรงของแบรนด์ ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรงและแบรนด์ชั้นนา 88TH อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสาหรับการเติบโตระยะยาวในตลาดสุขภาพและและความงามของไทย
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ LYO ถือเป็นเสาหลักของบริษัท ซึ่งได้ขยายจากกลุ่ม Anti-Hair Loss ไปสู่ผลิตภัณฑ์ Hair Color และ Herbal โดยคาดว่าจะเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในช่วงปี 2568–2570 และช่วยเสริมสร้างฐานธุรกิจที่แข็งแรงในระยะยาว
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด หรือ SBITO แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.50% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และในปี 2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.50% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หนุนด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินราคาเหมาะสมปี 69 อยู่ที่ 13.00 บาท
ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD คาดกำไรสุทธิปี 2568-2570 เติบโตเฉลี่ยปีละ 40% CAGR โดยใน 3 ปีข้างหน้า ปี 2568 มีกำไรอยู่ที่ 94 ล้านบาท ถัดมาในปี 2569 มีกำไรอยู่ที่ 124 ล้านบาท และในปี 2570 มีกำไรอยู่ที่ 153 ล้านบาท
โดยประเมินราคาเหมาะสมของ 88TH อยู่ที่ราคา 11.70 บาท จากการขยายตลาดไปยังฐานลูกค้าใหม่ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เกี่ยวกับเส้นผม โดยมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง LYO ที่มีภาพลักษณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมช่วยสนับสนุน
ด้าน บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์ เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า บริษัทวางแผนกลยุทธ์การเติบโตใหม่ คาดการณ์ในช่วงปี 2567-2570 อัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย (CAGR) อยู่ที่ 27% และกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 42%
โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรหลักของ 88TH ประกอบด้วย การยกระดับสายผลิตภัณฑ์เดิม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ทั้งนี้ ประเมินมูลค่า 88TH ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 10.10 บาท