โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดแผนลับสังหาร “เอล เมนโช” ชู้รักเป็นเหตุแกะรอยจนเจอ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดแผนปฏิบัติการจับตัวและสังหาร เจ้าพ่อค้ายา “เอล เมนโช” อย่างละเอียด พร้อมกับตัวละครลับที่ทำให้แผนสำเร็จ…ผู้หญิงที่เป็น “ชู้รัก” ของเขา

กองทัพเม็กซิโกใช้แผนอะไรถึงสามารถจับกุมตัว “เนเมซิโอ รูเบน โอเซเกรา เซร์บันเตส” (Nemesio Rubén Oseguera Cervantes) ชายที่รู้จักในฉายาว่า “เอล เมนโช” เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ทางการเม็กซิโกต้องการตัวมากที่สุดได้

เรียกได้ว่านี่อาจเป็นปฏิบัติการที่มีความท้าทายพอสมควรสำหรับการจับตัวเอล เมนโช นั่นเพราะว่าเขาเป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรรมที่แม้จะทรงอิทธิพลมากแต่เขาไม่ค่อยปรากฏตัวสู่สายตาสาธารณะและมักจะอยู่ในฐานะเบื้องหลังการก่อวีรกรรมของกลุ่ม CJNG หรือที่มีชื่อเต็มว่า Jalisco New Generation Cartel มากกว่า เพราะแม้แต่ภาพถ่ายของเอล เมนโช เอง หรือพิกัดที่เขาอยู่ก็แทบจะไม่มีข้อมูลเผยแพร่ออกมา

แล้วทางการเม็กซิโกทำอย่างไร ? นอกเหนือจากความช่วยเหลือด้านข้อมูลจากสหรัฐฯ แต่อีกคนหนึ่งที่กลายมาเป็นผู้ช่วยของกองทัพเม็กซิโกโดยไม่รู้ตัวคือ..

“ชู้รัก” ของเอล เมนโช ที่ทำให้กองทัพเม็กซิโกติดตามเธอจนพบกับเอล เมนโช ในที่สุด

-เฝ้าติดตาม “ชู้รัก” จนตามรอยเจอ “เอล เมนโช”

ตามการเปิดเผยของ “คาร์โด เทรวิลลา เทรโจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเม็กซิโก เป็นเวลามากกว่า 1 ปีที่สหรัฐฯ และเม็กซิโก ได้พยายามติดตามตัวเอล เมนโช ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในหลายคดี รวมถึงการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้าสู่ทั้งสหรัฐฯ และเม็กซิโก แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ

แต่ในครั้งนี้ ความพยายามของหน่วยข่าวกรองประสบความสำเร็จ พวกเขาสามารถระบุตัวตนและเริ่มติดตามบุคคลหนึ่งที่เอล เมนโช ไว้วางใจให้ดูแลหนึ่งในชู้รักของเขา

และจากการติดตามก็พบว่าบุคคลดังกล่าวได้พาผู้หญิงคนนี้ (ชู้รัก) ไปยังเมืองตาปัลปาในรัฐฮาลิสโก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 กุมภาพันธ์) เพื่อพาเธอไปพบกับเอล เมนโช โดยเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเม็กซิโกอธิบายว่า สถานที่นัดพบของพวกเขาได้รับการยืนยันอย่างถูกต้องด้วยความร่วมมือจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ

หน่วยข่าวกรองเฝ้าติดตามทั้งคืนจนพบในที่สุด หญิงคนนี้กำลังเดินทางกลับหลังจากใช้เวลาทั้งคืนกับเอล เมนโช กองทัพเม็กซิโกจึงได้สรุปข้อมูลแผนปฏิบัติการขั้นสุดท้าย และได้ยืนยันถึงที่อยู่ของเอล เมนโช พร้อมด้วยรับทราบข้อมูลรักษาความปลอดภัยรอบๆ

จากนั้นเจ้าหน้าที่กองทัพเม็กซิโกและกองกำลังพิทักษ์แห่งมาตุภูมิของเม็กซิโก หรือ เนชันแนล การ์ด (National Guard) ได้ตั้งวงล้อมภาคพื้นดิน ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ 6 ลำ และหน่วยรบพิเศษเพิ่มเติมประจำการรอคำสั่งอยู่ในรัฐที่มีพรมแดนติดกับรัฐฮาลิสโก โดยมีกองทัพอากาศเม็กซิโกให้การสนับสนุน เพิ่มเติมด้วยการลาดตระเวนทางอากาศ

รัฐมนตรีกลาโหมเม็กซิโกเผยด้วยว่า ในช่วงก่อนรุ่งสางของวันอาทิตย์ (22 กุมภาพันธ์) หลังจากยืนยันการปรากฏตัวของเอล เมนโชแล้ว ปฏิบัติการก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งตลอดภารกิจประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ของเม็กซิโก ได้รับรายงานความคืบหน้าทุกขั้นตอน แม้ว่าเธอจะอยู่ระหว่างการเดินทางตรวจราชการทางตอนเหนือของประเทศ

เท่ากับว่าในตอนนี้ที่พักของเอล เมนโช ถูกปิดล้อมไปด้วยกำลังทั้งทางบกและอากาศไว้หมดแล้ว

-การตอบโต้ที่รุนแรง

ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีกลาโหม หลังจากได้รับคำสั่ง “บุก” เจ้าหน้าที่กองทัพได้ปะทะกับสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรมของเอล เมนโช อย่างรุนแรง ในขณะที่เอล เมนโช พยายามหลบหนีพร้อมบอดีการ์ด 2 คน โดยมีกลุ่มติดอาวุธหนักคอยถ่วงเวลาการรุกคืบของกองทัพอยู่ด้านหลัง จนเจ้าหน้าที่สามารถบุกเข้าไปยึดอาวุธจากกลุ่ม CJNG ได้จำนวนมาก ซึ่งรวมถึง เครื่องยิงจรวด 2 กระบอก ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับที่ CJNG ใช้ในปี 2015 เพื่อยิงเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเม็กซิโกตกและจากเหตุโจมตีในปี 2015 นี้เอง ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าแก๊งค้ายาเสพติดของเอล เมนโช พร้อมเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เม็กซิโกด้วยกำลังร้ายแรงและเต็มรูปแบบ

ปฏิบัติการยังคงดำเนินไป โดยมีรายงานว่าเอล เมนโช พยายามหลบซ่อนตัวใน “พุ่มไม้” ซึ่งบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ป่าที่มีบ้านพักกระจายอยู่บริเวณชานเมืองตาปัลปา ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมระบุว่า แม้ว่ากลุ่มอาชญากรจะมีอาวุธหนัก รวมถึงเครื่องยิงจรวด แต่พวกเขาไม่สามารถนำอาวุธดังกล่าวมาใช้งานได้

จนกระทั่งในที่สุดหน่วยรบพิเศษได้พบพิกัดซ่อนตัวของเอล เมนโช ที่กำลังซ่อนตัวในพงหญ้า จนนำไปสู่การปะทะอย่างดุเดือดอีกครั้ง และการปะทะในครั้งนี้ส่งผลให้เอล เมนโช และบอดีการ์ด 2 คน ของเขาได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางความโกลาหลก็พบว่ามีเฮลิคอปเตอร์ทหารลำหนึ่งต้องลงจอดฉุกเฉินหลังถูกสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรมยิง นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องสงสัย 2 คนถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุ ขณะที่ทหาร 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการปะทะในครั้งสุดท้าย

เมื่อทุกอย่างอยู่ในการควบคุม เอล เมนโช และบอดีการ์ดของเขาถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียงผ่านเฮลิคอปเตอร์ แต่ระหว่างทางมีการยืนยันว่าเอล เมนโชที่บาดเจ็บสาหัส ได้เสียชีวิตลงแล้วในที่สุด และเมื่อเขาเสียชีวิตเฮลิคอปเตอร์ได้เปลี่ยนเส้นทางจากมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลในรัฐฮาลิสโก เปลี่ยนไปลงจอดที่กรุงเม็กซิโกซิตีแทน เพื่อป้องกันการตอบโต้ด้วยความรุนแรงจากสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรม

-สังหารทหารเม็กซิโก และเงิน 1,000 ดอลลาร์

มีการเปิดเผยจากรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเม็กซิโกว่า ห่างออกไปจากเมืองทาปัลปาในรัฐฮาลิสโกประมาณ 100 กิโลเมตร เกิดปฏิบัติการ “อัดฉีดเงิน” โดยชายที่รู้จักในชื่อ “เอล ทูลี” (El Tuli) ที่จะมอบเงิน 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 30,000 บาท แลกกับชีวิตนายทหารเม็กซิโก 1 นาย ให้กับมือปืนของกลุ่มอาชญากรรมคนใดก็ตามที่สามารถสังหารทหารเม็กซิโกได้

รัฐมนตรีกลาโหมเผยด้วยว่า “เอล ทูลี” เป็นมือขวาคนสนิทของเอล เมนโช และเป็นผู้บงการเหตุความไม่สงบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐฮาลิสโก ทั้งการวางเพลิง ปิดถนน และทำลายสถานที่ราชการในรัฐฮาลิสโก เพื่อแก้แค้นหลังจากเอล เมนโช ถูกสังหาร

ด้านโอมาร์ การ์เซีย ฮาร์ฟุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงของเม็กซิโก กล่าวว่า เหตุความไม่สงบในรัฐฮาลิสโกรุนแรงถึงขั้นสูงสุด โดยมีสมาชิกกองกำลังพิทักษ์แห่งมาตุภูมิ 25 นาย, เจ้าหน้าที่เรือนจำ 1 คน, เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการ 1 คน และหญิงพลเรือนที่สันนิษฐานว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมอีก 1 คน ต้องเสียชีวิต รวมถึงผู้ต้องสงสัยว่าเป็นอาชญากร 30 คนเสียชีวิตด้วยเช่นกัน ขณะที่มีรายงานว่าที่รัฐมิโชอากังซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับรัฐฮาลิสโก พบมือปืนอีก 4 คนเสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเม็กซิโก 15 นายได้รับบาดเจ็บ

ส่วนความเคลื่อนไหวของ “เอล ทูลี” มือขวาของเอล เมนโช หน่วยทหารราบพลร่มสามารถติดตามตัวได้จนพบและสังหารเขาระหว่างการยิงปะทะในที่สุด พร้อมยึดอาวุธปืนทั้งปืนยาวและปืนสั้น รวมถึงเงินสดเกือบ 1 ล้าน 4 แสนดอลลาร์ ที่ปะปนเป็นทั้งสกุลเงินดอลลาร์และเปโซของเม็กซิโก

ปิดฉากปฏิบัติการสังหาร เอล เมนโช เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และพรรคพวกของเขาในที่สุด…

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...