โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พท.เมินสูตรพิสดาร กอดคอ“น้ำเงิน”แน่น!?

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมืองไทย 360 องศา

แน่นอนว่า ภาพที่ปรากฏออกมาในเวลานี้ สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ถือว่าอยู่ในภาวะ “นิ่ง” เพราะต้องรอขั้นตอนสำคัญ นั่นคือ รอการรับรอง ส.ส.จากคณะคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ออกมาเสียก่อน ซึ่งหากพิจารณาจากประวัติเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ก็คงต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หรือเดือนกว่า แต่คงไม่น่าถึงสองเดือน ลักษณะที่ออกมา ก็น่าจะเป็นแบบเดิมคือ ปล่อยผีไปก่อนแล้ว “สอยทีหลัง” อะไรประมาณนี้

อย่างไรก็ดี ระหว่างที่รอแบบนี้มันก็ต้องมีความเคลื่อนไหวแบบ “ใต้ดิน” ควบคู่กันไปด้วย เช่น มีการเสนอ “สูตรพิสดาร” ขึ้นมาควบคู่ นั่นคือ สูตร ส้ม-แดง-เขียว บวกพรรคเล็ก พรรคประชาชน เพื่อไทย และ กล้าธรรม กับพรรคเล็ก ซึ่งก็ได้เสียงเกินครึ่ง แล้วผลักพรรคภูมิใจไทย ไปเป็นฝ่ายค้าน

ที่บออกว่าเป็น “สูตรพิสดาร” นอกเหนือจากจะเกิดขึ้นได้ยากแล้ว เพราะหากเกิดเป็นจริงขึ้นมา นั่นเท่ากับว่า ทั้งพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ก็จะจบอนาคตทางการเมือง นี่ยังไม่นับเรื่องการแบ่งโควตารัฐมนตรี ที่จะออกมาในลักษณะโบราณ แบบการเมืองย้อนยุค เรียกว่า “เน่าสุดๆ” อีกทั้ง พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย จะได้ชื่อว่า “กลืนน้ำลาย” ตัวเอง หลังจากที่ประกาศท่าทีชัดไปแล้วว่า เปิดทางให้พรรคที่ได้อันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล และตัวเองทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ดังนั้น สูตรนี้คิดได้ แต่เป็นไปได้ยากมาก

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมายืนยันท่าที ว่า ยังยึดมั่นคำสัญญาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทย โดยให้พรรคที่ได้อันดับหนึ่งเป็นคนจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนัดคุยพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อหารือถึงการแบ่งโควตารัฐมนตรีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ว่า ยืนยันว่าไม่มีนัดหมายกัน โดยช่วงที่ได้มีการพบปะกันก่อนหน้านี้ ทั้งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและแกนนำของพรรค ที่ได้เดินทางไปนั้นก็ไปจากการนัดหมายมา แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่มีการพูดคุยกันอีกเลย และมีข้อสรุปเบื้องต้นไปแล้ว แต่ขณะนี้ต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เรียบร้อยเพื่อรอจำนวนให้ชัดเจน โดยหลังจากนั้นคงจะได้มีการพบปะพูดคุยกันอีกครั้ง

เมื่อถามถึง กรณีมีรายงานข่าวเรื่องโควตากระทรวงต่างๆ ออกมา เป็นไปตามนั้นหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงเป็นการพูดคุยกัน เรื่องสิ่งที่ผ่านมาและการทำงานต่อไปข้างหน้า ยังไม่มีการลงรายละเอียดเรื่องกระทรวงใดๆ ที่ปรากฏออกมาข่าวนั้น ก็เป็นเพียงตามสื่อเท่านั้น แต่ยืนยันว่าในการพูดคุยกันยังไม่มีการลงรายละเอียดในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ตัวเลขรัฐบาล 300 เสียงขณะนี้ มองว่า มีเสถียรภาพเพียงพอแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จุดนี้เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดวิเคราะห์ เป็นเรื่องของพรรคที่ได้รับเสียงอันดับหนึ่งในการเป็นรวบรวม เพื่อให้เป็นเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจากการพูดคุยในเบื้องต้น นาทีนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเสียงเกินครึ่งแน่นอน ส่วนจะมีเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำที่จะรู้สึกว่ามีความเหมาะสม ถือเป็นสิทธิและอำนาจของพรรคภูมิใจไทยในการพิจารณา เราคงไม่ไปก้าวก่าย

เมื่อถามถึง เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล เพราะอยากสานต่อจากที่เคยทำ ตอนนี้อยากสานต่องานในกระทรวงใด นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องกระทรวง และเราคงไม่ใช้สื่อมวลชนในการสื่อสาร แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย หากจะพูดถึงนโยบายก็กระจายตัวอยู่ทุกกระทรวง ที่เป็นนโยบายเรือธง ที่สามารถขับเคลื่อนทำประโยชน์ได้ และคงต้องมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง คงไม่จบเพียงแค่นี้ เพราะต้องคุยกันเรื่องตัวนโยบายว่านโยบายของพรรคหลัก และนโยบายของพรรคเพื่อไทย มีนโยบายอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่จะผลักดันร่วมกันได้

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรคกล้าธรรมจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาล แล้วผลักให้พรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายค้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุย อาจจะมีการคิดกัน แต่พรรคเพื่อไทยไม่มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้ เรายืนยันในหลักการเพราะขณะนี้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว และจากผลการเลือกตั้งก็ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของพรรคแกนหลักที่มีคะแนนเสียงเยอะกว่าพรรคอื่น ซึ่งขณะนี้ก็ถือเป็นไปตามกลไกประชาธิปไตยที่จะให้พรรคแกนหลักไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

“ต้องให้เวลาเขา ขณะนี้ยังรอผลอยู่ แต่เชื่อว่าการประกาศผลของกกต. ต้องใช้เวลา ซึ่งเวลานี้พรรคเพื่อไทยก็ไม่หยุดนิ่ง ในช่วงเวลา 10 กว่าวันหลังการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยดำเนินการหลายอย่าง ทั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการเลือกตั้ง ที่มีการส่งเรื่องร้องเรียนมามากกว่า 200 เรื่อง และได้ดำเนินการผ่าน กกต.ไปกว่า 100 เรื่อง เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด การเรียกร้องไปยังกกต. ซึ่งเป็นหน้าที่ของกกต.ในการตอบคำถามข้อคลางแคลงสังคม เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด” นายจุลพันธ์ กล่าว

จากท่าทีดังกล่าวของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สะท้อนชัดเจนว่ายังกอดคอแน่นกับพรรคภูมิใจไทย เพราะอย่างน้อยนี่คือ “หลักประกัน” มั่นคงสำหรับการเป็นรัฐบาล ขณะเดียวกันปฏิเสธจับมือในอีกสูตรนอกเหนือจากนี้ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับพรรคเพื่อไทย ก็ต้องเลือกสูตรที่อยู่กับพรรคภูมิใจไทย เพราะนอกจากการันตีได้เป็นรัฐบาลแล้วพรรคเพื่อไทยยังมีอำนาจต่อรองได้มากพอสมควร และหากสูตรนี้ไม่มีพรรคกล้าธรรม ก็ยิ่ง “ต่อรอง”ได้มากกว่าเดิม

แต่จากคำพูดของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยดังกล่าว ที่บอกว่า “ได้รับการประสานมา” จากพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นการยืนยันชัดเจนว่า พรรคภูมิใจไทย มีเจตนาเพื่อล็อกคอพรรคเพื่อไทยเอาไว้ก่อน เพื่อยึดความได้เปรียบไม่ให้พรรคอื่นเคลื่อนไหวหรือจัดตั้งรัฐบาลแข่ง หรืออีกด้านหนึ่งเป็นการ “บีบ” ให้พรรคกล้าธรรม ไม่อาจขยับตัวหรือต่อรองได้มากนัก และมีความเสี่ยงที่จะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งนั่นเท่ากับหายนะนั่นเอง เพราะอย่างที่รู้กันว่า พวกเขามีความพร้อมที่จะเป็นฝ่ายรัฐบาลมากกว่า

อย่างไรก็ดี แม้ว่านาทีนี้ภาพภายนอกจะดูนิ่งๆ เงียบๆ แต่ภายในก็ยังมีการเคลื่อนไหวและจับตาฝ่ายตรงข้ามกันแบบไม่กระพริบตาเช่นเดียวกัน และจนถึงตอนนี้ก็ยังเชื่อว่า ในที่สุดแล้วพรรคภูมิใจไทยจะต้องดึงพรรคกล้าธรรม เข้ามาร่วม เพียงแต่ว่าไม่สามารถต่อรองกระทรวงได้มากนัก อีกทั้งเมื่อล็อกพรรคเพื่อไทยเอาไว้ได้แล้ว “สูตรพิสดาร” ที่ว่า จึงไม่เกิดขึ้นจริง โดยที่พรรคเพื่อไทยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังถือไพ่เหนือกว่า นั่นเอง !!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...